เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

นายกฯ สั่งการ 7 ผู้ว่าฯเตรียมความพร้อมทุกมิติ ยึดความปลอดภัยประชาชนเป็นหลัก

20 มิ.ย. 2568 | 14:19น.

นายกรัฐมนตรีย้ำผู้ว่าฯ ทั้ง 7 จังหวัด สั่งการให้ทุกหน่วยดูแลประชาชน ตามแผน “พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง” ขอให้พร้อมทุกมิติ ทั้งแผนเผชิญเหตุ โรงพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ยึดเป้าหมาย ปชช.ต้องปลอดภัยเป็นสำคัญ

ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามดูแลการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย โดยมีนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย,

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง, โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตราด, สระแก้ว, จันทบุรี, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Zoom Meeting

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สถานการณ์ชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นภารกิจในความรับผิดชอบของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานต้องทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนและเพื่อประเทศชาติด้วยความเข้มแข็ง

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ได้รับรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดเกี่ยวกับหลุมหลบภัยหรือบังเกอร์ ซึ่งในบางพื้นที่มีการจัดทำกันเอง จึงขอให้ทางจังหวัดตรวจสอบให้แน่ชัดว่าโครงสร้างเหล่านั้นมีความปลอดภัยจริง สามารถปกป้องชีวิตประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงดำเนินการให้เหมือนว่ามีการเตรียมพร้อมเท่านั้น

สำหรับด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองทัพ ตรวจสอบความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ทันที ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงยึดมั่นในหลักการสันติวิธี หลีกเลี่ยงความรุนแรง

แต่หากเกิดสุดวิสัยก็ต้องรักษาความปลอดภัยให้กับทหารแนวหน้า และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในสวัสดิภาพของประชาชน ตามแนวชายแดนกัมพูชาทั้ง 7 จังหวัด โดยยึดหลัก “มหาดไทยคือบ้าน และทหารคือรั้ว”

รวมถึงให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดูแลพี่น้องประชาชน ตามแผน “พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง” โดยเฉพาะ 7 จังหวัดชายแดน ให้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน เน้นการตรวจสอบดูหลุมหลบภัย แผนเผชิญเหตุ การรักษาความปลอดภัย การเตรียมโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ให้พร้อมหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

เฟกนิวส์กระทบความมั่นคง

“การรับมือกับข่าวปลอม (Fake News) ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงและความเชื่อมั่นของประชาชน ขอให้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ติดตาม ตรวจสอบ และแก้ไขข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด รวมถึงเผยแพร่ที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันการสับสนและตื่นตระหนก ร่วมมือกันทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไป” นายกรัฐมนตรีย้ำ

โดยในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เชื่อมั่นในศักยภาพของทุกหน่วยงานที่ร่วมกันทำงาน และมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง และขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงานอย่างเข้มแข็ง อย่างเต็มกำลัง โดยรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนในทุกมิติ ขอให้ทุกกระทรวงยึดเป้าหมายสำคัญในการดูแลพี่น้องประชาชน

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้รับฟังรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนทั้ง 7 จังหวัด เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาและดูแลสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่

1) รักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่ตามบริบทของจังหวัด

2) สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ ชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์

3) การสำรวจหลุมหลบภัย

4) ปฏิบัติงานร่วมกับกองทัพ และให้การสนับสนุนหน่วยงานด้านความมั่นคง

5) การซ้อมแผนอพยพและเผชิญเหตุ

จากนั้นเวลาประมาณ 11.30 น. นายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังฐานปฏิบัติการมรกต ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับรายงานสถานการณ์ชายแดนของกองทัพภาคที่ 2 และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งพบปะกับกำลังพลของกองกำลังสุรนารี และมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน

พร้อมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน รวมถึงความคืบหน้าด้านการปฏิบัติงานในภารกิจสำคัญ ต่อไปความปลอดภัยของพี่ประชาชนบริเวณชายแดนต้องมาก่อน เรายืนยันในสันติภาพ แต่ก็เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ค่ะ