“สมคิด” เทหมดหน้าตักอุ้มท่องเที่ยว งัดฟรีวีซ่า 21 ชาติปลุกตัวเลขไฮซีซั่น
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยปี 2561 นี้อาจไม่เป็นไปตามเป้าที่วาดหวังไว้ เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้รวมในเดือนกันยายนที่ผ่านมาเริ่มชะลอตัวมากขึ้น โดยขยายตัวเฉลี่ยเพียง 2.13% และ 2.43% เท่านั้น
จากที่ก่อนหน้านี้ตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้สูงสุดครองอันดับ 1 มาหลายปี ได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จากเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มที่ภูเก็ต และประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่ตามมาเป็นระยะ และพบว่าในเดือนกันยายนที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังคงลดลงในสัดส่วน 14.89% ขณะที่รายได้ลดลง 11.49%
“สมคิด” ส่งสัญญาณหนุนสุดตัว
จากสัญญาณที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาลและผู้ประกอบการเอกชนต้องรีบหามาตรการมากระตุ้น อย่างแรง เพราะต้องพยุงให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ที่สร้างรายได้เข้าประเทศคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของจีดีพี ไม่ให้ทรุดลงไปกว่าที่เป็นอยู่
ล่าสุด “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวจีน เพื่อผลักดันรายได้ปีนี้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมเปิดทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณานำมาตรการเรื่องยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ควบคู่กับการให้ความสำคัญเรื่องดูแลรักษาความปลอดภัย ทั้งระบบและแคมเปญการตลาดเพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใช้มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียม Visa on Arrival (VOA) หรือวีซ่าที่ลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของท่องเที่ยวไทย (ปกติจัดเก็บ 2,000 บาทต่อคน)
ททท.เด้งรับ-ชงฟรีค่าธรรมเนียม VOA 21 ปท.
“ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า ททท.เตรียมนำเสนอมาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจท่องเที่ยว 2 รูปแบบ ประกอบด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียม VOA ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 21 ประเทศ (รวมจีน) ในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ เป็นการใช้ยาแรงแก้ปัญหาที่ธุรกิจท่องเที่ยวกำลังเผชิญอยู่ โดย ททท.จะเร่งดำเนินการและเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้เร็วที่สุด คาดว่าน่าจะเริ่มใช้ได้วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561-15 มกราคม 2562หากดำเนินการได้เร็วก็จะสามารถกระตุ้นความเชื่อมั่นในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนไปได้จนถึงช่วงตรุษจีนปีหน้า ที่สำคัญยังคาดหวังว่าจะเป็นมาตรการที่ช่วยหนุนให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยปีหน้าปรับตัวดีขึ้นได้ตั้งแต่ต้นปีอีกด้วย
“คาดว่าหาก ครม.เห็นชอบและดำเนินการได้ทันตามแผนที่วางไว้ จะทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนขยับขึ้นมาถึง 12 ล้านคนในปีนี้ จากเดิมที่คาดไว้ที่ราว 10.5 ล้านคน”
ปลุกรายได้จีน 2 เดือนโค้งท้าย 7.5 หมื่นล้าน
ผู้ว่าการ ททท.ยังระบุด้วยว่า ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเหลือวันละประมาณ 2 หมื่นคน ขณะที่ช่วงพีกสุดคือช่วงตรุษจีนที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาถึง 5 หมื่นคนต่อวัน หรือประมาณ 1 ล้านคนต่อเดือน แต่ขณะนี้พบว่าเหลือเพียงแค่ประมาณ 6 แสนคนต่อเดือนเท่านั้น โดยส่วนที่ลดลงมากที่สุด คือ กลุ่มกรุ๊ปทัวร์ โดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์จากเมืองรองของจีน ซึ่งก็สร้างความกังวลให้กับกลุ่มผู้ประกอบการภาคเอกชนเป็นอย่างมาก ว่าหากช่วงตรุษจีนปีหน้านักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ อาจเป็นการสูญเสียนักท่องเที่ยวจีนในระยะยาวได้
“ประเทศอาจสูญเสียรายได้จากมาตรการฟรีค่าธรรมเนียม VOA ไปสักประมาณ 3 พันล้านบาทในช่วง 2 เดือน แต่รายได้ที่จะเกิดจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนจำนวนราว 1.5 ล้านคนที่น่าจะเข้ามาในช่วง 2 เดือนที่ใช้มาตรการนี้จะมีมูลค่าที่ราว 7.5 หมื่นล้านบาท”
นอกจากนี้ สิ่งที่ประเทศไทยจะต้องทำควบคู่กันไปด้วย คือ การวางกรอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจว่านักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยจะได้รับการดูแลที่ดี ขณะที่ภาคเอกชนก็ต้องร่วมแรงกันดูแลนักท่องเที่ยวด้วย
ขณะเดียวกัน ททท.ยังได้เสนอให้นำมาตรการวีซ่าแบบดับเบิลเอนทรี่วีซ่า (double entry visa) แก่นักท่องเที่ยวจีน โดยนักท่องเที่ยวสามารถจ่ายค่าวีซ่าสำหรับเดินทางเข้าไทย 1 ครั้ง ในอัตรา 1,000 บาทต่อคน สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ 2 ครั้ง ภายใน 180 วัน อีกรูปแบบหนึ่งด้วย
ที่ผ่านมา ททท.ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไปแล้วว่า นับจากนี้เป็นต้นไปการเติบโตของนักท่องเที่ยวจีนอาจจะอยู่ในระดับปีละ 10% ไม่หวือหวาเหมือนที่ผ่าน ๆ มาที่โต 20-30% เนื่องจากข้อจำกัดในด้านการรองรับของประเทศไทยเอง โดยเฉพาะเรื่องของสนามบินซึ่งปัจจุบันสนามบินหลายแห่งก็รองรับผู้โดยสารเกินกว่าศักยภาพแล้ว อย่างไรก็ตาม การขยายตัวในสัดส่วนที่ลดลงก็มีข้อดีอย่างหนึ่ง คือ จะทำให้ประเทศไทยปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืนขึ้น
ขณะที่ “วิชิต ประกอบโกศล” นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ระบุว่า เชื่อว่าตอนนี้ตลาดจีนยังไม่ไหลลงถึงจุดต่ำสุด แต่ในอีก 2 เดือนที่เหลืออยู่อาจลดลงต่ำกว่า 15%
ถ้ายังไม่มีมาตรการอะไรมาแก้ไข และอาจจะลามไปถึงไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งจะลดลงหนักกว่านี้ นอกจากนี้ ยังมองว่าหากรัฐบาลประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียม VOA จะได้ประโยชน์ไปถึงตลาดใหญ่อย่างอินเดียด้วย
“วีระศักดิ์” ยันสถานการณ์ไม่ได้เลวร้าย
“วีระศักดิ์ โควสุรัตน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามองว่า จากตัวเลขนักท่องเที่ยวรวมในขณะนี้ถือว่าสถานการณ์ยังไม่เลวร้ายอย่างที่คิด แม้ว่าสถิติกราฟตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ แต่ก็ยังเป็นจุดที่สูงกว่าสถิติของหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ดังนั้น จึงยังขอไม่ตอบคำถามในประเด็นยกเว้นค่าธรรมเนียม VOA ว่าเห็นด้วยหรือไม่ หรือจะนำมาใช้ทันในช่วงเวลาที่เหลืออีก 2 เดือนของปีนี้หรือไม่ และอยากให้ทุกส่วนมาตั้งสติคุยกันและร่วมกันแก้ไข
“เท่าที่เห็นตอนนี้กราฟแสดงตัวเลขของนักท่องเที่ยวจีนก็ยังสูงอยู่ แม้จะลดลงแต่ก็ไม่ได้ลดต่ำขนาดนั้น แม้แต่เว็บไซต์ของจีน เช่น ซีทริป จะยังระบุว่าไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวจีน จึงมีคำถามกลับว่าเราควรจะเทหน้าตักหรือยัง ที่ถามแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะปิดข้อเสนอนี้ เพียงแต่ยังไม่ขอตอบในเวลานี้เท่านั้น”
พร้อมกันนี้วีระศักดิ์ยังให้ข้อมูลว่า กรณีการออกมาสนับสนุนฟรีค่าธรรมเนียม VOA ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีนั้น มองว่าการทำงานเพื่อบ้านเมืองนั้นต้องพูดคุยกันด้วยข้อมูลมากกว่า และคิดว่าท่านรองนายกฯยังไม่เห็นกราฟที่ทางกระทรวงเสนอตัวเลข แล้วใคร ๆ ก็ไปกวนใจท่าน รอให้ข้อมูลชุดนี้ไหลไปถึงฝ่ายต่าง ๆ ที่เข้าไปรบกวนท่านก่อนแล้วค่อยสรุปกันอีกครั้ง
ที่สำคัญอยู่ที่การทำงานของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยมากกว่า เพราะขณะนี้ฤดูการท่องเที่ยวของกลุ่มคนจีนได้ผ่านไปแล้ว และจะกลับมาอีกครั้งคือช่วงตรุษจีนปีหน้า นั่นแปลว่า…ช่วงนี้ไม่สำคัญ
และย้ำว่า เรื่องของการคืนความเชื่อมั่นนั้นขึ้นอยู่กับวิธีการสื่อสาร ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องทำให้เห็นว่าความเป็นเจ้าบ้านที่มีความรับผิดชอบสูงนั้นเราดำเนินการแล้ว ส่วนจะช้าหรือเร็วเราคงไปกำหนดจิตใจเขาไม่ได้