เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
Columns คุยกับเศรษฐา : สมการ ‘รายได้สุทธิ’ เปลี่ยนอย่างไร ให้เกษตรกร ‘มีเงินเหลือมากขึ้น’ ?
‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
Biz Movement ‘มธ.’ ผนึก ASMG-นานาชาติ วางแนวทางดูแล ‘ก่อนมะเร็งกระเพาะอาหาร’
อีซูซุ ส่งเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo 204 แรงม้า เอาใจลูกค้า D-MAX และ MU-X
Automotive อีซูซุ ส่งเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo 204 แรงม้า เอาใจลูกค้า D-MAX และ MU-X
‘โอบามา’ ลุยช่วยหาเสียงอัด ‘ทรัมป์’ ลั่นโกงกิน-ตปท.ล้มเหลว จวกรสนิยมตกแต่งทำเนียบ
World ‘โอบามา’ ลุยช่วยหาเสียงอัด ‘ทรัมป์’ ลั่นโกงกิน-ตปท.ล้มเหลว จวกรสนิยมตกแต่งทำเนียบ
‘อนุทิน’ สั่ง ‘สภาพัฒน์’ ประมาณการ ‘จีดีพี‘ ใหม่ ลั่นปีนี้ไม่ใช่ 2.1% แน่
Politics ‘อนุทิน’ สั่ง ‘สภาพัฒน์’ ประมาณการ ‘จีดีพี‘ ใหม่ ลั่นปีนี้ไม่ใช่ 2.1% แน่
รัฐบาล จ่อขยาย 1 ปี มาตรการ ‘บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน’ ถึง 31 ธ.ค. 70
Politics รัฐบาล จ่อขยาย 1 ปี มาตรการ ‘บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน’ ถึง 31 ธ.ค. 70
อนุทิน ลั่น ตปท.ลงทุน ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี ชี้ไทยเป็นฐานกระจายสินค้าอาเซียน 700 ล้านคน
Politics อนุทิน ลั่น ตปท.ลงทุน ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี ชี้ไทยเป็นฐานกระจายสินค้าอาเซียน 700 ล้านคน
ราคาทองวันนี้ (25 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (25 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 64,900 บาท
การเมืองฝรั่งเศสระอุ! 4 แสนคนลงถนนระลอกใหม่ ท้าทาย ‘มาครง’ โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง
World การเมืองฝรั่งเศสระอุ! 4 แสนคนลงถนนระลอกใหม่ ท้าทาย ‘มาครง’ โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง
‘คนที่พึ่งพาได้’ ในที่ทำงาน มีราคาที่ต้องจ่าย? แนะวิธีปลดตัวเองจากการโหมงานหนัก
HR ‘คนที่พึ่งพาได้’ ในที่ทำงาน มีราคาที่ต้องจ่าย? แนะวิธีปลดตัวเองจากการโหมงานหนัก
ดูทั้งหมด

เพราะเหตุใด “อินเดีย” ไม่เผชิญกับวิกฤต “ค่าเงิน”

19 ต.ค. 2561 | 19:02น.
อินเดีย

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจ

โดย ไพรัตน์ พงศ์พาณิชย์

ผู้สันทัดกรณีในแวดวงการเงินระหว่างประเทศคาดการณ์ว่า ประเทศที่น่าจะเผชิญกับวิกฤตค่าเงินต่อจากประเทศอย่างอาร์เจนตินา และตุรกี น่าจะเป็นอินเดีย สาเหตุสำคัญเป็นเพราะการไหลออกของเงินทุนจากต่างประเทศ ที่ถูกดึงกลับไปลงทุนในสหรัฐอเมริกา หลังจากกองทุนสำรองแห่งรัฐ (เฟด) หรือธนาคารกลางสหรัฐ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง

อันที่จริงนโยบายการเงินแบบเข้มงวดมากขึ้นของสหรัฐอเมริกาส่งผลต่ออินเดียจริง ความต้องการสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่อย่างอินเดียหดหายไปอย่างมาก กดให้ค่าเงินรูปีอ่อนค่าลงมากถึง 14 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ในปีนี้

ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้อินเดียเกิดปัญหาขาดดุลบัญชีเดินสะพัดมากขึ้น เพราะจำเป็นต้องจ่ายค่านำเข้าน้ำมันดิบสูงขึ้นตามอัตราแลกเปลี่ยน ยิ่งจำเป็นต้องนำเข้าน้ำมันดิบมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ของความต้องการทั้งหมดในประเทศ ยิ่งมีปัญหามากขึ้นตามมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อระบบการเงินของประเทศเต็มไปด้วยภาระหนี้ ก็ยิ่งส่งผลกระทบมากขึ้นไปอีก

แต่สิ่งหนึ่งซึ่งอินเดียโชคดีกว่าประเทศอย่างอาร์เจนตินา และตุรกี ก็คือในโลกนี้ มีคนอินเดียเดินทางออกไปประกอบสัมมาอาชีวะอยู่นอกประเทศมากมายถึง 20 ล้านคน

ข้อมูลของธนาคารโลกแสดงให้เห็นว่า เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา ชาวอินเดียในต่างแดนส่งเงินกลับประเทศสูงมากถึง 69,000 ล้านดอลลาร์ เกือบเทียบเท่ากับ 3 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอินเดียเลยทีเดียว

แคปิตอล อีโคโนมิกส์ ประเมินเอาไว้ว่า หากไม่มีเงินที่ส่งกลับประเทศจากชาวอินเดียที่ทำงานอยู่ในต่างแดน ภาวะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของอินเดีย จะอยู่ที่ 5 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ในตอนกลางปีที่ผ่านมา แทนที่จะอยู่ที่ 2 เปอร์เซ็นต์อย่างที่ปรากฏ

ศิลัน ชาห์ นักเศรษฐศาสตร์ด้านอินเดียของแคปิตอล อีโคโนมิกส์ ระบุเอาไว้ว่า สำหรับอินเดียแล้ว เงินที่ส่งกลับบ้านเกิดจากผู้ที่ทำงานอยู่ในต่างแดนเป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญมาก แต่มักถูกมองข้ามอยู่เสมอ ถ้าหากปราศจากเงินทุนที่ไหลเข้ามาจำนวนมากที่ว่านี้แล้ว สภาพขาดดุลของอินเดีย คงแทบไม่ต่างอะไรกับประเทศอย่างอาร์เจนตินา หรือตุรกี แน่นอน

ตามการประเมินของศิลัน ชาห์ เงินที่ส่งกลับบ้านจากต่างประเทศจะเป็นกลไกช่วยสนับสนุนสถานะทางการเงินการคลังของอินเดียต่อไป อย่างน้อยก็อีกหลายปีข้างหน้า

เหตุผลหนึ่งก็คือ ในขณะที่สภาพเศรษฐกิจภายนอกในหลายประเทศขยายตัว เม็ดเงินที่ชาวอินเดียซึ่งทำงานอยู่ในต่างแดนส่งกลับประเทศมาก็น่าจะเพิ่มสูงขึ้น เป็นการขยายตัวตามสัดส่วนของเศรษฐกิจดังกล่าวตามไปด้วย

นอกจากนั้น ยิ่งสถานการณ์ในประเทศมีปัญหา ยิ่งจะช่วยกระตุ้นให้การส่งเงินกลับเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

เม็ดเงินซึ่งชาวอินเดียพลัดถิ่นส่งกลับมายังบ้านเกิด อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้อินเดียสามารถรักษาสภาวะความต้องการการบริโภคภายในเอาไว้ได้ ทำให้คนอินเดียยังมีอำนาจจับจ่ายใช้สอย

แทนที่จะก่อให้เกิดภาวะ “โอเวอร์ซัพพลาย” เพราะดีมานด์ลดลง เนื่องจากกำลังซื้อลดลงทำให้เศรษฐกิจของอินเดียสามารถพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศเป็นตัวกระตุ้นหลักของเศรษฐกิจ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศในรูปอื่น ๆ ซึ่งผันผวนไม่แน่นอนมากกว่ามาก

ตามการประเมินของแคปิตอล อีโคโนมิกส์ จำนวนเงินที่ชาวอินเดียในต่างแดนส่งกลับบ้านเกิดในช่วงปีหรือสองปีข้างหน้านี้ น่าจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้นอยู่ที่ระหว่าง 5 เปอร์เซ็นต์ ถึง 6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ภาวะขาดดุลของประเทศขยายเพิ่มขึ้นจาก 2 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี เป็น 2.5 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีได้เลยทีเดียว

และแน่นอน ช่วยป้องกันไม่ให้สถานการณ์ของอินเดียทรุดหนักลงไปอยู่ในระดับเดียวกันกับประเทศเศรษฐกิจใหม่ด้วยกัน ซึ่งตอนนี้ต้องดิ้นรนอย่างหนักจากภาวะค่าเงินร่วงแบบถล่มทลายในปีนี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตค่าเงิน อินเดีย