เงินดอลลาร์อ่อนค่าหลังเฟดคงดอกเบี้ยและลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/3) ที่ระดับ 31.63/64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (20/3) ที่ระดับ 31.74/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงหลังคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับร้อยละ 2.25-2.50 ในการประชุมครั้งที่ 2 ของปีเมื่อวานนี้ตามที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ และส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยเฟดจะใช้ความอดทนก่อนที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป ยกเว้นสถานการณ์จะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
ทั้งนี้คำแถลงการณ์ล่าสุดของเฟดนั้นแตกต่างจากเดิมที่ได้ระบุในการประชุมเดือนธันวาคมปีที่แล้ว (2561) โดยเดิมเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ สำหรับปีหน้า (2563) เฟดส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง ซึ่งไม่ได้ต่างจากที่ระบุไว้ในการประชุมเดือนธันวาคมปีที่แล้ว (2561) และจะชะลอการปรับลดงบดุลโดยจะเริ่มในเดือนพฤษภาคม จากระดับ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน เหลือเพียง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน ก่อนที่จะยุติการปรับลดงบดุลในเดือนกันยายน นอกจากนี้ เฟดยังได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ สู่ระดับร้อยละ 2.1 จากระดับร้อยละ 2.3 ที่ระบุไว้ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว และปรับลดตัวเลขคาดการณ์ในปีหน้าสู่ระดับ ร้อยละ 1.9 จากเดิมที่ร้อยละ 2.0 ขณะที่คงตัวเลขอัตราการขยายตัวในระยะยาวที่ระดับร้อยละ 1.9 พร้อมทั้งปรับเพิ่มตัวเลขอัตราการว่างงานในปีนี้ที่ระดับร้อยละ 3.7 จากเดิมที่ร้อยละ 3.5 และปรับตัวเลขในปี 2563 เพิ่มขึ้นสู่ระดับร้อยละ 3.8 จากเดิมที่ระดับร้อยละ 3.6 ขณะที่ปรับลดตัวเลขว่างงานในระยะยาวสู่ระดับร้อยละ 4.3 จากเดิมที่ร้อยละ 4.4 และสุดท้าย เฟดได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้ (2562) และปีหน้า (2562) และปีหน้า (2563) สู่ระดับร้อยละ 1.8 และร้อยละ 2.1 ขณะทีี่คงตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวที่ระดับร้อยละ 2.0
สำหรับปัจจัยในประเทศวันนี้ (21/3) กระทรวงพาณิชย์ไทย ได้แถลงตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทยซึ่งระบุว่า การส่งออกของไทยในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ (2562) มีมูลค่า 21,553.70 ล้านเหรียญสหรัฐ กลับมาขยายตัวที่ร้อยละ 5.91 จากที่หดตัวร้อยละ 5.63 ในเดือนมกราคม เมื่อเปรียบเทียบรายปี ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 17,519.2 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัวลงร้อยละ 10.03 จากที่ขยายตัวร้อยละ 13.99 ในเดือนมกราคม เมื่อเปรียบเทียบรายปี ขณะที่ไทยมียอดค้าเกินดุลมูลค่า 4,034.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.62-31.69 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.67/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/3) ที่ระดับ 1.1429/32 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (20/3) ที่ระดับ 1.1350/52 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เงิน
ยูโรแข็งค่าขึ้นสวนทางกับเงินดอลลาร์สหรัฐ รับการคงดอกเบี้ยและการลดคาดการณ์เศรษฐกิจของเฟด นอกจากนี้เมื่อวาน (20/3) นายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานคณะมนตรียุโรป ได้แถลงการณ์ว่า สหภาพยุโรป (EU) พร้อมที่จะขยายกำหนดเวลาการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ออกไปอีก 3 เดือนตามที่อังกฤษร้องขอ โดยมีเงื่อนไขว่า สภาสามัญชนของอังกฤษจะต้องให้การอนุมัติข้อตกลง Brexit ที่นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ทำไว้กับผู้นำ EU ก่อนหน้านี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1390-1.1438 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1404/06 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (21/3) ที่ระดับ 110.68/70 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (21/3) ที่ระดับ 11.53/54 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เงินเยนแข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังเฟดปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจของสหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยน
เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 110.28-110.74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 110.42/44 เยน/
ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ในสัปดาห์นี้ได้แก่ การประชุมอียูซัมมิท (21/3), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนมีนาคมของสหรัฐจากมาร์กิต (22/3) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือนมีนาคมของสหรัฐจากมาร์กิต (22/3) และการเลือกตั้งประเทศไทย (24/3)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.60/-2.35 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.50/+1.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ