เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

นายก​ฯ หวังเศรษฐกิจโตก้าวกระโดด หลังลงทุนพุ่ง​ 1.13 ล้านล้านบาท​ สูงสุดใน​ 10 ปี​

12 มี.ค. 2568 | 11:43น.
แพทองธาร ชินวัตร

แพทองธาร ชินวัตร

นายก​ฯ​ ชื่นชมบีโอไอ​ทำตัวเลขลงทุนไทยพุ่ง​ 1.13 ล้านล้านบาท​ สูงสุดในรอบ​ 10 ปี​ ย้ำสร้างจุดแข็งส่งเสริมท่องเที่ยว​ทำไทยเป็นไฮซีซั่น​ตลอดทั้งปี ดัน​ Man​ ​Made Destination​ ชี้ต่างชาติสนใจลุยแลนด์บริดจ์ ย้ำเป้าให้ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์นักลงทุน

น.ส.แพท​องธาร​ ชินวัตร​ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดงานเผยแพร่ยุทธศาสตร์และนโยบายส่งเสริมการลงทุน ในหัวข้อ “Ignite Thailand : Invest in Endless Opportunities โอกาสการลงทุนไร้ขีดจำกัดในประเทศไทย”

นายก​รัฐมนตรี​กล่าวว่า​ อย่างที่ทราบกันดีทุกวันนี้การลงทุนของทั่วโลกเศรษฐกิจของทั่วโลกเป็นสิ่งที่ท้าทายการที่จะเกิดการลงทุนใหม่ ๆ ได้ เป็นเรื่องที่น่าท้าทายเช่นกัน อย่างคนที่อยู่ในวงการทั้งภาครัฐและเอกชนธุรกิจต่าง ๆ ก็คงทราบดีว่าการจะหาช่องทางให้เกิดการลงทุนใหม่ ๆ ไม่ได้เป็นไปได้ง่ายเหมือนหลายสิบปีที่ผ่านมา

เศรษฐกิจของเราค่อนข้างที่จะค่อย ๆ เติบโตขึ้น อยากให้เติบโตก้าวกระโดดกว่านี้​ แต่เราก็ยังทำหลาย ๆ อย่าง ลงทุนหลาย ๆ อย่างช้าไป ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราพยายามจะดึงนักลงทุนจากต่างชาติเข้ามาให้ได้มากขึ้น​ เพื่อที่จะสร้างโอกาสให้กับประเทศ ในฐานะของผู้นำรัฐบาลต้องพยายามที่จะเปลี่ยนความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก​ให้เป็นโอกาสของประเทศให้ได้ ซึ่งมีหลายภาคส่วนที่ร่วมมือกัน

อย่างที่พูดไปในหลายเวที การใช้ภาครัฐอย่างเดียวหรือภาคเอกชนอย่างเดียวหรือภาคประชาชนอย่างเดียวไม่สามารถเกิดการลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้อย่างเป็นก้าวใหญ่ จึงต้องอาศัยความร่วมมืออย่างบูรณาการ ซึ่งรัฐบาลแสดงความมั่นคงชัดเจนมาตลอด ว่าต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนทั่วโลกทราบว่าประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่น่าลงทุน และเป็นประเทศในโอกาสทั้งคน ทรัพยากร และศักยภาพต้องแสดงความพร้อมให้ชัดเจน รัฐบาลต้องสร้างโอกาสในการลงทุนอย่างไม่รู้จบ เนื่องจากต้องเปิดทางอย่างให้ทุกคนในโลกเห็นว่าการลงทุนของเรานั้น นอกจากจะมีความเปลี่ยนแปลงและต้องเกิดความมั่นคง

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำในเรื่องการพัฒนา การลงทุนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ​ ขณะนี้มีอยู่หลายโครงการที่รัฐพยายามทำ ทั้งการผลักดันด้านการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟความเร็วสูง​ และรถไฟรางคู่​ เพื่อเพิ่มการเชื่อมต่อภาคใต้เข้าสู่ส่วนกลาง อำนวยความสะดวกทั้งการค้าและการเดินทาง อนุมัติรถไฟสายสีม่วงและสีม่วงใต้เพื่อเชื่อมโยงกรุงเทพฯ ชั้นนอกและชั้นในเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ รถไฟความเร็วสูงภาคอีสานช่วงที่ 2 อำนวยความสะดวกในการขนส่งระดับภูมิภาค ซึ่งการสร้างรถไฟเหล่านี้ หากมีการก่อสร้างและเศรษฐศาสตร์จะสามารถเชื่อมต่อการขนส่ง สินค้า การท่องเที่ยวให้กับประเทศเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน จะมีการพัฒนาท่าอากาศยาน จะมีการลงทุนที่สำคัญ โดยเริ่มโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังแห่งที่ 3 มีมูลค่าในการลงทุนเบื้องต้น 1.5 แสนล้านบาท และเริ่มพัฒนาโครงการเพื่อขยายการใช้งานในพื้นที่ท่าอากาศยาน ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลให้การขนส่งของประเทศไทยนั้นเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความสนใจของนักลงทุนในโครงการแลน​ด์บริดจ์​ ซึ่งผู้นำของจีนสนใจเป็นอย่างมาก​ รวมไปถึงผู้นำในประเทศอื่น ๆ ที่จะมาลงทุนกับไทยในโครงการแลนด์บริดจ์​ เชื่อมต่อทะเลอันดามันและอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าของภูมิภาคหากสามารถสร้างโครงการนี้ได้แล้วเสร็จจะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคทุก ๆ ประเทศจะมาผ่านที่เรา ส่งผลมากมายทั้งในเรื่องของการท่องเที่ยว การค้า และการเกิดอาชีพใหม่ ๆ และรายได้ใหม่ ๆ

ส่วนการบริหารจัดการน้ำเป็นสิ่งสำคัญ เช่นในปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีปัญหาในเรื่องอุทกภัยดินโคลนถล่มอย่างรุนแรง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งรัฐบาลและหากกลับไปดูงบฯ ต่าง ๆ ใช้งบฯ ในค่าเยียวยา การที่ยาว ๆ ประชาชนรับทำได้และเต็มใจทำ แต่จะดีกว่าหรือไม่หากประชาชนไม่ต้องผ่านเรื่องราวเหล่านี้

ซึ่งตนมั่นใจว่าประชาชนเลือกที่จะไม่เอาน้ำท่วมดีกว่าการรับค่าเยียวยา จากการที่ได้สัมผัสชาวบ้าน รู้สึกได้เลยว่าเขามีปัญหาในเรื่องเหล่านี้มาก การที่เราจะต้องลงทุนกับความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญกว่าทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นรัฐบาลได้วางแผนจัดการในเรื่องของการทำกำแพงกั้นน้ำต่าง ๆ ในพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่นักลงทุนต้องให้ความสนใจในฐานะศูนย์การพัฒนาด้านโลจิสติกส์และอากาศยานของภูมิภาคเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการค้าการลงทุนของประเทศ และพยายามที่จะสร้างและมุ่งเน้นความรู้สึกให้รัฐบาล เอกชนให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจที่จะลงทุนในประเทศมากยิ่งขึ้น

ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อดึงดูดการลงทุนด้าน Data Center เข้ามา เพราะเป็นการลงทุนในระยะยาว ทำให้ทั่วโลกได้เห็นว่า หากประเทศไทยมีความพร้อมในการลงทุน ศักยภาพของคนก็มีความพร้อมด้วยเช่นกัน รัฐบาลไม่ได้ละเลย คิดว่าการพัฒนาศักยภาพของคนสำคัญมาก

พร้อมยอมรับว่าการศึกษายังไม่สมบูรณ์แบบ ในเรื่องของเทคโนโลยีจึงเกิดนักนโยบายเรื่องโอดอส ให้เด็กได้เรียนเรื่องดิจิทัลมากขึ้น​ ซึ่งเป็นการให้ทุนในสาขาที่ไทยยังไม่มีความพร้อมมากพอ​ เช่น การเรียนการทำ​ Data เพิ่มทักษะในการประกอบอาชีพมากขึ้น​ และตั้งเป้าเพิ่มบุคลากรมากกว่า 80,000 คน และดึงดูดบุคลากรจากทั่วโลกเพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพ​ของ​คนไทย​ เรียนรู้คู่ขนานกับการทำงาน​

ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะพยายามลดขั้นตอนการดำเนินการ​ ทำให้เกิดการกระชับ ผลักดันให้เป็น One Stop Service ทั้งหมด​ สร้างบรรยากาศการลงทุนเพิ่มขึ้น​ และรัฐบาลมีแผนรองรับการยกระดับด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว ชูครัวไทยสู่ครัวโลก​ เน้นวัตถุดิบของไทย​เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้เกษตรกร

ด้านการท่องเที่ยว​ ต้องเน้นการทำจุดแข็งของไทยให้เพิ่มขึ้น​ และรัฐบาลพยายามสนับสนุน​ Man Made​ Destination​ พร้อมยกตัวอย่างการส่งเสริมมหาสงกรานต์​ที่จะสร้างบรรยากาศให้ต่างชาติได้รู้ว่าสงกรา​นต์ของเราไม่ได้มีแค่​ 13-15 เม.ย. ​แต่ยังมีช่วงอื่น ๆ ที่ประเทศไทยน่าท่องเที่ยวทั้งปี

นายกรัฐมนตรี​ยังระบุอีกว่า​ ปีนี้เป็นปีที่มีตัวเลขการลงทุนสูงที่สุด สูงถึง​ 1.13 ล้านล้านบาท เป็นการลงทุนที่สูงที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา​ จึงต้องขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนผลักดันให้เกิดการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง BOI ที่ทำงานอย่างหนักและเห็นผลงานเป็นที่ประจักษ์ และฝากทุกภาคส่วนหากเราช่วยกันทำบรรยากาศของประเทศให้น่าลงทุนได้ ก็จะสามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไป