เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

โรงเรียนคู่ขนาน ความสำเร็จจากทักษะชีวิต

29 ส.ค. 2560 | 10:44น.

องค์ประกอบที่ทำให้คนประสบความสำเร็จในชีวิต คงไม่ได้มาจากความเก่งด้านความรู้ หรือวิชาการเพียงอย่างเดียว อาจจะมีสิ่งอื่นเข้ามาผสมผสาน และเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่อาจละเลยได้คือ “ทักษะชีวิต” เพราะเห็นได้จากทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ระบุว่าทักษะชีวิต และอาชีพเป็นกลุ่มทักษะสำคัญ

ช่องว่างตรงนี้จึงเป็นโอกาสที่ “โรงเรียนคู่ขนาน” ของ “ฝั่งนที ประภาสะวัต” เข้ามาเติมเต็ม ซึ่งหัวหน้าโครงการคนนี้คลุกคลีอยู่กับวงการการศึกษามาโดยตลอด ด้วยความที่เป็นติวเตอร์ และเปิดกิจการเพื่อสังคม “โนว์อาร์ เลิร์นนิ่ง” ที่ให้คำปรึกษา และแนะแนวเด็กให้รู้จักตัวเอง เพื่อจะได้เรียน และทำงานตามที่ชอบและถนัด

“ฝั่งนที” ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ทักษะชีวิตในโรงเรียนให้ฟังว่า เมื่อเด็กทำงานส่งครูไม่ทัน สิ่งที่ได้รับคือโดนครูดุ และหักคะแนน เด็กจะเรียนรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นไม่ดี แต่ไม่เกิดการเรียนรู้ว่าถ้าจะทำให้ดีขึ้น ต้องทำอย่างไร ซึ่งหากเปลี่ยนเป็นเมื่อเด็กส่งงานไม่ทัน ครูจะสอนเรื่องการจัดการเวลา ก็จะทำให้เด็กพัฒนาตนเอง และมีความรับผิดชอบมากขึ้น

“นี่เป็นหนึ่งทักษะชีวิตเรื่องใกล้ตัว แต่กลับไม่ได้รับความสำคัญ เราจึงจัดตั้งโรงเรียนคู่ขนานขึ้น เพื่อสอนทักษะชีวิตที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยส่วนใหญ่แล้วเรื่องนี้จะถูกสอนอย่างจริงจังกับผู้ใหญ่วัยทำงาน เห็นได้จากการที่บริษัทส่งพนักงานไปเทรนนิ่ง”

“ในทางกลับกัน เราคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องดีกว่า ถ้าหากนำเรื่องทักษะชีวิตไปบ่มเพาะให้กับเด็ก ๆ เพราะจะช่วยสร้างโอกาส และความสำเร็จในชีวิตได้ เช่น ถ้าเขาเรียนรู้ทักษะการขาย เวลาสมัครงาน จะสามารถขายตัวเองได้ รู้จักทำให้ตัวเองโดดเด่นขึ้นมา บริษัทย่อมอยากเลือกเขาเข้าทำงานด้วย”

สำหรับการใช้ชื่อโรงเรียนคู่ขนานเป็นเพราะเปิดเรียนคร่อมกับโรงเรียนในระบบทั่วไป เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนทั้งสองหลักสูตรควบคู่กันได้ ซึ่งหลักสูตรถูกพัฒนาอย่างเข้มข้น ผ่านทีมงานที่มีประสบการณ์ด้านการศึกษา โดยผสมผสานระหว่างองค์ความรู้ด้านการศึกษานอกระบบ การประเมินผล และจิตวิทยา ขณะที่ครูผู้สอนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านของวิชานั้น ๆรายวิชาที่เปิดสอนจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ หลักสูตรทักษะชีวิตพื้นฐานเบื้องต้น เช่น วิชาความเชื่อมั่นในตนเอง, วิชาการคิดเชื่อมต่อ, วิชาสร้างแรงบันดาลใจ ส่วนหลักสูตรทักษะชีวิตขั้นประยุกต์ ได้แก่ วิชาการจัดการเวลา, วิชาการสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น, วิชาการรับมือกับความผิดหวัง และหลักสูตรเพื่อใช้งานในภาคธุรกิจ อย่างวิชาการสร้างคอนเน็กชั่น, วิชาทักษะการขาย, วิชาการจัดการการเงิน เป็นต้น

“การเรียนตลอดหลักสูตรอยู่ที่ 5 ปีการศึกษา แต่ละปีการศึกษาจะมี 3 ภาคเรียน เรารับสมัครนักเรียนตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป หรือจบชั้น ม.3 แล้ว โดยเริ่มรับสมัครในเดือน ธ.ค. 2560 และจะเริ่มสอนปีหน้า ซึ่งปีแรกเป็นการเรียนขั้นพื้นฐาน ปีถัดมาเป็นหลักสูตรประยุกต์ ปีที่สามเป็นหลักสูตรเพื่อนำไปใช้ภาคธุรกิจหรือตอนทำงาน”

“ส่วนปีที่สี่เป็นการลองทำงานจริงกับโรงเรียนคู่ขนาน เราจะหางานมาให้น้อง ๆ ทำเหมือนทำงานจริง เช่น หากน้องสนใจด้านสถาปัตย์ เราจะหางานด้านนี้มาให้น้องทำ ซึ่งในปีที่สี่นั้นเด็กจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว และในปีที่ห้า เราจะส่งน้องไปอยู่กับบริษัทที่เป็นพันธมิตรของเราในลักษณะของเด็กฝึกงาน เพื่อให้เขาเจอโลกการทำงานจริง แล้วนำบทเรียนที่เคยเรียนไปใช้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น”

“ฝั่งนที” ให้ข้อมูลว่ารูปแบบการเรียนของโรงเรียนคู่ขนานจะเป็นการเรียนแบบผสมผสานของการเรียนในห้อง และเรียนทางไกลผ่านเครือข่ายออนไลน์ เพื่อให้ครอบคลุมถึงเด็กต่างจังหวัด เพื่อช่วยประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วย เพราะนอกจากการเรียนในห้องเรียน จะมีการไลฟ์คุยกับเด็กสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเพื่อรับฟังความเห็นว่าพวกเขาเจออะไรมาบ้าง เพื่อเป็นการติดตาม และประเมินผลอีกทางหนึ่ง

“ด้วยความที่เป็นการเรียนสด และออนไลน์ คอร์สของเราจะแบ่งเป็น 2 ระดับ ถ้าหากผู้ปกครองมีกำลังจ่ายสูง จะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมให้กับลูก เช่น มีนักจิตวิทยาส่วนตัวให้ ค่าเรียนก็จะเริ่มต้นที่ 13,000 บาท แต่หากมีกำลังจ่ายน้อยลงมา ค่าเทอมจะไม่ถึง 10,000 บาทแต่จะมีสัดส่วนของการเรียนออนไลน์มากกว่า ซึ่งมีทั้งไลฟ์สอนสดและคลิปวิดีโอ”

อย่างไรก็ดี จากรูปแบบของธุรกิจที่เป็นกิจการเพื่อสังคม และกำลังอยู่ในช่วงของการระดมทุนผ่าน Crowdfunding ทางโรงเรียนจึงจัดแพ็กเกจให้กับผู้ปกครองที่มีความสนใจ และต้องการสนับสนุนเรื่องทักษะชีวิตให้กับลูกหลาน หากผู้ปกครองจ่ายค่าเทอมล่วงหน้า จะได้รับส่วนลด และหากเหมาจ่ายตลอดหลักสูตร 5 ปีจะให้อัตราส่วนลดมากขึ้น ซึ่งจะเหลือค่าเรียนเพียงเทอมละไม่กี่พันบาท

“ฝั่งนที” บอกว่าอีกหนึ่งเป้าหมายของโรงเรียนคู่ขนานคือการจัดทำโครงการนี้กับเด็กที่มีกำลังจ่ายน้อย เพื่อให้พวกเขามีโอกาสเข้าถึงโอกาสเช่นเดียวกัน กระนั้น การที่จะเข้าไปช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มดังกล่าวจะต้องมีเงินทุนไปดำเนินการ ซึ่งหากเราสามารถพัฒนาธุรกิจไปได้ไกล และมีรายได้เข้ามาเยอะ ย่อมหมายถึงเงินที่จะไปช่วยเหลือเด็กที่มีกำลังจ่ายน้อยตามไปด้วย

“ดังนั้น ถ้าไม่มีกลุ่มคนที่จ่ายเงิน เราจะไม่สามารถช่วยเหลือคนเหล่านั้นได้ และถ้าหากเราพัฒนาธุรกิจไปได้มากกว่านี้ รายได้จะเข้ามาเยอะ แน่นอนเงินที่เข้าไปสนับสนุนเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งยังสามารถทำได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น”

“ฝั่งนที” กล่าวในตอนท้ายว่าเราวางแผนช่วงแรกของการทำธุรกิจเป็นการสร้างรากฐานให้มั่นคง จึงตั้งเป้าผู้เรียนอยู่ที่ปีละ 1,000 คนใน 5 ปีแรก ซึ่งเชื่อมั่นว่าเมื่อเด็กจากโรงเรียนคู่ขนานจบออกไป และสามารถสร้างผลลัพธ์ให้สังคมเห็นว่าเป็นเด็กคุณภาพ และประสบความสำเร็จในชีวิต ถึงเวลานั้นธุรกิจจะเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างแน่นอน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การศึกษา