คลังแก้ปมปิดด่านสินค้าไปกัมพูชา ‘ตกค้างท่าเรือ’ พุ่ง
Close the checkpoint
“จุลพันธ์” แจงมาตรการชั่วคราว แก้ปัญหาสินค้าผ่านแดนไปกัมพูชาไม่ได้ เผยกรมศุลฯผ่อนปรนให้ 2 แนวทาง “อธิบดีกรมศุลกากร” ชี้เป็นมาตรการแก้ปัญหาสินค้าที่ตกค้างอยู่ท่าเรือแหลมฉบังจำนวนมาก เปิดทางเลือกให้ผู้ประกอบการพักสินค้าในเขตปลอดอากรได้มากกว่า 30 วันไม่เกิน 2 ปี หรือชำระภาษีแล้วนำเข้าในประเทศ
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ทางกรมศุลกากรได้มีการกำหนดมาตรการชั่วคราว เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าผ่านแดนไปยังประเทศกัมพูชา ไม่ให้ต้องตกเป็นของแผ่นดิน ในกรณีเกิน 30 วัน ตามกฎหมายศุลกากร โดยให้ผู้นำสินค้าผ่านแดนสามารถขอเปลี่ยนพิธีการผ่านแดน เป็นนำสินค้าเข้าในประเทศได้ และสามารถขอคืนอากรได้ในภายหลัง ถ้ามีการส่งออกสินค้าออกไป หรือขอเปลี่ยนพิธีการผ่านแดนเป็นนำสินค้าเข้าเขตปลอดอากรได้ โดยต้องเป็นสินค้าผ่านแดนเฉพาะที่ออกไปยังด่านศุลกากรที่ติดกับกัมพูชาเท่านั้น

“ได้ให้ทางแหลมฉบัง ซึ่งมีสินค้าผ่านแดนที่ค้างอยู่จำนวนมาก เร่งให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการที่มีสินค้าผ่านแดนที่จะนำออกไปยังกัมพูชาให้ดำเนินการตามมาตรการชั่วคราวดังกล่าว และรายงานสถานะให้ทางกรมศุลกากรทราบเพื่อประเมินสถานการณ์ และให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามความเหมาะสมต่อไป”
นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า มาตรการมาช่วยดูแลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเรื่องการส่งสินค้าผ่านแดนไปกัมพูชา ที่ไม่สามารถส่งออกไปได้ ซึ่งกรมศุลกากรได้ผ่อนปรนให้สามารถเก็บสินค้าไว้ในเขตปลอดอากร (Free Zone) ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ได้มากกว่า 30 วัน ไม่เกิน 2 ปี โดยไม่ต้องถูกยึดสินค้าตกเป็นของแผ่นดินตามที่กฎหมายกำหนดไว้
“ถึงจะมีระยะเวลา 2 ปี แต่ถ้าสถานการณ์ดีขึ้น คลี่คลาย เขาก็นำสินค้าออกไปตามปกติ เพียงแต่ช่วงนี้ให้เก็บไว้ในเขตปลอดอากรได้สูงสุด 2 ปี เพราะถ้าไม่ผ่อนปรนให้ เขาก็จะถูกยึดของหมดตามกฎหมายที่ระบุว่า ถ้านำสินค้าผ่านแดนได้ไม่ทันภายใน 30 วัน สินค้าดังกล่าวจะตกเป็นของแผ่นดิน แต่กรณีนี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ใช่ความผิดของผู้นำสินค้าผ่านแดน ก็ต้องเปิดช่องให้เขาสามารถพักสินค้าไว้ได้ก่อน”
โดยการดำเนินการหลังจากนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์หากกลับสู่ภาวะปกติ สินค้าที่พักไว้ดังกล่าวก็จะกลับไปส่งออกตามปกติอยู่แล้ว เพราะไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะนำมาเก็บไว้ในเขตปลอดอากรอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน นอกจากการเก็บไว้ในเขตปลอดอากรต่อไปแล้ว ทางกรมศุลกากรยังเปิดให้ผู้นำสินค้าผ่านแดนสามารถขอเปลี่ยนพิธีการผ่านแดน เป็นนำสินค้าเข้าในประเทศได้ ซึ่งจะต้องเสียภาษีตามอัตราที่กำหนด แต่สามารถขอคืนอากรได้ในภายหลัง ถ้ามีการส่งออกสินค้าออกไป
“ถ้าเขามีตลาดในประเทศ แล้วจะเอาเข้ามาก็เสียภาษี แต่จริง ๆ หากเขานำเข้า เขาก็จะสงวนสิทธิ์ คือเวลาส่งออก ก็ขอคืนภาษี คืออันนี้เป็นมาตรการชั่วคราว ซึ่งเปิดให้เฉพาะท่าที่จะมีการผ่านแดนไปกัมพูชาเท่านั้น ไม่ได้ให้เป็นการทั่วไป ให้เฉพาะคนที่ติดอยู่แล้วไปไม่ได้ คือคุณก็ต้องมีข้อมูล มีจุดหมายปลายทาง ว่าจะไปออกที่ท่าที่จะไปกัมพูชา แล้วมันไปไม่ได้ และให้เฉพาะช่วงนี้ที่สำรวจข้อมูลมาแล้วว่ามีสินค้าผ่านแดนติดค้างอยู่เท่าไหร่ ก็แก้ปัญหาเฉพาะลอตนี้ เพราะลอตต่อ ๆ ไปก็ไม่มีแล้ว เพราะเขารู้ว่ามันมาไม่ได้ เขาก็ไม่ขนของมา ก็ต้องไปหาทางอื่นที่จะส่งสินค้าไปกัมพูชา อาทิ เวียดนาม หรือ สปป.ลาว”
ทั้งนี้ สินค้าผ่านแดนไปกัมพูชา มีทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะใช้ท่าเรือแหลมฉบังเป็นจุดกระจายสินค้า
“อันนี้เป็นแค่มาตรการที่ออกมาเพื่อบรรเทาปัญหาให้กับผู้ประกอบการ เนื่องจากทางสภาหอการค้าไทย ทางเอกชนร้องมา เพราะคนที่ทำขนส่งสินค้าผ่านแดนก็เป็นผู้ประกอบการไทย ถ้าเขาโดนยึดของก็เดือดร้อน เพราะไม่ใช่ของของเขา แต่เป็นของของคนที่เขารับจ้างขนมา” อธิบดีกรมศุลกากรกล่าว