เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ดูทั้งหมด

“ต้านเผด็จการ” อุดมการณ์ ปชป. มรดก 73 ปีที่ “จุรินทร์” ต้องแบก

20 พ.ค. 2562 | 09:14น.
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ปชป.

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ปชป.

“จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” นั่งเก้าอี้ “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” คนที่ 8

นับจากหัวหน้าพรรคคนแรก “ควง อภัยวงศ์” ตั้งแต่ 6 เม.ย. 2489-15 มี.ค. 2511

คนที่สอง “ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช” ที่ดำรงตำแหน่งแทน “ควง” เมื่อปี 2511-26 พ.ค. 2522 หลังนายควงถึงแก่อสัญกรรม

คนที่สาม “ถนัด คอมันตร์” เป็นหัวหน้าพรรคเมื่อ 26 พ.ค. 2522-3 เม.ย. 2525

คนที่สี่ “พิชัย รัตตกุล” นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคเมื่อ 3 เม.ย. 2525-26 ม.ค. 2534

คนที่ห้า “ชวน หลีกภัย” เป็นหัวหน้าพรรคเมื่อ 26 ม.ค. 2534-4 พ.ค. 2546

คนที่หก “บัญญัติ บรรทัดฐาน” นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคเมื่อ 20 เม.ย. 2546-8 ก.พ. 2548

คนที่เจ็ด “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นหัวหน้าพรรคตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 2548-24 มี.ค. 2562

การตัดสินใจอนาคตการเมืองว่าจะเข้าร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ คือ first mission ของ “หัวหน้าจุรินทร์”

“จุรินทร์” ลั่นวาจาไว้ก่อนได้รับตำแหน่งว่า “ถ้าผมได้รับโอกาสเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะหยิบยื่นโอกาสให้กับทุกคนที่ตั้งใจทำงาน ทุ่มเท เพื่อประชาธิปัตย์ ไม่จำเป็นต้องอยู่ฝ่ายไหนหรือเป็นเด็กของใคร เป็นคำมั่นที่ให้ไว้เบื้องต้น มีหลายคนถามถ้าผมเป็นหัวหน้าพรรคจะมีอะไรเปลี่ยนหรือไม่ ปชป.ถึงเวลาต้องเปลี่ยน แต่ไม่ใช่สักแต่จะต้องเปลี่ยน แต่ต้องเปลี่ยนอย่างมีวุฒิภาวะ อะไรดีก็ต้องรักษาไว้ อะไรสมควรเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน”

คำเน้นย้ำของ “จุรินทร์” คือ “อุดมการณ์ระบบรัฐสภา ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต้องไม่เปลี่ยน อุดมการณ์ทำเพื่อประชาชนต้องไม่เปลี่ยน พรรคประชาธิปัตย์มีหัวหน้าพรรคมาแล้ว 7 คน หัวหน้าพรรคคนที่ 8 ก็ไม่มีสิทธิอยู่นอกเหนืออุดมการณ์ที่เรายึดมั่น”

สอดส่อง “อุดมการณ์” ประชาธิปัตย์ตั้งแต่ยุคก่อตั้ง เมื่อ 6 เม.ย. 2489 สมัยที่ “ควง อภัยวงศ์” เป็นหัวหน้าพรรคคนแรกที่สืบต่อกันมา ปรากฏอยู่ในคำประกาศอุดมการณ์ของพรรค ที่เผยแพร่อยู่ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 14 ก.พ. 2562

1.พรรคจะดำเนินการเมืองโดยวิถีอันบริสุทธิ์ 2.พรรคจะดำเนินการเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อประชาชน

3.พรรคจะดำเนินการเมืองโดยอาศัยหลักกฎหมาย และเหตุผลเพื่อความศักดิ์สิทธิ์แห่งรัฐธรรมนูญ และเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังให้มีความนับถือ และนิยมในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

4.พรรคจะไม่สนับสนุนระบบและวิธีแห่งเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นระบบและวิธีการของรัฐบาลใด ๆ 5.พรรคจะกระจายอำนาจการดำเนินการในท้องถิ่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากความใกล้ชิดขององค์กรในท้องถิ่นมีมากกว่าส่วนกลาง

6.พรรคมีจุดประสงค์ที่จะให้คนไทยมีที่ทำกิน ที่อยู่และอาชีพ และจะเคารพกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคล แต่มิได้ละเลยที่จะคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม 7.พรรคเชื่อว่า การแทรกแซงของรัฐเป็นสิ่งที่จำเป็น ในกิจการที่เห็นว่าการแทรกแซงจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม เช่น กิจการสาธารณูปโภค

8.พรรคจะส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งการศึกษา, ศาสนา, สาธารณสุขและสาธารณูปการ, ศิลปะ, วรรณกรรม, จารีตประเพณี, ธรรมเนียมอันดีของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน

9.พรรคเชื่อว่า การป้องกันประเทศนั้น ต้องอาศัยการก่อให้เกิดความร่วมมือพร้อมเพรียงของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ และจะต้องให้มีการบำรุงกำลังหลัก คือ กองทัพให้ทันสมัย ทั้งคุณภาพและปริมาณเท่าที่จะ
เหมาะสมแก่แผนการทางยุทธศาสตร์ และนโยบายทางการเมือง 10.พรรคจะส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างประเทศ

และทั้ง 10 ข้อ ยังปรากฏอยู่ในประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง “เรื่อง ตอบรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายพรรคและข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์” ซึ่งลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 11 ปีที่แล้ว 31 ม.ค. 2551 ในยุคหัวหน้าคนที่ 7-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ข้อสำคัญที่ “จุรินทร์” และคณะบริหารชุดใหม่ต้องคิดทบทวนก่อนกำหนดทิศทางการเมืองในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ปรากฏชัดยิ่งกว่าชัดข้อ 4 “พรรคจะไม่สนับสนุนระบบและวิธีแห่งเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นระบบและวิธีการของรัฐบาลใด ๆ” 

หากคำอธิบายยังไม่เพียงพอ ต้องย้อนกลับไปตรวจสอบ “นโยบายพรรค” ยุคหัวหน้าพรรคคนที่ 2 “ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช” เมื่อครั้งจดทะเบียนตั้งพรรค ตามกฎหมายพรรคการเมือง พ.ศ. 2511

“พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายในอันที่จะดำเนินการเมืองโดยวิถีทางอันบริสุทธิ์ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตต่อชาติและประชาชน อาศัยหลักกฎหมายและเหตุผล เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย และเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังให้มีความนิยมนับถือตลอดจนเสียสละเพื่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยด้วยเหตุดังกล่าว”

“พรรคนี้จึงเป็นศัตรูต่อระบอบเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นในรูปใด ๆ และไม่สนับสนุนวิธีการแห่งเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการของรัฐบาลใด”

คำว่า “เสียสละเพื่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย” เป็นอุดมการณ์-นโยบาย เป็น “มรดก” ที่สืบต่อกันมา และ “จุรินทร์” หัวหน้าพรรคคนที่ 8 ต้องกอดไว้หากจะนำพาพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ

คลิกอ่านเพิ่มเติม… ประชาธิปัตย์ พรรคพลิกเกม ไขกุญแจนายกคนนอก