ธปท.ย้ำเงินบาทแข็งปานกลาง-ผันผวนเร็วดูแลใกล้ชิด
ธปท.กล่อม สรท. เงินบาทแข็ง กระทบ “ผู้ส่งออก” ไม่มาก ชี้ปัจจัยมาจากบรรยากาศการค้าโลก ฉุดเศรษฐกิจคู่ค้าชะลอ-ลดสต๊อก กดดันส่งออกไทยในระยะข้างหน้าแน่ เทรนด์เงินบาทแข็งค่า-ผันผวนต่อเนื่อง เตือนเอกชนป้องกันเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ฝั่ง ธปท.เข้าดูแลเฉพาะช่วงค่าบาทเปลี่ยนแปลงเร็วเกิน
นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงผลการประชุมร่วมกันระหว่างสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) และ ธปท. เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า บรรยากาศการค้าโลกในปีนี้จะท้าทายมากขึ้นจากปีก่อน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา บรรยากาศการค้าโลก จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและการปรับลดสินค้าคงคลัง (inventory) ของผู้ประกอบการจากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า ได้เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลให้การส่งออกของไทยชะลอตัวลง เช่นเดียวกับการส่งออกประเทศอื่น ๆ เช่น การส่งออกของสิงคโปร์ที่ติดลบมากกว่า 10% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา
“การส่งออกของไทย เช่น ภาคอิเล็กทรอนิกส์ที่ชะลอลง เป็นผลจากสงครามการค้าที่ผลกระทบเริ่มชัดเจนมากขึ้น และแนวโน้มการส่งออกของไทยในระยะข้างหน้าจะขึ้นอยู่กับบรรยากาศของการค้าระหว่างประเทศ และอุปสงค์ (ความต้องการ) ของประเทศคู่ค้าเป็นหลัก” นางสาววชิรากล่าว
โดยด้านค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นราว 2.3% ตั้งแต่ต้นปีེ เป็นผลจากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยเป็นสำคัญ ในขณะที่เงินลงทุนในหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างชาติไม่ได้ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่า สะท้อนจากการไหลออกสุทธิ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเงินบาทแข็งค่าและมีค่าความผันผวนอยู่ในระดับกลาง ๆ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น
“ผลกระทบของค่าเงินต่อการส่งออกมีไม่มาก และความสัมพันธ์ของสองเรื่องนี้ไม่ชัดเจน ดังที่เห็นได้จากการส่งออกของประเทศเพื่อนบ้านที่ชะลอลง แม้ค่าเงินของเพื่อนบ้านจะไม่ได้แข็งค่าเท่าเงินบาท ในบางช่วงที่เงินบาทแข็งค่าเร็วในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจ ธปท.ได้เข้าดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เวลากับเอกชนในการปรับตัว” นางสาววชิรากล่าว
ส่วนค่าเงินบาทในระยะข้างหน้ายังมีแนวโน้มผันผวนได้ 2 ทาง (แข็งค่าและอ่อนค่า) ตามความผันผวนของเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก ดังนั้น ภาคเอกชนควรพิจารณาป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้ง 2 ด้าน อย่างสม่ำเสมอ
“ในระยะยาวไม่มีใครสามารถกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนได้ เพราะเรื่องนี้เป็นผลจากปัจจัยภายนอกประเทศที่ควบคุมไม่ได้เป็นสำคัญ แต่โจทย์ที่อาจจะสำคัญมากกว่าและต้องร่วมมือกัน คือ การช่วยผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัวและรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นเรื่องที่จะอยู่กับเราอีกนาน” นางสาววชิรากล่าว