ไทยยูเนี่ยน ได้รับเงินกู้ Blue Loan จาก ADB มูลค่า 5 พันล้าน เพื่อใช้เพาะเลี้ยงกุ้งในประเทศ สร้างมาตรฐานสากล ยกระดับห่วงโซ่อาหารทะเล นำไปสู่ความยั่งยืนจากภาคการเกษตรไทย
นายยงยุทธ เสฏฐวิวรรธน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการบริหารการเงินกลุ่มและศูนย์บริการร่วมทางการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ให้เงินกู้ Blue Loan วงเงินรวม 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 5,000 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ซึ่งเป็นบริษัทแรกของอุตสาหกรรมอาหารทะเลในประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการผลิตอาหารทะเลอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ มีธนาคารพาณิชย์ชั้นนำที่เป็นพันธมิตรทางการเงิน 6 แห่ง ร่วมให้การสนับสนุน ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศจีน, ธนาคารเอชเอสบีซี (HSBC), ธนาคารเอ็มยูเอฟจี จำกัด (MUFG), ธนาคาร OCBC, ธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น (SMBC) และธนาคารยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ (UOB)

โดยเงินที่ได้จะนำไปซื้อกุ้งที่เพาะเลี้ยงอย่างยั่งยืน ซึ่งจะมีการดูเรื่องสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม ได้แก่ การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ การตรวจสอบแหล่งที่มาของอาหารกุ้ง และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานหมุนเวียน รวมถึง การป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า ตลอดตนส่งเสริมการใช้แรงงานที่เป็นธรรมและการทำงานร่วมกับชุมชน และได้ใบรับรองมาตรฐาน โดยทางADB จะมีการจัดอบรมให้ความรู้การบริหารจัดการการเลี้ยงกุ้งแบบยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย ที่จะกลายเป็นมาตรฐานในการเรียกร้องจากลูกค้าในต่างประเทศ ที่ไทยส่งออกในอนาคต
“เงินดังกล่าว ช่วยนำไปใช้เงินทุนหมุนเวียน ซื้อกุ้งจากเกษตรกรที่เลี้ยงตามมาตรฐานความยั่งยืน บนเป้าหมาย ตั้งเป้า ภายในปี 2030 จะซื้อกุ้งมีใบเซอร์รับรอง ให้ได้ 100%”
ทั้งนี้ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ผลผลิตอาหารทะเลมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลก โดยแหล่งผลิตหลักอยู่ในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ความร่วมมือกันในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า Blue Finance สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับอุตสาหกรรมอาหารทะเลให้สามารถปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ควบคู่ไปกับการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ปัจจุบันเศรษฐกิจที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลของไทยมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 30 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก และเป็นแหล่งเลี้ยงชีพของประชากรเกือบ 1 ใน 4 ของ 23 จังหวัดชายฝั่งทะเลของไทย ด้วยอุตสาหกรรมหลักอย่างท่าเรือ การเดินเรือ และการท่องเที่ยวชายฝั่งที่มีการพึ่งพาทรัพยากรทางทะเล ดังนั้น การบริหารจัดการเพื่อดูแลท้องทะเลอย่างยั่งยืนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ และการบรรลุเป้าหมายการก้าวสู่ประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2580
อย่างไรก็ดี นี่ถือเป็นภารกิจ ของความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงิน เข้ามาสนับสนุนภาคธุรกิจ TU ที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรมทะเลระดับโลก ช่วยในการเปลี่ยนผ่านโลกใต้ท้องทะเลไทย จากเกษตรแบบเดิม ๆ สู่โมเดลใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และสังคม นำไปสู่การสร้างความมั่นคงกับชีวิตเกษตรไทยมีความยั่งยืน ผู้บริโภคให้ความไว้วางใจในการบริโภคอาหารที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสังคมและโลก มีความโปร่งใส และเป็นธรรม นำไปสู่การธุรกิจสมดุล ทำให้ มีการเติบโตอย่างยั่งยืน