Skip to content

มาเลเซีย จับมือนักวิจัยจีนพัฒนา ‘สูตรหม่าล่า’ ใช้น้ำมันปาล์มแทนไขวัว

27 พ.ค. 2568 | 15:18น.
มาเลเซีย จับมือนักวิจัยจีนพัฒนา ‘สูตรหม่าล่า’ ใช้น้ำมันปาล์มแทนไขวัว

มาเลเซียขยายฐานตลาดน้ำมันปาล์ม สานสัมพันธ์ ‘การทูตหม่าล่า’ โดยจ้างนักวิจัยจีนค้นคว้า ใส่น้ำมันปาล์มน้ำซุปหม่าล่า แทนไขวัว

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า มาเลเซีย ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลก พยายามหาหนทางขยายตลาดน้ำมันปาล์มในจีน โดยจ้างนักวิจัยชาวจีน พัฒนาอาหารแพลนต์เบส สำหรับน้ำซุปหม่าล่า แทนการใช้ไขวัว ตามเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพ

ชาน ฟุง ฮิน (Chan Foong Hin) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมการเพาะปลูกและและสินค้าโภคภัณฑ์ของมาเลเซีย ยกย่องแนวทางดังกล่าวว่าเป็น ‘การทูตหม่าล่า’ ไม่ใช่แค่การถ่ายทอดรสมือ ทั้งยังบอกว่าปาล์มปราศจากไขมันคอเลสเตอรอล และมาจากแหล่งที่ยั่งยืน

แถลงการณ์ระบุว่า ผลงานค้นคว้าในช่วงต้นแสดงให้เห็นว่า เครื่องพริกแกงหม่าล่า ที่ใช้น้ำมันปาล์มแทนไขวัว มีไขมันและรสชาติใกล้เคียงกับเครื่องพริกแกงหม่าล่าดั้งเดิม ซึ่งเหมาะแก่ผู้ที่เป็นมังสวิรัติ และชาวมุสลิม

นับเป็นความพยายามที่จะใช้นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมการบริโภคน้ำมันปาล์มในจีน ประเทศที่มีการนำเข้าและบริโภคน้ำมันประกอบอาหาร (cooking oil) มากเป็นอันดับ 2 ของโลก นอกจากน้ำซุปหม่าล่าแล้ว ยังมีแผนการประยุกต์น้ำมันที่ใช้กันอยู่ดาษดื่นกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ขนมขบเคี้ยวรสหม่าล่า ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (personal care products) และการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม

ชาน ฟุง ฮิน กล่าวว่า มาเลเซียทำการค้าทวิภาคีกับเมืองฉงชิ่ง ตอนกลางของจีน ที่นิยมทานหม่าล่าอย่างมาก เป็นมูลค่าแตะ 3,270 ล้านดอลลาร์ (ราว 107,000 ล้านบาท) โดยน้ำมันปาล์มมีบทบาทสำคัญ เช่นเดียวกันกับ เคมีสีเขียว (Green Chamicals) เคมีภัณฑ์จากธรรมชาติ (Oleochemicals)

“ไขมันวัวจากน้ำมันปาล์มช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้เมื่อเทียบกับต้นทุนที่ใช้ไปมีความคุ้มค่ามากขึ้น ซึ่งมาเลเซียภูมิใจนำเสนอวิวัฒนาการวัฒนธรรมอาหารจีนรูปแบบใหม่ ขณะที่เสริมระดับการค้าและความร่วมมือทางเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้งด้วยน้ำมันปาล์ม”