เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

มะเร็งร้ายใต้เม็ดสิว

06 ต.ค. 2561 | 22:50น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก

โดย สมถวิล ลีลาสุวัฒน์

เกิดอาการชากันไปเป็นแถบ ๆ ทั้งสถาบันการเงิน และกลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์

เมื่อเรกูเลเตอร์หนุ่ม “วิรไท สันติประภพ” ผู้ว่าการแบงก์ชาติ “ตีระฆัง” สั่งแบงก์รัฐ แบงก์พาณิชย์ ให้อยู่ “ในลู่ในทาง” แบบ “นอกลู่ในทาง” ก็ไม่เอา หวังป้องปรามให้ทุกฝ่าย หยุดละเลง “สินเชื่อที่อยู่อาศัย” ตามอำเภอใจ

เพราะ “สัญญาณ” การเก็งกำไรในตลาดบ้าน-คอนโดฯ มีให้เห็นอย่างดาษดื่นจนน่าตกใจ กลายเป็นเรื่องธรรมดา

หากปล่อยไว้ “ฟองสบู่อสังหาฯ” มาแน่ !

แต่มาใน “รูปแบบ” ที่ไม่เหมือนเดิม คือแบงก์ไม่เจ๊ง แต่แบงก์จะเหนื่อยขึ้น ส่วนผู้ประกอบการจะเจ๊งบางบริษัท สุดท้ายผู้บริโภคก็ซวย

แล้ว “รัฐ” ก็เหนื่อยหนักที่สุด ต้องตามล้างตามเช็ด ยิ่งเศรษฐกิจ ถ้าไม่เสถียร ประเทศไทยก็จบ

เพราะการเมืองเราก็เสถียรแบบไม่เสถียรอยู่แล้ว จึงเป็น “จุดหักเห” ที่แบงก์ชาติต้อง “เล่นบทเข้ม”

แม้จะหักลบกลบหนี้ ยึดทรัพย์มาขายต่อ มันก็เสียเวลา

และต้นทุนโดยใช่เหตุ แทนที่จะใช้ “เวลา” ไปพัฒนาประเทศ ไปแก้รถติดอย่างเป็นระบบ

ส่วนนักพัฒนาอสังหาฯ ทั้งตัวเจ้าของและมืออาชีพ คงไม่ชอบใจกับ “เสียงระฆัง” ที่ตีกระทบมาให้ได้ยิน บางคนบอกเสียงระฆังระคายหู ทำให้นอนไม่หลับ ทำมาหากินไม่สะดวก มาตกลงกันเลยจะเอาแบบไหน

คงต้องรอ วันที่ 11 ตุลาคม 2561 ที่ภาครัฐและเอกชน 3 สมาคมอสังหาฯ จะประชุมร่วมกันหาข้อสรุป “มาตรการ” แห่งความพอดี เป็น “เกมโอเวอร์” กลุ่มนักเก็งกำไรในยุค 2018

ถามว่า “นักเก็งกำไร” ต้นตอปัญหา หน้าตาเป็นอย่างไร

คงตอบยาก รู้แค่ว่า เป็นกลุ่มรวยจริง และคิดว่าตัวเองรวย หรือคิดอยากรวยเร็ว รวยลัด

เหมือนกลุ่มนักเล่นหุ้นที่รู้อินไซด์ หรือเล่นหุ้นแบบชักเข้าชักออกเร็ว คิดว่า “ตัวเองรู้จังหวะ”

เอาเข้าจริงก็หน้ามืด เมื่อ “คอนโดฯ” ที่ซื้อยกลอตขายไม่ออก ปล่อยเช่าไม่ได้ หรือเช่าไม่ได้ราคา แต่ยังมีเงินใช้

อีกกลุ่มเป็นมนุษย์ชนชั้นกลาง หวังซื้อ “คอนโดฯ” หลังที่ 2-4 ปล่อยเช่า หรือขายต่อ กะฟันกำไรยูนิตละ 2-5 แสน

เอาเข้าจริงรายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง เพราะรายได้เท่าเดิม แต่รายจ่ายสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ “ไม่ดี” เหมือนก่อน

ตลาดอสังหาฯเป็นดัชนีตัววัดเศรษฐกิจที่เร็วและชัดเจน

ตลาดนี้วายไปเมื่อ 2 ปีก่อน ไม่หอมหวานสักเท่าไหร่

ดีเวลอปเปอร์กลุ่มเก่าจะบ่นว่า “อยากลาออกจากซีอีโอ”

“อยากไปปลูกผักปลูกบ้านอยู่ต่างจังหวัด” “อยากไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ”

เพราะแข่งขันเหนื่อย เกมก็ยิ่ง “ร้อนแรง”

ขณะที่ “นักพัฒนา” หน้าใหม่ ที่ไปร่ำเรียน ฝึกวิชา หาประสบการณ์ตรงจากคนรุ่นเก๋า ยังอยากทำโครงการต่อไป

เพราะมั่นใจในศักยภาพตัวเองที่ “คิดต่าง ทำจริง” หวังฝ่าพายุที่ร้อนแรงนี้ไปได้ แต่กลุ่มนี้พอร์ตจะไม่ใหญ่มาก

ที่พอร์ตใหญ่มูลค่ามหาศาล เป็นของ “รายใหญ่” เงินหนา คอนเน็กชั่นดี แต่รอบนี้คงต้องลดดีกรี ราคาขายต่อตารางเมตรลง ไม่ให้แพงเว่อร์เหมือน “ที่ดิน” ที่ถูกปั่นจนแพงโคตร เกินจริง

การที่แบงก์ชาติทำดี “กล้าฉีดยาแรง” สะกิดหัวสิวออกเสียแต่เนิ่น ๆ อาจมีเลือดหยดบ้าง แต่คงไม่มาก

อาจเจ็บบ้าง แต่ก็นิดหน่อย ดีกว่าปล่อยให้เป็น “มะเร็งร้าย” ใต้เม็ดสิว

ถึงเวลานั้น จะฉายแสงหรือคีโม คงไม่ทันแล้ว

“ธุรกิจ” ก็เหมือน “ชีวิต” ต้องธรรมดา ธรรมชาติบ้าง “สูงสุด” ต้องกลับคืนสู่ “สามัญ”

เมื่อเราอยากซื้อบ้าน อยากมีคอนโด เราก็ต้องมีเงินออมไม่ใช่เงินทอน มีอาชีพ มีวินัยการเงิน

เมื่อขอกู้แบงก์ แบงก์ก็ต้องลืมตาสองข้างปล่อยสินเชื่อตามเกณฑ์ที่ไม่สุ่มเสี่ยง ของจริงต้องเป็นของจริง

เหมือนคนจะสวยงามจริง ก็งามได้ทั้งใจกาย ไม่ต้องปั้นแต่งหรือศัลยกรรมทำเว่อร์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อสังหาริมทรัพย์