เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
Economic นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ดูทั้งหมด

เอฟทีเอ ดัน ส่งออกผลไม้ไทย ไปอาเซียนกระฉูด 6,429%

28 มี.ค. 2562 | 15:49น.

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่ากรมฯได้ติดตามผลการส่งออกผลไม้ของไทยไปยังตลาดโลก พบว่าปี 2561 ส่งออกได้มูลค่ารวม 2,656 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.05% ตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ อาเซียนและจีน มีมูลค่า 2,132 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 80% ของการส่งออกผลไม้ไทยไปตลาดโลก และผลไม้ไทยที่ได้รับความนิยม เช่น ทุเรียน ลำไย มังคุด เป็นต้น ซึ่งไทยครองความเป็นผู้นำการส่งออกอันดับต้นของโลก

นางอรมน กล่าวว่า การส่งออกผลไม้ที่เพิ่มขึ้นได้รับผลดีจากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ)ที่ไทยมีอยู่ในปัจจุบัน 13 ฉบับ กับ 18 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน 9 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลี และล่าสุดฮ่องกง ที่อยู่ระหว่างรอการมีผลบังคับ โดยเอฟทีเอได้ช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกให้กับผลไม้ไทย จากการที่คู่ค้าได้ปรับลดภาษีนำเข้าให้กับไทย ทำให้สินค้าไทยแข่งขันได้ดีขึ้น และส่งออกได้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันภายใต้เอฟทีเอจีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี เปรู และฮ่องกง ได้ยกเว้นการเก็บภาษีศุลกากรของการนำเข้าสินค้าผลไม้สด ผลไม้แช่แข็งและผลไม้แห้งจากไทย ยังเหลือเพียงบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย ที่ยังเก็บภาษีศุลกากรการนำเข้าผลไม้บางชนิดจากไทย โดยญี่ปุ่นเก็บภาษีส้มในอัตรา 4% เกาหลีใต้เก็บภาษีมะม่วง 24% ทุเรียน 36% อินเดียเก็บภาษีส้ม 5% มาเลเซีย กัมพูชา และ สปป.ลาวเก็บภาษีมะม่วง มังคุด ทุเรียน ในอัตรา 5% เป็นต้น

นางอรมน กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบสถิติมูลค่าการส่งออกผลไม้ของไทยในปี 2561 ในตลาดสำคัญ เช่น อาเซียนและจีน กับปีก่อนหน้าที่จะทำเอฟทีเอ พบว่า ตลาดอาเซียนปี 2561 ส่งออกได้มูลค่า 1,123 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6,429% เมื่อเทียบกับปี 2535 ซึ่งเป็นปีก่อนที่อาเซียนจะลดภาษีนำเข้าผลไม้ภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) และจีนส่งออกมูลค่า 1,009 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 2,816% เมื่อเทียบกับปี 2545 ซึ่งเป็นปีก่อนหน้าที่จีนยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าผลไม้จากไทยภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) และยังสอดคล้องกับสถิติของกรมการค้าต่างประเทศที่พบว่าในปี 2561 สินค้าผลไม้ เป็นหนึ่งในสินค้าที่ผู้ประกอบการไทยขอใช้สิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอในการส่งออกเป็นอันดับต้น

นางอรมน กล่าวอีกว่า กรมฯมีข้อแนะนำให้เกษตรกร ผู้ประกอบการส่งออก ที่จะส่งออกผลไม้ไปยังประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศที่มีเอฟทีเอกับไทย จะต้องศึกษาและใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอในการส่งออก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผลไม้ไทย และต้องรักษาคุณภาพ มาตรฐาน ให้สอดคล้องกับหลักสากลด้านมาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช พัฒนาสินค้าให้ตรงตามที่ตลาดต้องการ รวมถึงให้ความสำคัญกับการส่งออกผลไม้ปลอดสารพิษ ผลไม้ที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) และผลไม้ที่มีนวัตกรรม เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับผลไม้ไทย

 

 

ที่มา : มติชนออนไลน์