เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สายสีแดงดัน ‘รังสิต-ศาลายา’ ฮับ ‘นครปฐม’ ขึ้นแท่น ‘ทำเลทอง’
Real Estate สายสีแดงดัน ‘รังสิต-ศาลายา’ ฮับ ‘นครปฐม’ ขึ้นแท่น ‘ทำเลทอง’
ธปท.ยกระดับกำกับ Non-Bank ทั่วประเทศ 3,624 แห่งใช้ AI ตรวจสอบคิด“ดอกเบี้ย-ค่าฟี”ซ้ำซ้อน
Finance ธปท.ยกระดับกำกับ Non-Bank ทั่วประเทศ 3,624 แห่งใช้ AI ตรวจสอบคิด“ดอกเบี้ย-ค่าฟี”ซ้ำซ้อน
ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน 7 เดือนกว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์ พาณิชย์ เร่งต่อยอดตลาดใหม่
Economic ไทยส่งออกผลไม้ไปจีน 7 เดือนกว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์ พาณิชย์ เร่งต่อยอดตลาดใหม่
วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ปลุกพลัง “โกงได้…แก้ได้”เปิดข้อมูล 89% ปัญหาโกงฉุดพัฒนาประเทศ
Economic วันต่อต้านคอร์รัปชัน 2569 ปลุกพลัง “โกงได้…แก้ได้”เปิดข้อมูล 89% ปัญหาโกงฉุดพัฒนาประเทศ
ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
Economic ทุเรียนขึ้นแท่นสินค้าใช้สิทธิ FTA สูงสุด ครึ่งปีแรกเกษตร-อาหารแตะ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์
DITP เปิดเกมเยอรมนี ดัน “เกมไทย-อาหารไทย” เจาะตลาดโลก
Economic DITP เปิดเกมเยอรมนี ดัน “เกมไทย-อาหารไทย” เจาะตลาดโลก
พาณิชย์พาศิลปินไทยบุก Kiaf SEOUL ดัน “ลิขสิทธิ์ศิลปะ” สู่สินทรัพย์โลก
Economic พาณิชย์พาศิลปินไทยบุก Kiaf SEOUL ดัน “ลิขสิทธิ์ศิลปะ” สู่สินทรัพย์โลก
‘อ.ธนาธร’ ชำแหละมายาคติ AI ชี้โจทย์ใหญ่ปฏิรูปราชการไม่ใช่ “แทนคน” แต่คือ “รีดีไซน์ระบบ”
Uncategorized ‘อ.ธนาธร’ ชำแหละมายาคติ AI ชี้โจทย์ใหญ่ปฏิรูปราชการไม่ใช่ “แทนคน” แต่คือ “รีดีไซน์ระบบ”
‘สามชาย’ ชำแหละแผนปฏิรูปข้าราชการ ชง 3 ยุทธศาสตร์ รื้อระบบจ้างงาน-เลิกลดคนแบบฉาบฉวย
Politics ‘สามชาย’ ชำแหละแผนปฏิรูปข้าราชการ ชง 3 ยุทธศาสตร์ รื้อระบบจ้างงาน-เลิกลดคนแบบฉาบฉวย
“อัทธ์” เสนอ 8 แนวทางคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ห้ามแย่งไฟ-น้ำประชาชน
Economic “อัทธ์” เสนอ 8 แนวทางคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ห้ามแย่งไฟ-น้ำประชาชน
ดูทั้งหมด

ไม่มีคำว่า “ถ้า”

18 ก.ค. 2561 | 20:29น.

คอลัมน์ Market-think

โดย สรกล อดุลยานนท์

เคยได้ยินประโยคหนึ่งที่ใช้ในแวดวงนักประวัติศาสตร์ไหมครับ

…ประวัติศาสตร์ ไม่มีคำว่า “ถ้า”

มีแต่ “ถ้า” ในอนาคต

There is no “IF” in history but there is “IF” in the future

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วมันเกิดไปแล้ว จะย้อนเวลากลับไปไม่ได้

เช่น ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ทำรัฐประหาร เมืองไทยจะดีกว่านี้

จริงหรือเปล่า ไม่มีใครรู้

เพราะ “ชีวิตจริง” ไม่ใช่ “ห้องทดลอง”

ทำซ้ำไม่ได้

ผมนึกถึงคำนี้ขึ้นมา วันที่ตัดสินใจนำ “หมูป่าติดถ้ำ” ออกมาทางปากถ้ำ

วินาทีนั้นไม่มีใครรู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่

ที่บอกว่าต้องทำตอนนี้ เพราะน้ำในถ้ำลดลงแล้ว บางจุดสามารถเดินได้ ถ้ารอต่อไปอาจเจอฝนและน้ำไหลเข้าถ้ำเพิ่มอีก

จริงหรือเปล่าก็ไม่มีใครรู้

น้ำอาจจะแห้งกว่าเดิมก็ได้

แต่เราไม่รู้อนาคต

หรือการใช้วิธีนำเด็กดำน้ำออกมาโดยใช้ยากล่อมประสาท เด็ก ๆ จะรอดหรือไม่ วินาทีนั้น ไม่มีใครรู้

แต่ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ “ผู้นำ” ต้องกล้าตัดสินใจ

โชคดีที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี

เด็กทุกคนปลอดภัย

นักประดาน้ำ ทหารและอาสาสมัครทั้งหลายปลอดภัย …แฮปปี้เอ็นดิ้ง

ถ้าดูจาก “ผล” แล้ว ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

คำว่า “ถ้า” จึงไม่มีการนำมาใช้ตั้งคำถามกับเหตุการณ์ครั้งนี้มากนัก

เหมือนกับที่มีคนตั้งคำถามว่าทำไมไม่รออีก 2-3 วัน รอให้ “เครื่องดำน้ำจิ๋ว” ของ “อีลอน มัสก์” มาก่อน

ถ้าทดลองใช้ในสถานที่จริงได้ผลดีก็จะลดความเสี่ยงในการนำเด็กออกจากถ้ำ

อย่างที่บอกแล้วครับ

ประวัติศาสตร์ไม่มีคำว่า “ถ้า”

เราไม่รู้ว่าน้ำจะท่วมถ้ำเพิ่มอีกหรือไม่

ออกซิเจนในถ้ำจะลดลงอีกหรือเปล่า

ที่สำคัญที่สุด คือ วันที่ “อีลอน มัสก์” มาเมืองไทยพร้อมเรือดำน้ำจิ๋ว

เราได้นำเด็กออกมาแล้ว 2 วัน 8 คน

สถานการณ์แบบนี้ “ผู้นำ” ตัดสินใจได้ไม่ยาก

เพราะเมื่อ “วิธีการเดิม” ใช้ได้

ทดลองใช้มา 2 วันแล้ว

ทำไมเราต้องทดลอง “ของใหม่”

หรือทอดเวลายาวนานกว่านั้น

ไม่ใช่เหตุผลว่า “เรือดำน้ำจิ๋ว” ของ “อีลอน มัสก์” ใช้ไม่ได้

แต่ “เวลา” ไม่รอใคร

และ “ผลลัพธ์” จาก “วิธีการเดิม” ก็ออกมาดี

เรื่องแบบนี้อธิบายได้ครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมากในเรื่องนี้ คือ วิธีการจัดการ “ปัญหา”

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น “เรื่องใหม่” ที่ไม่เคยมีในตำรา

คนไทยไม่เคยมีความรู้เรื่องนี้มาก่อน

เด็กติดในถ้ำ-น้ำท่วม-ฝนตกหนัก ฯลฯ

เราจะช่วยเด็กได้อย่างไร

สิ่งที่ “ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร” อดีตผู้ว่าฯเชียงราย ที่เป็น “ผู้นำ” ในการแก้วิกฤตครั้งนี้ทำ ก็คือ

1.เปิดกว้างในการรับ “ความรู้ใหม่” จากทั่วโลก

การช่วย “หมูป่า” ให้พ้นจากถ้ำครั้งนี้เราจึงมีคนต่างชาติที่มาช่วยเหลือถึง 22 ชาติ

2.เมื่อไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไร ก็ทำทุกอย่าง

ไม่ปิด “ทางเลือก” ใด

มีทีมค้นหาจากปากถ้ำ

ส่งคนไปหาโพรงบนภูเขา

สูบน้ำออกจากถ้ำ

เจาะบาดาลเพื่อลดน้ำใต้ดิน

ส่งทีมไปเบี่ยงทางน้ำที่จะไหลเข้าถ้ำ ฯลฯ ทำทุกทาง เผื่อว่าจะได้ผล

ทำแล้วสรุป อะไรเป็นไปได้ก็ทำต่อ

กระดานไวต์บอร์ดของทีมงานมีข้อหนึ่งเขียนไว้เลย

“No idea is stupid idea.”

ไม่มีความเห็นใด เป็นความเห็นโง่ ๆ

ทุกความเห็นมีคุณค่า

3.เวลาทุกวินาทีมีความหมาย

การซ้อมกู้ภัยแบบจับเวลาจริง ก่อนจะตัดสินใจนำเด็กออกจากถ้ำ ถือเป็นวิธีการทำงานที่น่าชมเชย

4.กล้าตัดสินใจ

จริง ๆ มีอีกหลายเรื่องที่น่าถอดบทเรียน

เพราะผมคิดว่าบทเรียนนี้น่าจะนำไปใช้กับวงการธุรกิจได้

เพราะสถานการณ์ที่ทุกคนกำลังเผชิญ คือ การโดน disrupt จากเทคโนโลยี

ทุกคนงง ๆ เหมือนวันแรกที่รู้ว่าเด็กอยู่ในถ้ำ เรากำลังสู้กับอะไรก็ไม่รู้

จะสู้แบบไหนก็ไม่รู้

บทเรียนจากการช่วย “หมูป่าติดถ้ำ”

อาจช่วยได้

เริ่มจากฝึกดำน้ำก่อน 555