บาทผันผวน หลังเฟดลดดอกเบี้ยฉุกเฉิน
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ สรุปภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตรา ประจำวันที่ 16 มีนาคม 2563 ว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/3) ที่ระดับ 31.92/93 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (13/3) ที่ระดับ 31.85/86 บาท/ดดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์ปรับตัวในทิศทางอ่อนค่า อันเนื่องมาจากธนาคารสหรัฐ (เฟด) สร้างความประหลาดใจต่อตลาดด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.00% ในการประชุมฉุกเฉินเมื่อวานนี้ (15/3) เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ โดยประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ยกเลิกการจัดประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด ในวันที่ 17-18 มีนาคม ซึ่งเป็นกำหนดการเดิม เนื่องจากเฟดได้จัดการประชุมฉุกเฉินในวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคมแล้ว นอกจากนี้เฟดยังได้ประกาศซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) วงเงิน 7 แสนล้านดอลลาร์
นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แถลงต่อสื่อมวลชนในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาไทย โดยนายพาวเวลกล่าวว่า เฟดไม่มีแผนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจนถึงระดับติดลบ แต่เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวจนกว่าเฟดมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการทำให้การจ้างงานเต็มศักยภาพ และรักษาเสถียรภาพของราคา ด้านปัจจัยในประเทศ รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังมีการประชุมตามกำหนดการเดิมในวันที่ 25 มี.ค. 63 และยังไม่สามารถให้ความเห็นใด ๆ ได้ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงของ Silent period ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.80-32.06 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.14/15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/3) ที่ระดับ 1.1104/06 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/3) ที่ระดับ 1.1234/35 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ถึงแม้ว่าธนาคารสหรัฐ (เฟด) จะประกาศลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 1.00% จากระดับ 1.00-1.25% สู่ระดับ 0.00-0.25% โดยรัฐมนตรีคลังของสหภาพยุโรปจะมีการหารือเกี่ยวกับวิธีการจำกัดการแพร่กระจายของไวรัสโควิด 19 ในวันนี้ (16/3) ทั้งนี้ค่าเงินยูโรยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ทางการฝรั่งเศสและสเปนได้ออกมาตรการฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) โดยฝรั่งเศสได้สั่งปิดร้านอาหาร คาเฟ่ โรงภาพยนตร์ และร้านค้าต่าง ๆ ขณะที่ร้านขายยา ปั๊มน้ำมัน ร้านขายของชำ และระบบขนส่งต่าง ๆ ยังคงเปิดให้บริการ ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในฝรั่งเศสที่ได้รับการยืนยันแล้ว อยู่ที่ 3,667 ราย
ทั้งนี้ ฝรั่งเศสถือเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 สหภาพยุโรป รองลงมาได้แก่ อิตาลี และสเปนสำหรับสเปนนั้นได้สั่งห้ามประชาชนออกจากบ้านเรือน ยกเว้นการออกจากบ้านเพื่อไปซื้อสิ่งของจำเป็นและยาหรือไปทำงาน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในสเปน ซึ่งเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากโควิด-19 รองจากอิตาลีนั้น อยู่ที่ 191 ราย ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1089-1.1234 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1193/95 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (16/3) ที่ระดับ 107.01/02 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (13/3) ที่ระดับ 106.29/30 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนขยับตัวผันผวนธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จัดการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ ซึ่งจะเป็นการประชุมฉุกเฉิน และทดแทนการประชุมตามกำหนดการเดิมในวันที่ 18-19 มีนาคม โดยธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติให้ใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมในการประชุมฉุกเฉินวันนี้ (โดยปรับเพิ่มเป้าหมายในการซื้อพันธบัตรเพิ่มเติมอีก 2 ล้านล้านเยน และใช้กลไกในการปล่อยเงินกู้ใหม่สำหรับบริษัทเอกชน
ขณะเดียวกันธนาคารกลางญี่ปุ่นได้คงเป้าหมายของผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีที่ระดับประมาณ 0% นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ -0.1% ผนวกกับสถาบันวิจัยเรโซนา รีเสิร์ช เปิดเผยรายในรายงานฉบับล่าสุดว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จะทำให้ยอดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังญี่ปุ่นหดตัวถึง 9.81 แสนล้านเยน จากที่ก่อนหน้านี้สถาบันได้ประเมินว่า ยอดการใช้จ่ายจะร่วงลง 6.24 แสนล้านเยน ทั้งนี้ สถาบันยังได้ประเมินว่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน ยอดขายห้างสรรพสินค้าและร้านขายยา โดยเฉพาะยอดขายสินค้าปลอดภาษีที่เป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน จะลดไปถึง 3.97 แสนล้านเยน ญี่ปุ่นได้สั่งห้ามการเดินทางเข้าประเทศต่อนักเดินทางจากจีนและเกาหลีใต้ ซึ่งมียอดการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 105.89-107.41 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 105.87/90 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของจีนเดือน ม.ค.-ก.พ., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ม.ค.-ก.พ. และยอดค้าปลีกเดือน ม.ค.-ก.พ. ทางด้านสหรัฐเตรียมเปิดเผยดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือน มี.ค. จากเฟดนิวยอร์ก ส่วนในวันพรุ่งนี้ ธนาคารกลางออสเตรเลียเปิดเผยรายงานการประชุม ขณะที่อังกฤษเตรียมเปิดเผย อัตราว่างงานเดือน ม.ค., สถาบัน ZEW เตรียมเปิดเผยความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือน มี.ค. ของอียูและเยอรมนี ทางด้านสหรัฐเตรียมเปิดเผย ยอดค้าปลีกเดือน ก.พ., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.พ., ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือน ม.ค., ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือน มี.ค. จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) และสต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือน ม.ค.
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.5/+0.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -2.50/+0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ