เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่พุ่ง 7 ราย กลับมาจาก “อินเดีย-สหรัฐ”

29 มิ.ย. 2563 | 12:10น.

วันที่ 29 มิถุนายน 2563 เวลา 12.00 น.ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)  แถลงสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย กลับมาจากอินเดีย 6 ราย และสหรัฐอเมริกา 1 ราย ทั้งหมดอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ขณะที่ผู้ป่วยในประเทศไม่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มมารวม 35 วันแล้ว

ส่วนผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,169 ราย หายป่วยแล้ว 3,053 ราย เสียชีวิตเท่าเดิมคือ 58 ราย และผู้ป่วยที่ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 58 ราย

สำหรับสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) ของโลกว่า พบผู้ติดเชื้อ 10,237,543 ราย เพิ่มขึ้นมา 163,731 ราย สหรัฐอเมริกายังเป็นประเทศที่พบว่ามีผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมมากที่สุด รองลงมาคือประเทศบราซิล อินเดีย ตามลำดับ ขณะที่ไทยอยู่ในลำดับที่ 95 ของโลกแล้ว

นายแพทย์สุขุม กล่าวถึงการผ่อนปรนกิจกรรมและกิจการในประเทศระยะที่ 5 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 สูง รัฐบาลจึงเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ทั้งยาและเวชภัณฑ์ เช่น หน้ากากอนามัย N 95 จำนวน 1,127,970 ชิ้น ชุด PPE 511,578 ชุด เครื่องช่วยหายใจว่างพร้อมใช้ทันที 11,096 เครื่อง ยา Favipiravir จำนวน 319,994 เม็ด รวมทั้งสำรวจเตียงไอซียูตามโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครและทั่วประเทศ รองรับผู้ป่วย 571 เตียง และสำหรับผู้ป่วยที่เป็นห้องแยกหรือเป็นผู้ป่วยหนัก 11,206 เตียง และทั่วไป 10,349 เตียง คาดว่าเตียงผู้ป่วยมีเพียงพอที่จะรองรับได้

ทางด้านนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ตอบคำถามสื่อมวลชน โดยกล่าวชี้แจงถึงกรณีการลักลอบเดินทางข้ามพรมแดนเข้าประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติ ซึ่งอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อประชาชนในพื้นที่ โดยนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงติดตามตรวจสอบ พบผู้หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายในพื้นที่ขอบชายแดนรอบประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. จนถึงวันนี้ ยอดจำนวนผู้กระทำผิดสะสม 2,498 ราย จากประเทศ เมียนมา 1,276 ราย จาก สปป. ลาว 142 ราย จากกัมพูชา 1,016 ราย จากเวียดนาม 4 ราย จากจีน 6 ราย จากอินเดีย 27 ราย และอื่น ๆ อีก 27 ราย รวมถึงยังพบคนต่างด้าวที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายในพื้นที่ตอนในอีกด้วย

โฆษก ศบค. ยังขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแลผู้ที่จะเดินทางข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมาย เนื่องจากพื้นที่ชายแดนนั้นไม่มีประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรองโรคเท่าในท่าอากาศยาน จึงไม่สามารถวางใจได้

นายแพทย์ทวีศิลป์กล่าวตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณีความจำเป็นในการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อเป็นเวลา 35 วันติดต่อกันแล้วว่า  เนื่องจาก พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ นั้นให้อำนาจในการป้องกันโรคมากกว่า พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 อาทิ การควบคุมการเดินทางเข้า-ออก ในราชอาณาจักรทุกช่องทาง การจัดทำระบบติดตามตัว กักตัว หรือการเฝ้าระวัง และการควบคุมโรคโดยการใช้มาตรการครอบคลุมกิจการ/กิจกรรม ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ยังมีความจำเป็นเรื่องการบรูณาการ เอกภาพ และประสิทธิภาพ ในการทำงานร่วมกันของหลายกระทรวง ตัวแทนจากหลายภาคส่วน ที่ได้มีการประชุมหารือกันทุกวัน

นายแพทย์ทวีศิลป์ยังกล่าวถึงการเดินทางเข้าประเทศไทยของชาวต่างชาติ รวมถึงกลุ่มคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ในต่างประเทศว่า ยังไม่เปิดการเดินทางอย่างเสรี และใช้มาตรการเดิมคือการเข้าสู่กระบวนการ State Quarantine หรือกรณีกลุ่มชาวต่างชาติเดินทางมาในระยะสั้นซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ากระบวนการ State Quarantine จะต้องเดินทางผ่านเที่ยวบินที่จัดให้สำหรับเดินทางพาคนไทยกลับ (Repatriation flight) เท่านั้น เพื่อความสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ในตอนท้าย โฆษก ศบค. กล่าวเพิ่มเติมถึงการเตรียมผ่อนคลายมาตรการระยะ 5 เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้กลับสู่การใช้ชีวิตปกติแบบวิถีใหม่ (New Normal) และย้ำว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ นั้นใช้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคเท่านั้น ทั้งนี้ หากการผ่อนคลายมาตรการระยะ 5 เป็นไปอย่างเรียบร้อย อาจมีการปรับลดวันการแถลงสถานการณ์ประจำวัน ณ ศบค. เหลือเพียงวันจันทร์ และวันพฤหัสบดีต่อสัปดาห์

https://www.facebook.com/LiveNBT2HD/videos/670829120162519/

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์โควิด-19 โควิด-19