โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ ปรับกลยุทธ์มุ่ง Medical Sustainability เดินหน้าชูความยั่งยืน พร้อมนำ ESG มาปรับใช้ในทุกมิติ ทุ่ม 1.2 พันล้าน ผุดศูนย์รักษาโรคมะเร็งและศูนย์ Wellness เผยผลประกอบการไตรมาสแรก 68 เติบโต 24%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ เฉลิมฉลองครบรอบ 11 ปีแห่งการดูแลสุขภาพชาวเชียงใหม่ จัดงาน “Festival of Harmony” พร้อมแถลงข่าวเปิดตัวนโยบาย ESG (Environmental, Social and Governance) ตามกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กร มุ่งสู่ Medical Sustainability
นายแพทย์นรินทร์ บุญจงเจริญ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 4 และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ได้เปิดดำเนินการครบรอบ 11 ปี ในการให้บริการรักษาพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่ โดยก้าวสำคัญสู่ปีที่ 12 ได้ปรับกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กรมุ่งสู่ Medical Sustainability ภายใต้วิสัยทัศน์ของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาความยั่งยืนใน 3 มิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ด้วยการนำหลักการ ESG (Environmental, Social, and Governance) เป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเติบโตอย่างยั่งยืน
โดยมิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ต้องยอมรับว่าโรงพยาบาลใช้พลังงานและทรัพยากรมาก สร้างขยะทางการแพทย์จำนวนมาก การใช้หลัก ESG ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้พลังงานหมุนเวียน การจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสั่งยาและการใช้เวชภัณฑ์ที่พอเหมาะ และเป็น Green Prescribing การซักรีดและงานผ้า การกำจัดขยะของโรงพยาบาล รวมไปถึง Green Supply Chain
มิติด้านสังคม (Social) โรงพยาบาลมีภารกิจหลักในการดูแลสุขภาพของสังคม การนำ ESG มาใช้ช่วยให้เข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม ดูแลพนักงานให้มีสวัสดิการที่ดี สร้างความปลอดภัยในการทำงาน ส่งเสริมการเรียนรู้และงานวิจัย
มิติด้านธรรมาภิบาล การกำกับดูแล (Governance) การมีระบบการจัดการที่โปร่งใส มีจริยธรรม และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ช่วยสร้างความเชื่อมั่นจากผู้ป่วยและชุมชน มีการใช้ AI มาเป็นเครื่องมือช่วยประกอบการทำงาน เป็น Data Driven Organization
สำหรับแผน ESG ในระยะยาวของโรงพยาบาลคือ BDMS Net Zero 2050 สนับสนุนโครงการเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการดำเนินธุรกิจให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 รวมถึงสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ จะร่วมกับหน่วยงานชั้นนำเป็น Ecosystem เช่น มีการทำ MOU ความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง รพ.กรุงเทพเชียงใหม่ และวิทยาลัยพหุวิทยาการและสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ Recycle Economy กับบริษัทแยกขยะชั้นนำ ขณะเดียวกัน จะร่วมกับเทศบาลหนองป่าครั่ง ที่มีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการดูแลชุมชนและผู้สูงอายุ รวมถึงส่งเสริมให้บุคลากรมีการเติบโต ส่งเสริมการเรียนการสอน และด้านงานวิจัย
นายแพทย์นรินทร์กล่าวต่อว่า ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2568 ทางโรงพยาบาลได้เปิดให้บริการอาคารหลังใหม่เชื่อมต่อกับอาคารหลังเดิม ซึ่งใช้เงินลงทุนราว 600 ล้านบาท ในการเพิ่มจำนวนเตียงและจำนวนห้องตรวจ จากเดิมมีห้องตรวจ 70 ห้องตรวจ สามารถเพิ่มห้องตรวจขึ้นเป็น 2 เท่า และจากเดิมมีจำนวนห้องผู้ป่วยนอกและห้องผู้ป่วยในอยู่ 180 ห้อง เพิ่มขึ้นเป็น 280 ห้อง นอกจากนี้ ยังมีโซนพลาซ่า ร้านกาแฟ ร้านอาหารให้บริการ
นอกจากนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ยังได้ลงทุนสร้างศูนย์ Wellness สาขา 2 งบฯลงทุนราว 250 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการตกแต่งภายใน คาดว่าจะเปิดให้บริการ Soft Opening ราวเดือนสิงหาคมหรือกันยายน 2568
ขณะเดียวกัน ทางโรงพยาบาลยังมีแผนงานสำคัญในการขยายการลงทุนโครงการศูนย์โรคมะเร็ง ที่เน้นมาตรฐานการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ด้วยวิธีการรักษาโดยการฉายแสงชั้นสูง (Proton Therapy) คือการรักษามะเร็งโดยใช้รังสีโปรตอน เป็นเทคนิคการรักษามะเร็งที่ทันสมัย และใช้พลังงานจากโปรตอนในการทำลายเซลล์มะเร็ง เป็นศูนย์ที่ครบวงจรทั้งการฉายแสง การรักษา การผ่าตัดศัลยกรรม รวมถึงการเพิ่มมาตรฐานการพัฒนาการรักษาโรคหัวใจ โรคสมอง คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 1,000 ล้านบาท โดยโครงการจะเกิดขึ้นภายใน 3 ปีนี้
นายแพทย์นรินทร์กล่าวว่า ผลประกอบการของโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ในปี 2567 เติบโต 19% ขณะที่ผลประกอบการไตรมาสแรก ปี 2568 มีอัตราการเติบโตถึง 24%