เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พิชัย เปิด 5 แนวทางแก้เกมภาษี “ทรัมป์” ตั้งเป้าปรับสมดุลการค้าใน 10 ปี

08 เม.ย. 2568 | 17:44น.
นายพิชัย ชุณหวชิร

นายพิชัย ชุณหวชิร

พิชัย เผย  5 มาตรการเจรจาสหรัฐ ย้ำรัฐบาลเตรียมพร้อมหาแนวทางแก้ปัญหาแบบ Win-Win คาดต้องใช้เวลาปรับสมดุลการค้าทั้ง 2 ประเทศ กว่า 10 ปี

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามมาตรการการค้าสหรัฐอเมริกา โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ตามที่นายกฯ มอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้าคณะในการเจรจากับทางอเมริกา ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมการรับมือผลกระทบมาหลายเดือน ซึ่งการที่สหรัฐประกาศว่าจะเก็บภาษีไทย 36% แต่ทำไมไม่รีบไปเจรจา เพราะจริง ๆ รู้ว่าเรื่องไม่ได้จบง่าย ๆ จึงต้องมาดูความต้องการที่แท้จริงของสหรัฐก่อน เพื่อดำเนินการไปในทิศทางที่สามารถแก้ปัญหาได้ และ เป็นสิ่งที่เราอยากทำ รวมถึงได้ประโยชน์มากที่สุดด้วย

“สิ่งต่าง ๆ ที่จะทำ เราไม่ได้ทำเพราะว่า อเมริกายื่นข้อเสนอโหดมา ขู่มา ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เขาต้องทำสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราจะทำคือว่า เราต้องการอะไร มีขีดความสามารถอะไรที่จะทำเรื่องแก้ปัญหาแล้วได้ประโยชน์ด้วย เราจะไม่ทำเรื่องที่ ถ้ามาบอกให้เราลด เราจะไม่ลด ถ้าจะลดจะลดให้ทุกคนเสมอกันหมด” นายพิชัย กล่าว

ทั้งนี้ อยากให้มั่นใจว่า วิธีแก้ปัญหาจะต้อง Win-Win กับทั้งสหรัฐและไทย ซึ่งต้องยกระดับการผลิตของไทยด้วย ใช้วิกฤตมายกระดับการค้าของประเทศ โดย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์  เตรียมทำในรายละเอียด จะทำให้ครบถ้วน แล้วไปนั่งเจรจาใน USTR ซึ่งตนจะดูภาพรวม ตามโจทย์ของนายกฯ มานั่งดูว่าจะทำอะไรบ้าง โดยย้ำว่าจะต้องไม่ยอม ใครจะต้องได้รับผลประโยชน์สูงสุด ดำเนินการภายใต้จุดแข็งที่ประเทศไทยมี แล้วก็ไม่รีบพูด ต้องอ่านโจทย์สิ่งที่จะทำ ต้องไปแก้ปัญหาของทางสหรัฐ

“ถามว่าผมจะไปเมื่อไหร่ ขอเวลานิดหนึ่ง ขอทำโจทย์ให้ละเอียดก่อน” นายพิชัย กล่าว

ซึ่งปัจจุบันไทยมีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐมากถึง 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี  โดยสรุปแนวทางเบื้องต้นในการเตรียมการเจรจากับสหรัฐ ดังนี้

1.พิจารณาการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ เพิ่มขึ้น อย่างสินค้าเกษตร เช่น ข้าวโพด และเครื่องในสุกร

“ไทยมีความสามารถในการแปรรูปอาหารสัตว์ ซึ่งสามารถผลิตอาหารสัตว์ได้ประมาณ 20 ล้านตัน แต่วันนี้ไทยยังขาดแคลนวัตถุดิบเยอะ อย่างข้าวโพดที่ต้องใช้ถึง 9 ล้านตัน แต่ไทยปลูกได้แค่เพียง 5 ล้านตัน ดังนั้นต้องนำเข้าสินค้า ข้าวโพดประมาณ 4 ล้านตัน ” นายพิชัย กล่าว

2.ผ่อนคลายภาษีสินค้านำเข้าบางรายการ ที่มีผลกระทบด้านรายได้ภาษีต่ำ ให้กับสินค้าสหรัฐที่ไทยเก็บภาษีได้ไม่สูงนัก จำนวนกว่า 100 รายการ บางอย่าง 50-60 ชนิด เช่น ชีส เราเก็บภาษีจากประเทศทั่วโลก แต่ได้เงินภาษีมาแค่นิดเดียว ถ้าเราผ่อนคลายภาษีด้านนี้เราก็ผ่อนคลายให้ทั้งหมด แต่เราก็ซื้อของกับคู่ค้า (สหรัฐ) ในสัดส่วนที่มีโควตาอยู่

3.ปรับปรุงกลไกการค้าให้สะดวกมากขึ้น กับทุกประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการของภาครัฐ พร้อมยกเลิกมาตรการที่เป็นมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (Non tariff barrier) เพื่ออำนวยความสะดวกการค้าสหรัฐมากขึ้น เช่น กฎหมายหลายอย่างที่ซ้ำซ้อน เราแก้กฎหมายทั้งทีถือโอกาสเพิ่มประสิทธิภาพของบ้านเรา ทำให้ประเทศไทยดูดี ทำให้การบ่นของเขาซึ่งอยู่ในรายงานสหรัฐว่าทำอะไรยุบยิบ ชักช้า กลายเป็นการไม่อยากให้เขาขายสินค้า แก้ปัญหาเหล่านี้ไปก็จะทำให้ดูดีขึ้น

4.ตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของสินค้าเพื่อป้องกันการสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้าจากไทยและส่งออกไปยังสหรัฐ

5.อุตสาหกรรมไทยเริ่มขาดแคลนวัตถุดิบ แต่โครงสร้างการผลิตเรายังอยู่ ทั้งปิโตรเคมี ไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ เราต้องซื้อจากตะวันออกกลาง วันนี้เราควรจัดสรรสิ่งเหล่านี้ใหม่ ซึ่งก๊าซธรรมชาติที่ดูต้นทุนเบื้องต้น ต้นทุนเขาถูก บางเดือน บางวัน 2 เหรียญสหรัฐ ก๊าซอ่าวไทย 5.90 เหรียญ น่าจะซื้อได้ เพราะซื้อในสิ่งที่เราอยากซื้อและซื้อในราคาที่แข่งขันได้

“ยกตัวอย่าง เขาบอกไปเจาะที่อลาสก้า ถ้าทำไม่ต้องผ่านประเทศต่าง ๆ ใส่เรือลงมาไทย หรือ วันนี้เราส่งคนของเราไปลงทุนด้วยดีไหม เพราะวันนี้เราหาสิ่งที่ลงทุนในประเทศไม่ง่ายเท่าไหร่เหมือนกัน หาโอกาสในสิ่งที่เราต้องการและยังมีความสามารถไปลงทุนเพื่อขายในต่างประเทศด้วย ที่เราทำอย่างนี้ ไม่ได้ทำเพราะสหรัฐ ยื่นข้อเสนอที่โหด แต่เราจะดูว่าเราต้องการอะไร มีขีดความสามารถอะไรที่จะแก้ปัญหาและได้ประโยชน์ด้วย เราจะไม่ลดภาษี ถ้าลดภาษีก็ลดทั้งหมด

นายพิชัย  กล่าวว่า งานทั้งหมดที่พูดเป็นของกระทรวงพาณิชย์ 99% ที่เหลือเกษตร เกี่ยวพันกับผู้ลงทุน และแก้กฎเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวพันกับภาษี 3 หลัก ต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด พระเอกใหญ่คือกระทรวงพาณิชย์ ส่วนรายขื่อเราคัดเลือกคนที่เหมาะสม อย่างน้อยตนไปด้วยหนึ่งคน

ส่วนจะไปพบใครบ้าง ยังไม่แน่ใจว่าถึงเวลาหรือยังที่ไปพบนักลงทุนให้มาขายของเมืองไทย แต่อันดับแรก ต้องเข้าใจสิ่งที่เราคิดว่าเป็นผลประโยชน์ของ 2 ประเทศ ดีกับคุณ ดีกับเรา และได้สิ่งที่คุณต้องการด้วย เราจะทำให้ดู หวังว่าเขาจะตอบรับ ครั้งแรกผมแค่ไปบอกทิศทางเท่านั้น ว่าจะทำอะไร จากนั้นคนทำงานก็เดินต่อตามนี้ แล้วค่อย ๆ แก้ไป ในที่สุดก็เรียบร้อย

ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำต่อจากนี้ คือพิจารณาว่าจะทำอย่างไรในการแก้ไขปัญหาภาษี เพื่อให้ไทยได้รับผลประโยชน์ จึงขอให้มั่นใจว่าสิ่งที่จะทำจะเป็นประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ในการแก้ไขปัญหาที่ยกระดับการทำงานและการผลิตของไทยโดยไม่ได้เป็นการลดภาษีให้กับสหรัฐแต่จะทำให้สหรัฐขาดดุลการค้าไทยน้อยลงโดย ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลากว่า 10 ปีในการปรับสมดุลการค้าระหว่างสองประเทศ

สำหรับแผนการรองรับเศรษฐกิจ รัฐบาลได้เตรียมมาตรการในการรองรับ เช่น การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ประเทศจีนที่เคยทำตอนเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ โดยจีนได้มีการขยายเพดานหนี้สาธารณะ ซึ่งหากมีความจำเป็น ไทยอาจจะขยายได้จากระดับ 70%  แต่ตอนนี้ได้แค่คิด หากจะมีการขยายก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นจริง ๆ

พิชัย กล่าวว่า สำหรับการจับมือกันในประเทศกลุ่มอาเซียนไปเจรจากับสหรัฐนั้น แต่ละประเทศมีจุดแข็ง-จุดอ่อนที่แตกต่างกัน หรือเหมือนกัน ซึ่งจะไปเจรจาพร้อมกันไม่ได้ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในรัฐบาล หากไม่พึ่งรัฐบาลแล้วจะไปพึ่งใคร โดยรัฐบาลจะทำงานเรื่องนี้อย่างเต็มที่