เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

มหาดไทย ตั้งรับฤดูฝน ปกป้อง ‘หมุดเศรษฐกิจไทย-พม่า’

30 เม.ย. 2568 | 15:16น.

ภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ลูกหม้อมหาดไทย เปิดแผนงาน-เงินเยียวยา รับมือน้ำท่วมเหนือ ท่วมเชียงราย นับถอยหลังเข้าสู่ฤดูฝนหนัก ในวันที่อากาศโลกปั่นป่วน

เพราะกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เป็นด่านหน้า รับมือปัญหา “ภัย” ที่มาจากน้ำมือของมนุษย์ และธรรมชาติ

ทุก ๆ หน้างานในเหตุภัยพิบัติ “อธิบดี ปภ.” ต้องอยู่แถวหน้า ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และบางครั้งต้องรายงานต่อนายกรัฐมนตรี

เหตุการณ์ “เคียงบ่าเคียงไหล่” กับผู้บริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ทั้งในเหตุน้ำท่วมหนักแม่สาย-น้ำทะลักจากเมียนมา-ค้นหาทีมหมูป่า ล้วนเคยผ่านมือ ‘ภาสกร บุญญลักษม์’ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ลูกหม้อมหาดไทย วัย 58 ปี

“ภาสกร” คลุกวงในกับคนเชียงราย ตั้งแต่ชาวบ้าน-ร้านตลาด จนถึงผู้สร้างสรรค์วัดร่องขุ่น ศิลปินแห่งชาติ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่ปาดน้ำตาวันที่ “ภาสกร” ต้องอำลาพื้นที่

ปีนี้ปริมาณฝนตกหนักพื้นที่ภาคเหนือตอนบน (ช่วงเช้าถึงบ่าย 29 เมษายน 68) โดยเฉพาะที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และฝั่งประเทศเมียนมา แม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นเร็ว ท่วมชุมชมริมตลิ่ง ตลาดสายลมจอย พื้นที่เศรษฐกิจการค้าชายแดนไทย – เมียนมา จมน้ำไปหลายชั่วยาม

ภัยพิบัติปีนี้ จะซ้ำรอยปีที่ผ่านมา จนถึงระดับนักวิชาการเสนอให้ “ย้ายเมือง” อีกครั้งหรือไม่

ประชาชาติธุรกิจ คุยกับ ‘ปภ.’  วิเคราะห์-คาดการณ์ ทำนายผล โอกาสการเกิดอุทกภัยพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจ อ.แม่สาย และแผนรับมือฤดูฝน ในวันที่อากาศโลกปั่นป่วน

ลุยขยายลำน้ำ เสริมคันดิน ป้องกันแหล่งเศรษฐกิจชายแดน

อธิบดี ปภ. เริ่มด้วยการอธิบายสาเหตุน้ำท่วม อ.แม่สาย (29 เม.ย.) ว่าเกิดจากฝนตกหนักฝั่งเมียนมา ประมาณ 69 มิลลิเมตร ประกอบกับฝั่งเมียนมายังคงเต็มไปด้วยดินโคลนจากเหตุอุทกภัยครั้งก่อน ไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร ทำให้มวลน้ำไหลลงแม่น้ำสายเร็ว จนเอ่อล้นท่วมฉับพลันทะลักมาฝั่งไทย มีปริมาณสูงประมาณ 20 เซนติเมตร แต่หลังจากนั้นเพียง 2 – 3 ชั่วโมง ทหารเร่งอุดรอยรั่ว เสริมบิ๊กแบ็ค สูบน้ำออกทำให้ปริมาณน้ำลดกลับสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ว

ส่วนสาเหตุอุทกภัยบริเวณตลาดสายลมจอย ปีก่อนนั้นเกิดจากน้ำท่วม 8-9 ครั้งในรอบปี สาเหตุหลักเกิดจากเมียนมาไม่มีการติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณเตือนภัย ฉะนั้นพอมวลน้ำมา กว่าจะรับรู้ระดับนน้ำบริเวณสะพานแนวด่านพรมแดนไทย – เมียนมาก็สูงแล้ว

แต่อย่างไรขณะนี้ไทย-เมียนมา ได้มีการวางแผนป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ระยะเร่งด่วน ทำการขุดลอกลำน้ำสายและลำน้ำรวก เพื่อให้การไหลของน้ำคล่องตัวเมื่อฝนตกหนัก

แผนระยะเร่งด่วน ไทยเสร็จ มิ..นี้

อธิบดีภาสกร เผยว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วม อ.แม่สาย แหล่งเศรษฐกิจเชียงราย หลังลงนามความร่วมมือกับเมืองท่าขี้เหล็ก เมียนมา เพื่อดำเนินการโครงการขุดลอกลำน้ำ ขณะที่ทหารช่างไทยเร่งขุดลอกลำน้ำไปพร้อมเสริมคันดิน ให้สูง 3.20 เมตร สูงกว่าระดับมวลน้ำปี 2567 ที่สูงประมาณ 3 เมตร คาดว่าแผนการขุดลอกลำน้ำและเสริมคันดินเพื่อป้องกันอุทกภัยในระยะสั้นฝั่งไทย ไม่เกินเดือนมิถุนายน จะแล้วเสร็จ

ขณะที่การดำเนินการของเมียนมา จากการตรวจสอบขุดลอกลำน้ำในพื้นที่คืบหน้าไม่เท่าไหร่ โดยตนจะลงพื้นที่ไปติดตามและให้ผู้ว่าฯเชียงราย ประสานผู้ว่าฯท่าขี้เหล็ก เร่งรัดการดำเนินการก่อนเข้าสู่ฤดูฝน

ส่วนมาตรการป้องกันอุทกภัยอำเภอแม่สาย ระยะกลางและระยะยาว ขณะนี้จังหวัดเชียงราย กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแนวทางไว้เรียบร้อยแล้ว

พร้อมรับมืออุทกภัย จับตาฝน พ..

อธิบดี ปภ. ประเมินสถานการณ์ปริมาณฝนจากนี้ จากการพยากรณ์อากาศภาพรวมของประเทศ ต้นฤดูน้ำหลากจะเริ่มพฤษภาคมนี้ ทำให้อาจจะมีฝนชุก เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากอยู่บ้าง แต่ปลายฤดูฝนอาจทิ้งช่วงทำให้ปริมาณน้อย

แต่อย่างไรกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ขณะนี้มีการเรียกประชุมหัวหน้าสำนักงาน ปภ. 17 จังหวัดภาคเหนือ รวมถึง ปภ. 4 ศูนย์เขต (เชียงราย ลำปาง กำแพงเพชร พิษณุโลก) เพื่อเตรียมพร้อมสถานการณ์ช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงไว้แล้ว หลังมีการคาดการณ์ตั้งแต่พฤษภาคมนี้ ฝนจะเริ่มชุกขึ้น

ขณะนี้ได้สั่งให้ ปภ.ระดมความพร้อมทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ในการป้องกันบรรเทาสาธารณภัย อาทิ เรือ รถยกสูง เครื่องสูบน้ำ ฯลฯ จากภาคส่วนต่าง ๆ ให้พร้อมรับสถานการณ์ และจะทำงานร่วมกับจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนรวดเร็วที่สุด

ส่วนระบบแจ้งเตือนอุทกภัยแก่ประชาชน ขณะนี้กำลังเตรียมทดสอบระบบ Cell Broadcast Service หรือ ระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินที่ส่งข้อความไปยังมือถือประชาชน ช่วงวันที่ 2 – 13 พฤษภาคมนี้ ทั้งแบบการทดสอบในจังหวัดเชียงราย และกลุ่มจังหวัด เพื่อทดสอบระบบให้แจ้งเตือนประชาชนได้รวดเร็ว

นอกจากนี้ ปภ. ประสานขอความร่วมมือหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีผู้เชี่ยวชาญการรับมืออุทกภัย อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน ต่าง ๆ ขอให้ส่งข้อมูลมาให้เร็ว เพื่อได้รีบแจ้งเตือนประชาชนเมื่อเกิดเหตุ เนื่องจากวันนี้ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จึงต้องมีการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ให้ดี

ส่วนปีนี้เหตุการณ์อุทกภัยภาคเหนือจะซ้ำรอยปี 67 หรือไม่นั้น อธิบดี ปภ. บอกอย่างตรงไปตรงมา เรื่องของธรรมชาติเวลาเกิดเหตุการณ์อุทกภัยต่าง ๆ พยากรณ์ได้ที่ใกล้เคียงสุดคือ ล่วงหน้า 3 วัน หรือ 72 ชั่วโมง โดยจะดูเรดาร์เพื่อตรวจสอบกลุ่มฝน และจากการพยากรณ์ ณ ตอนนี้คาดว่าประเทศไทย ช่วงเดือนพฤษภาคมฝนจะชุก แต่ไม่สามารถคาดเดาได้จะตกหนักเท่าไหร่

อธิบดี ปภ. ระบุว่า เมื่อปี 67 ฝนแม้เป็นเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำ แต่จากการที่ตกแช่และนานกว่าปกติ จึงทำให้มีปริมาณน้ำมากผิดปกติ หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Rain Bomb ฝนตกกระหน่ำทะลุขีดจำกัดจนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ฉะนั้นหากจะติดตามว่าฝนตกขนาดไหน ต้องรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเป็นช่วง ๆ แต่มั่นใจว่าจากการที่ประสานทุกพื้นที่เสี่ยงไว้จะทำให้พร้อมรับมือ

“เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น ยังไงเราก็ต้องพร้อมรับมือ ระหว่างที่แผนแก้ปัญหาระยะสั้น กลาง และยาวกำลังดำเนินการ แต่ถึงอย่างไรเราต้องจะพยายามลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้มากที่สุด” อธิบดี ภาสกร ระบุ

ปีนี้เยียวยาปกติ หลังรอบ เหนือใต้จ่าย 1.2 หมื่นล้าน

การช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝน ปลายปี 67 ถึงต้นปี 68 คณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบทบทวนปรับหลักเกณฑ์เงื่อนไขเปลี่ยนเป็นการช่วยเหลืออัตราเดียวครัวเรือนละ 9,000 บาท แทนแบบปกติ จากขั้นบันไดจ่ายตามความเสียหาย 5 – 9 พันบาท ซึ่งขณะนี้มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนบางพื้นที่ ยังไม่ได้รับ แต่รัฐบาลชี้แจงกำลังเร่งดำเนินการ

อธิบดี ปภ.  เผยว่า การเยียวยาฟื้นฟูอุทกภัย จ่าย 9,000 บาททุกครัวเรือนนั้น ช่วงที่ผ่านมารัฐบาลอนุมัติดำเนินการในเขตพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ รวมทั้งทั้งสิ้นกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท เฉพาะภาคเหนือ ประมาณ 3 – 4 พันล้านบาท ส่วนค่าล้างโคลน ที่จังหวัดเชียงราย ดำเนินการประมาณ 7 – 8 ร้อยล้านบาท

แต่รอบใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นปีนี้ หากต้องมีการดำเนินการฟื้นฟูเยียวยา ก็กลับมาใช้ในเกณฑ์สถานการณ์ปกติตามเดิม พิจารณาจากความเสียหาย ตั้งแต่ 5,000 7,000 จนถึง 9,000 บาท

เปิดแผน 3 ระยะแก้น้ำท่วม อ.แม่สาย

สำหรับการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างพื้นฐานน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม ที่ชายแดนไทย – เมียนมา อ.แม่สาย รัฐบาลวางไว้ 3 ระยะ

– ระยะเร่งด่วน (1 ปี) ประกอบด้วย 1 แผนงาน ได้แก่ แผนการเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำในลำน้ำ โดยการขุดลอกคูคลอง รื้อถอนสิ่งกีดขวางลำน้ำ ทำพนังกั้นน้ำชั่วคราว/กึ่งถาวร ในแม่น้ำสาย 15 กิโลเมตร และแม่น้ำรวก 44 กิโลเมตร โดยมอบหมายให้กองทัพบก ดำเนินการให้เสร็จตามแผน

– แผนระยะกลาง (1-3 ปี) ประกอบด้วย 2 แผนงาน ได้แก่ โครงสร้างป้องกันน้ำท่วมและป้องกันตลิ่งบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ โดยให้วิเคราะห์จุดเสี่ยงการกัดเซาะตลิ่งหลังจากการขุดลอกในระยะเร่งด่วน ดำเนินการโดย กรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) กรมชลประทาน (ชป.) กรมเจ้าท่า (จท.) และ สทนช. แผนดำเนินการช่วง มกราคม – มิถุนายน 2568

สำรวจและออกแบบโครงสร้างป้องกันตลิ่ง ดำเนินการโดย กรมโยธาฯ กรมชลฯ กรมเจ้าท่า และ สทนช. แผนดำเนินการตั้งแต่ กรกฎาคม 2568 – มิถุนายน 2569 (1 ปี) และให้ดำเนินการก่อสร้าง โดยกรมโยธาฯ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แผนดำเนินการช่วงปี 2570 – 2572 (3 ปี)

รวมถึงดำเนินโครงการขุดคลองผันน้ำ โดยให้วิเคราะห์ตำแหน่งและศึกษาผลกระทบ ดำเนินการโดยกรมชลประทาน แผนดำเนินการ มกราคม – มิถุนายน 2568 (6 เดือน) และสำรวจศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และออกแบบ แผนดำเนินการช่วง กรกฎาคม 2568 – มิถุนายน 2569 (1 ปี) และให้เร่งดำเนินการก่อสร้าง โดย กรมชลประทาน ตามแผนดำเนินการ ปี 2570 – 2572 (3 ปี)

สำหรับแผนระยะยาว (3-5 ปี) ประกอบด้วย 1 แผนงาน ได้แก่ โครงการจัดการพื้นที่รับน้ำชั่วคราว (แก้มลิง) โดยให้วิเคราะห์ตำแหน่งและศึกษาผลกระทบ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แผนดำเนินการ ปี 2569 (1 ปี) และให้สำรวจ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และออกแบบ ดำเนินการโดยกรมชลประทาน ดำเนินการตามแผนการ ปี 2567 (1 ปี) ทั้งนี้ การก่อสร้างมอบให้ ชป. และ อปท. แผนดำเนินการ ปี 2571 – 2573 (3 ปี)