เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ภูมิธรรม แจงไม่จริง ‘เมียนมา’ ปิดด่านชายแดนโต้กลับ เบื้องต้นตัดไฟ 6 เดือน

07 ก.พ. 2568 | 13:16น.
ภูมิธรรม เวชยชัย

ภูมิธรรม เวชยชัย

รองนายกฯ โต้ข่าว ‘เมียนมา’ ปิดด่านชายแดน ยันไม่จริง ชี้หากปิดเหมือนเป็นการล็อกตัวเอง อยู่แบบอดยาก-ยันก่อนตัดไฟฟ้าไทยคุยเมียนมาแล้ว ชี้วางกรอบตัดไฟ 6 เดือน ก่อนตัดสินใจขยายต่อหรือไม่

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลเมียนมาโต้กลับรัฐบาลไทย ด้วยการปิดด่านชายแดนบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 (ด่านพรมแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก) โดยปฏิเสธไม่ให้ผู้ที่ถือหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต ข้ามแดนมายังประเทศไทย ว่าไม่น่าจะมีการตอบโต้

เพราะการดำเนินมาตรการนี้ได้พูดคุยกับรัฐบาลเมียนมาก่อนแล้ว และภายหลังมีมติจากที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานไปยังทางการเมียนมา เช่นเดียวกันกับฝ่ายทหารก็ได้มีการพูดคุยกับฝ่ายความมั่นคงของทางการเมียนมา

นายภูมิธรรมยืนยันว่า การเข้าออกบริเวณด่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 (แม่สาย-ท่าขี้เหล็ก) ยังเข้าออกได้ตามปกติ แต่ต้องมีการควบคุมสินค้าที่เป็นสิทธิต้องห้าม เช่น วันนี้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ยังสามารถเข้ามาเติมน้ำมันในประเทศไทยได้ ซึ่งเรายังอะลุ่มอล่วยเพื่อไม่ให้กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ขณะที่โรงพยาบาลเมียวดีก็ได้ประสานไปว่า หากมีผู้ป่วยฉุกเฉิน ที่ต้องการความช่วยเหลือ โรงพยาบาลแม่สอดก็พร้อมที่จะรับมาดูแลรักษา

เมื่อถามย้ำว่าประชาชนยังสามารถข้ามด่านดังกล่าวไปมาได้ปกติหรือไม่ นายภูมิธรรมยืนยันว่ายังข้ามไปได้ไม่มีปัญหา แต่อยู่ภายใต้การตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น

เมื่อถามว่าการออกมาตรการตัดไฟฟ้าได้พูดคุยกับรัฐบาลเมียนมาก่อน ซึ่งทางการเมียนมาติดใจอะไรหรือไม่ นายภูมิธรรมระบุว่าได้แจ้งให้ทราบ แต่ทั้งสองฝ่ายต้องเคารพอำนาจอธิปไตย ซึ่งตอนนี้เรายังไม่ได้เข้าไปในประเทศเขา เพียงแต่เป็นการตัดไฟฟ้า และดูกฎหมายธุรกิจที่เป็นข้อห้ามแล้ว และได้แจ้งทางการเมียนมาแล้ว ซึ่งข้อสัญญาที่ตกลงกันก็ได้เขียนไว้แล้วว่า หากเป็นภัยความมั่นคงก็สามารถงดจ่าย หรือตัดไฟฟ้าได้เลย

ส่วนมาตรการดังกล่าวจะยาวนานหรือไม่ นายภูมิธรรมระบุว่าขึ้นอยู่กับผลสัมฤทธิ์จะเกิดขึ้น โดยเราต้องการกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเบื้องต้นวางกรอบเวลาไว้ประมาณ 6 เดือน และดูว่าช่วงไตรมาสแรกจะเป็นอย่างไร ซึ่งยังต้องดูผลกระทบ และตัดสินใจ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก เป็นเรื่องที่กระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ, เรื่องของมนุษยธรรม และความปลอดภัยของประชาชนด้วย ซึ่งการจะผ่อนคลายทุกอย่างก็ต้องตอบโจทย์เราด้วย

เมื่อถามว่ามาตรการนี้วางกรอบเวลาไว้ประมาณ 6 เดือน หรือ 1 ไตรมาส แต่ทางฝั่งเมียนมาก็มีความต้องการใช้ไฟฟ้านั้น นายภูมิธรรมระบุว่าอย่าไปเป็นห่วงเขามาก ซึ่งเป็นเรื่องที่เมียนมา ต้องไปกดดันให้เอาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ออกไป เพราะเป้าหมายของเราชัดเจน หากเขาอยากสบายขึ้นก็ต้องรีบดำเนินการ

เมื่อถามว่า หากเมียนมาแก้ไขปัญหานี้ด้วยการปิดด่านชายแดนจะกระทบเศรษฐกิจหรือไม่ นายภูมิธรรมถามกลับว่า การปิดด่านดังกล่าวไม่รู้ว่าจะกระทบใคร เพราะอาหารการกินทั้งหมดต้องผ่านจากฝั่งเราไป หากเขาปิดแสดงว่า เขาเตรียมตัวที่จะล็อกตัวเองให้อยู่กับความอดอยาก

เมื่อถามย้ำว่า การปิดด่านไม่น่าจะเกิดขึ้นใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมระบุว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งตอบแทนเขาไม่ได้ แต่คิดว่า หากปิดจริงเขาจะลำบากกว่าเรา

ขณะที่เกณฑ์ในการวัดผลสัมฤทธิ์ ในการพิจารณาขยาย หรือไม่ขยายมาตรการ นายภูมิธรรมระบุว่าต้องทำให้เห็นว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต้องมีกระบวนการที่ลดลง และดูการข่าวว่ามีการเคลื่อนย้าย หรือเปลี่ยนแปลงไปแล้วหรือยัง หากยังอยู่ก็จะต้องดำเนินมาตรการต่อไป เพราะภารกิจนี้เป็นภารกิจของประเทศและของโลก ดังนั้น ต้องดำเนินการ และเหนือสิ่งอื่นใดคือคนในประเทศไทยเราต้องปลอดภัย

ส่วนได้ประเมินหรือไม่ ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีสายป่านยาวขนาดไหน นายภูมิธรรมระบุว่าไม่ได้ประเมิน เดี๋ยวดูว่าจะทำได้หรือไม่ได้แค่ไหน ซึ่งขณะนี้มีการเกี่ยวพันกับเครือข่ายต่าง ๆ สายป่านจะยาวหรือไม่ ตนไม่รู้ พร้อมย้ำว่าเราสามารถแก้ไขปัญหาตามทัน ไม่ต้องห่วง หลายอย่างมาพูดทางสื่อไม่สามารถพูดได้