เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

เติมศักยภาพ ขนส่งโลจิสติกส์ ด้วยหุ่นยนต์-ระบบอัตโนมัติ

19 ก.ค. 2561 | 22:09น.

คอลัมน์ มองข้ามชอต

โดย ดร.สุปรีย์ ศรีสำราญ นักวิเคราะห์อาวุโส

 

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา Alibaba ได้สร้างปรากฏการณ์ที่สำคัญในการบริหารคลังสินค้า (warehouse) โดยการเปิดตัว Cainiao G Pus หุ่นยนต์ซึ่งมีความสามารถขนส่งหีบห่อบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดแตกต่างกันได้พร้อมกันหลายชิ้นในคราวเดียว อีกทั้งยังสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็วสูงสุดกว่า 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมทั้งได้ประกาศที่จะลงทุนราว 5.1 แสนล้านบาทในระบบ smart logistics เพื่อตอกย้ำถึงหัวใจสำคัญในระบบขนส่งและโลจิสติกส์ที่นอกจากต้องมี “หน้าบ้าน” คือความสามารถในการขนส่งสินค้าแล้ว ยังต้องมี “หลังบ้าน” หรือการจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพด้วย

จากผลการสำรวจของ Deloitte พบว่า robotics and automation เป็นนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลง และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน สูงที่สุดในบรรดานวัตกรรมต่าง ๆ ทางด้านระบบขนส่งและโลจิสติกส์โดยทั่วไป โดยพัฒนาการของคลังสินค้าสามารถแบ่งได้เป็น 4 ระดับ

ได้แก่ 1.พัฒนาการการหยิบจับสินค้า โดยมีการใช้คลื่นวิทยุและเสียง 2.พัฒนาการระบบเครื่องจักรกล เช่น การใช้สายพานลำเลียง การใช้ระบบบรรจุหีบห่อและติดฉลากอัตโนมัติ 3.พัฒนาการระบบกึ่งอัตโนมัติที่ยังคงใช้มนุษย์ควบคุมบ้าง เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติในการเก็บและเรียกสินค้าจาก shelf

และ 4.พัฒนาการระบบอัตโนมัติโดยสมบูรณ์ซึ่งเป็นพัฒนาการสูงสุดของคลังสินค้า ยกตัวอย่างเช่น การใช้หุ่นยนต์ (warehouse robot) ในกิจกรรมต่าง ๆ ของคลังสินค้า เช่น การจัดเรียงสินค้าบนพาลเลต (pallet) การเคลื่อนย้ายสินค้าขึ้น/ลงจากรถบรรทุก การบรรจุหีบห่อ รวมถึงการบริหารจัดการและการควบคุมระบบต่าง ๆ ในคลังสินค้า โดยการใช้หุ่นยนต์ในคลังสินค้าสามารถประยุกต์ใช้ได้กับธุรกิจที่หลากหลาย เช่น e-Commerce, ยานยนต์, อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

ทั้งนี้ Tractica บริษัทด้านการวิจัยด้านหุ่นยนต์ชั้นนำ ประเมินว่า ตลาด warehouse robot ทั่วโลกในปี 2018 มีมูลค่าราว 2.5 แสนล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมสูงถึง 45% ต่อปี ซึ่งจะปรับตัวสูงขึ้นไปที่ 7.3 แสนล้านบาทในปี 2021 หรือมีการใช้ warehouse robot ปรับเพิ่มขึ้นจากราว 250,000 ตัวเป็น 620,000 ตัว

ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยปัจจัยขับเคลื่อนมาจากราคาของหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ปรับตัวลง และแนวโน้มการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ราคาหุ่นยนต์อุตสาหกรรมโดยเฉลี่ยมีการปรับตัวลงมาอยู่ที่ 1.5 ล้านบาท/ตัว ในปี 2018 จากราคาราว 2.1 ล้านบาท/ตัว

ในปี 2009 ประกอบกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้อุปทานแรงงานมีการปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงมีความจำเป็นในการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้ามาทดแทน

นอกจากนี้การสำรวจของ DHL ยังพบว่า ในปัจจุบันมีคลังสินค้าทั่วโลกเพียง 5% เท่านั้นที่ใช้ระบบอัตโนมัติ ส่วนที่เหลือยังดำเนินการด้วยคนงานเป็นหลัก จึงยังคงมีโอกาสในการพัฒนาคลังสินค้าเหล่านี้อีกมากมายในอนาคต

สำหรับไทยในปัจจุบัน คลังสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นระบบเครื่องจักรกลและระบบกึ่งอัตโนมัติที่ยังคงใช้มนุษย์ควบคุมบ้าง โดยมีคลังสินค้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เริ่มพัฒนาเข้าสู่ระบบกึ่งอัตโนมัติมากขึ้น เช่น ในอุตสาหกรรมวัสดุ ผู้ประกอบการบางรายมีการสร้างคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าอัตโนมัติโดยใช้ระบบบริหารคลังสินค้าอัตโนมัติเพื่อลดความผิดพลาด และเพิ่มความรวดเร็วในการจัดเก็บและกระจายสินค้า

ส่วนในอนาคต อีไอซีประเมินว่า การใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติโดยสมบูรณ์มีโอกาสที่จะแพร่หลายมากขึ้น จากการเติบโตของ e-Commerce ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตจาก 6.5 หมื่นล้านบาทในปี 2018 ไปเป็น 8.5 หมื่นล้านบาทในปี 2021

โดย e-Commerce ที่ต้องการความรวดเร็วและแม่นยำในการจัดเก็บสินค้า การเรียกคืนสินค้า และการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพจะสร้างอุปสงค์ในการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมากขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ที่ต้องการดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมที่ล้วนต้องการพึ่งพาการเก็บวัตถุดิบ สินค้าขั้นกลาง สินค้าสำเร็จรูป ในปริมาณและความถี่ในการจัดเก็บสินค้าที่มากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ที่ต้องการใช้คลังสินค้าในการเก็บชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงการบริหารจัดการการขนส่งรถยนต์ที่ประกอบเสร็จแล้ว จะเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยปรับเปลี่ยนคลังสินค้าเข้าสู่ระบบอัตโนมัติ และนำระบบหุ่นยนต์เต็มรูปแบบเข้ามาใช้มากขึ้นในอนาคต

จากการประเมินสัดส่วนการใช้หุ่นยนต์ต่อจำนวนแรงงานตามค่าเฉลี่ยโลกที่ 69 ตัวต่อแรงงาน 10,000 คน อีไอซีคาดว่า ไทยต้องการหุ่นยนต์อย่างน้อย 3,000 ตัวเพื่อทดแทนแรงงานในด้านโลจิสติกส์ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งความต้องการดังกล่าวมาจาก 2 ส่วน ได้แก่ การเพิ่มการใช้หุ่นยนต์ของแรงงานในอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ในปัจจุบันราว 1.2 ล้านคน เพื่อให้อยู่ในระดับเดียวกับค่าเฉลี่ยโลก และการเพิ่มการใช้หุ่นยนต์ในแรงงานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ประเมินว่าแรงงานระดับปฏิบัติการด้านโลจิสติกส์จะเพิ่มขึ้นราว 2.5-3% ในแต่ละปี ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งแรงงานเหล่านี้มีโอกาสที่จะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจของทั้งผู้ประกอบการด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ไทยที่จะนำ warehouse robot เข้ามาใช้ในคลังสินค้าของบริษัท เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการบริหารคลังสินค้าและการขนส่ง รวมถึงผู้ประกอบการไทยที่เป็น supplier ในห่วงโซ่อุปทานในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม กรณีความสำเร็จทางธุรกิจ เงินลงทุน และเทคโนโลยี ยังเป็นความท้าทายสำคัญในการนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในคลังสินค้า ถึงแม้ว่าจะมีการเริ่มใช้หุ่นยนต์ในคลังสินค้าบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่แพร่หลายเหมือนการใช้หุ่นยนต์ในธุรกิจอื่นนัก กรณีการใช้หุ่นยนต์ในคลังสินค้าที่ประสบความสำเร็จจึงยังมีน้อยกว่าธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นความท้าทายต่อผู้ประกอบการในการใช้งาน

นอกจากนี้ การลงทุนในระบบการพัฒนาคลังสินค้าระบบอัตโนมัติที่ใช้หุ่นยนต์โดยสมบูรณ์ยังคงมีราคาสูง โดย Robo Global ประเมินว่าการลงทุนสร้างคลังสินค้าดังกล่าวต้องใช้เงินอย่างน้อยราว 1,200 ล้านบาทต่อแห่ง ซึ่งเงินลงทุนที่ค่อนข้างสูงย่อมสร้างข้อจำกัดต่อผู้ประกอบการในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสุดท้าย ทั้งเทคโนโลยีหุ่นยนต์และเทคโนโลยีในด้านขนส่งและโลจิสติกส์มีโอกาสพัฒนาและเปลี่ยนแปลงได้เสมอ การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและปรับเปลี่ยนได้ในอนาคตจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หุ่นยนต์ โลจิสติกส์