เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ชัชชาติ’ ยันเช่ารถขยะ EV จำเป็นต่อเมือง การันตีโปร่งใส ประหยัดงบ 4,745 ล้าน
Economic ‘ชัชชาติ’ ยันเช่ารถขยะ EV จำเป็นต่อเมือง การันตีโปร่งใส ประหยัดงบ 4,745 ล้าน
เปิดประวัติ ‘โรบินสัน’ 47 ปี จากห้างในเมือง พลิกสู่โมเดลไลฟ์สไตล์ต่างจังหวัด
Business เปิดประวัติ ‘โรบินสัน’ 47 ปี จากห้างในเมือง พลิกสู่โมเดลไลฟ์สไตล์ต่างจังหวัด
AI ทำได้ แต่ไม่ให้ทำ บิล เกตส์ ชง “เขตสงวนงานมนุษย์” รักษาตลาดแรงงาน
Tech AI ทำได้ แต่ไม่ให้ทำ บิล เกตส์ ชง “เขตสงวนงานมนุษย์” รักษาตลาดแรงงาน
ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 68,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ 68,500 บาท
สหรัฐฯจับมือ กฟผ. ให้ทุนศึกษา SMR ปูทางโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทย
Economic สหรัฐฯจับมือ กฟผ. ให้ทุนศึกษา SMR ปูทางโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทย
สิงคโปร์อากาศเลวร้ายทุบสถิติ ต้นตอไฟป่าอินโดฯ
World สิงคโปร์อากาศเลวร้ายทุบสถิติ ต้นตอไฟป่าอินโดฯ
ศ.วุฒิสาร ชู “ความสมเหตุสมผล–เป็นธรรม” แกนปฏิรูปภาครัฐ ตอบโจทย์อนาคตไทย
Politics ศ.วุฒิสาร ชู “ความสมเหตุสมผล–เป็นธรรม” แกนปฏิรูปภาครัฐ ตอบโจทย์อนาคตไทย
‘ศุภมาส’ ยังไม่ได้รับแจ้ง ควบรวม “อสมท. – ไทยพีบีเอส” ยันถ้าเปลี่ยนแปลงต้องดีขึ้น
Politics ‘ศุภมาส’ ยังไม่ได้รับแจ้ง ควบรวม “อสมท. – ไทยพีบีเอส” ยันถ้าเปลี่ยนแปลงต้องดีขึ้น
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (15 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
แกนนำ ภท. โล่ง หลังรอด กกต.ฟัน “คดีฮั้วเลือก สว.” ‘โกแพ’ มั่นใจพ่อบริสุทธิ์
Politics แกนนำ ภท. โล่ง หลังรอด กกต.ฟัน “คดีฮั้วเลือก สว.” ‘โกแพ’ มั่นใจพ่อบริสุทธิ์
ดูทั้งหมด

“บิ๊กตู่”สั่งคมนาคมเคลียร์เวนคืนสายสีชมพู-เหลือง ห่วงเวนคืนทำรถไฟฟ้าอืดราคาที่ดินพุ่ง5-10เท่า

27 ส.ค. 2561 | 11:42น.

“บิ๊กตู่” สั่งคมนาคมเคลียร์เวนคืนสายสีชมพู-เหลือง ห่วงเวนคืนทำรถไฟฟ้าอืดราคาที่ดินพุ่ง 5-10 เท่า รฟม.ถกส่วนต่อขยายสายสีชมพูปลายเดือนนี้

เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเริ่มการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล 2 สายแรกของประเทศไทย (โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง) โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด มหาชน (BTS) ในฐานะตัวแทนกลุ่มกิจการร่วมค้า BSR เข้าร่วมพิธีด้วย

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นการมาทำประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมืองอีกครั้งหนึ่ง เพราะวันนี้เป็นการเริ่มการก่อสร้างรถไฟฟ้า 2 สายนี้อย่างเป็นทางการ แต่การก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนใหม่จะต้องมีปัญหาจราจรเกิดขึ้นมากมายตามมาแน่นอน โดยเฉพาะใน กทม.ที่มีปัญหาค่อนข้างหนัก จึงขอฝากผู้ประกอบการให้ติดเครื่องหมายเตือนต่างๆ วางสิ่งป้องกันอันตราย และการใช้พื้นที่ขอให้คำนึงถึงความเหมาะสมด้วย วันนี้เราจึงต้องเร่งแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้ ยอมรับว่าการก่อสร้างรถไฟฟ้าก็ไม่ใช่ว่าจะแก้ได้ทั้งหมด ต้องร่วมแก้กันหลายส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน และเจ้าหน้าที่จากภาคส่วนต่างๆ จะเสียเวลาไม่ได้อีกแล้ว

การก่อสร้างทั้ง 2 โครงการ เป็นผลักดันตามแผนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ขออย่าไปมองด้านเดียวว่า มีผลประโยชน์หรือการทุจริต เพราะการก่อสร้างทุกโครงการต้องเป็นไปตามกฎหมายกำกับและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกต้องและสุจริต ซึ่งวิธีการร่วมทุนแบบ PPP fast track มีกติกามีกฎหมายกำกับชัดเจน ไม่เอื้อประโยชน์ให้ใครทั้งสิ้น เอกชนที่มีความสามารถก็เข้ามาร่วมลงทุนกับรัฐบาลได้ เพราะวันนี้เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย และรัฐบาลไม่สามารถลงทุนอย่างได้ เพราะงบประมาณประจำปีมีจำกัด และงบประมาณทั้งหมดไม่ใช่ว่าตั้งขึ้นมาเพื่อใช้ปีนี้ปีเดียว แต่ต้องนำไปชำระหนี้และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านๆมา ก็ขอให้ทุกคนเข้าใจด้วย

แต่ก็อยากให้มองเพิ่มด้วยว่า การก่อสร้างทั้ง 2 โครงการนี้มีเหตุผลจากอะไร จะสามารถเชื่อมต่อกับปริมณฑลอย่างไร และจะเชื่อมโยงการเดินทางกับระบบขนส่งมวลชนต่างๆ อาทิ รถเมล์ หรือการเดินทางทางน้ำ ได้อย่างไร ทุกอย่างต้องอยู่ในแผนระยะ 20 ปี โดยทุกๆ 5 ปี ก็จะมาดูอะไรที่ทำได้หรือไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้แล้วมีเหตุผลก็สามารถปรับเปลี่ยนได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาอีกประการหนึ่งก็คือ การเข้าใช้พื้นที่สำหรับดำเนินการก่อสร้าง จะเห็นว่าขณะนี้มีหลายเส้นทางที่ติดปัญหาการใช้ที่ดินของเอกชน ส่วนมากเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายในการเวนคืนที่ดิน เพราะเมื่อประกาศพื้นที่ที่จะต้องก่อสร้าง ราคาที่ดินก็ปรับตัวสูงตามถึง 5-10 เท่า รัฐบาลจึงต้องดำเนินการหาวิธีที่เหมาะสมว่า จะทำอย่างไร ถ้าต้องจ่ายค่าเวนคืนทั้งหมดจะเป็นไปได้หรือไม่ อาจจะต้องหาวิธีตอบแทนประชาชนเหล่านี้ในด้านอื่นๆ หรือการแบ่งปันผลประโยชน์ ก็ขอมอบเป็นนโยบายให้กระทรวงคมนาคมไปคิดหาวิธีจัดการมาด้วยในทุกเส้นทาง และต้องเป็นแผนระยะยาว เพื่อรองรับโครงการใหม่ๆ ในอนาคตด้วย

ด้านนายอาคมกล่าวว่า ปัญหาการเวนคืนที่นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงนั้น มีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว โดยรูปแบบมี 2 แบบ คือ การไปซื้อที่ดินต่อจากเอกชนและการเวนคืนแล้วจ่ายค่าเวนคืนให้ตามราคาตลาด ซึ่งเรื่องของราคาที่ดินก็ต้องดูตามราคาตลาดก่อน เพราะส่วนมากที่มักจะมีปัญหาเกิดจากการที่มีบางรายเรียกร้องค่าเวนคืนในอัตราที่สูงเกินไป ซึ่งทางกระทรวงเองก็ไม่มีประเด็นโต้แย้ง แต่ขอให้แสดงหลักฐานการซื้อขายที่ดินให้ชัดเจนว่า มีการขายจริง มีหลักฐานจากกรมที่ดินแสดง เพราะบางทีปัญหาเกิดจากการเปลี่ยนมือกันเองของเจ้าของที่กับผู้ซื้อขาย เราก็ยึดราคาของทางการเป็นหลัก

สำหรับความคืบหน้าการก่อสร้างของทั้ง 2 สาย ดำเนินการในรูปแบบ PPP Net Cross ตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 มีระยะเวลาลงทุน 33 ปี 3 เดือน (ก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน และ บริหารเดินรถ-ซ่อมบำรุง 30 ปี) ภาครัฐลงทุนในส่วนการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนเอกชนลงทุนในงานโยธา งานระบบรถไฟฟ้าและการจัดหาขบวนรถ งานจ้างที่ปรึกษาโครงการ และงานบริหารรถและซ่อมบำรุง โดยเอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงของโครงการ โดยรถไฟฟ้าสายสีชมพู มีบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (NBM) เป็นผู้ร่วมลงทุน มีระยะทางรวม 34.5 กม. มี 20 สถานี มีความก้าวหน้าในการก่อสร้าง 3.1% (ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2561) จากแผนงาน 3.54% ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลือง มีบริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (EBM) มีระยะทางรวม 30.4 กม. มี 23 สถานี มีความก้าวหน้าในการก่อสร้าง 2.8% (ณ สิ้นเดือน ก.ค.) เร็วกว่าแผนที่ตั้งไว้ที่ 2.2% โดยทั้ง 2 โครงการเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2561 และได้กำหนดให้รถไฟฟ้าทั้ง 2 สายรองรับระบบบัตรแมงมุมไว้ด้วย โดยมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 2564 จากนั้นจะมีการทดสอบระบบประมาณ 3 เดือน และจะพร้อมเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2565

ขณะที่ผู้ว่าฯ รฟม. กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดที่จะต้องมีการเวนคืนเพิ่มเติมจะอยู่ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูเป็นหลัก โดยจะเป็นจุดที่กรมทางหลวงขอให้ทางโครงการขยายเขตทาง โดยเฉพาะจุดที่เป็นทางร่วมและทางแยก โดยจุดหลักๆ จะมีอยู่ที่ 1.บริเวณแยกวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขนตัดกับ ม.ราชภัฎพระนคร และ 2.แยกติวานนท์ เพื่อให้ช่องจราจรที่รอเลี้ยวขวาตามทางแยกต่างๆ สามารถเลี้ยวได้ตามเดิม ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบและด้วยข้อกำหนดของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ให้มีการทำประชาพิจารณ์ในการเปลี่ยนแปลงรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ด้วย ซึ่งก็ต้องขออนุมัติงบประมาณเวนคืนจากรัฐบาลเพิ่มเติม เพราะเป็นสิ่งที่ยังไม่ปรากฏในกรอบงบประมาณดำเนินการของโครงการ แต่จะไม่กระทบกับกรอบเวลาก่อสร้างที่ดำเนินการไว้ เพราะกรมทางหลวงได้ให้ผู้รับเหมาเข้าพื้นที่ก่อสร้างไปก่อนแล้ว

ส่วนค่าโดยสารของทั้ง 2 สาย ค่าแรกเข้าจะจ่ายเพียงครั้งเดียว เหมือนกรณีของสายสีม่วงเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงิน โดย รฟม.จะเป็นผู้รับภาระค่าแรกเข้า มีอัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 14-42 บาท

ขณะที่ประเด็นส่วนต่อขยายของทั้งสองเส้นทางนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้นโยบายว่า ขอให้สายหลักของทั้งสองสายสร้างเสร็จก่อน เพราะส่วนต่อขยายทั้ง 2 โครงการจะต้องนำไปเข้ากระบวนการบรรจุในแผนแม่บท (M-MAP) โดยมีคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร .)พิจารณา จากนั้นจึงนำเข้าสู่กระบวนการทำ PPP ต่อไป ซึ่งขณะนี้สายสีเหลืองได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. แล้ว และนำเรื่องส่งให้กระทรวงคมนาคมรับทราบแล้ว ส่วนสายสีชมพูจะนำเรื่องเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ด รฟม. ในปลายเดือนนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บิ๊กตู่