ลุ้น ธปท. ควบคุม “ยีลด์” ตลาดหุ้นกู้ครึ่งปีหลังฟื้น
แบงก์ชาติ ธปท. ค่าเงินบาท กนง.
ตลาดหุ้นกู้ครึ่งปีหลังส่งสัญญาณฟื้น “สมาคมตลาดตราสารหนี้” เผยช่วง มิ.ย.-ก.ค. มูลค่าออกตราสารหนี้เอกชนเริ่มกลับมาใกล้เคียงช่วงเดียวกันปีก่อน เฉพาะต้นเดือน ก.ค. เอกชนออกหุ้นกู้แล้วกว่า 2.9 หมื่นล้านบาท จ่อคิวรอ ก.ล.ต. อนุมัติอีกกว่า 7 หมื่นล้านบาท
คาดแนวโน้มเห็นบริษัทขนาดใหญ่ออก “หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์” เพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ เหตุเป็นเครื่องมือสำคัญปรับโครงสร้างทางการเงิน-แก้ปมหนี้สินต่อทุนสูง ลุ้น ธปท. ออกมาตรการควบคุมเส้นอ้างอิงผลตอบแทนพันธบัตร
นายธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการ ThaiBMA กล่าวว่า ทิศทางครึ่งปีหลังนี้ ทั่วโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังระบาดอย่างต่อเนื่อง และยังมีความกดดันจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จะทำให้ตลาดผันผวนในบางช่วง เนื่องจากใกล้จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือน พ.ย. ส่วนภาวะเศรษฐกิจต้องใช้เวลากว่าจะฟื้นตัว และแผนกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐจำเป็นต้องระดมทุนจำนวนมาก ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังอยู่ในระดับต่ำต่อไป
“เราคาดว่าช่วงที่เหลือปีนี้ ดอกเบี้ยนโยบายจะคงที่ 0.5% เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจจะมีมุมมองว่า หากดอกเบี้ยต่ำลงไปกว่านี้อาจจะทำให้เกิดกับดักสภาพคล่อง ยิ่งลดดอกเบี้ยไปลึกเท่าใด แทนที่คนจะจับจ่ายใช้สอย อาจจะกลายเป็นออมมากขึ้น”
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) มีโอกาสปรับลดลงได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยต้องติดตามว่า ธปท.จะใช้มาตรการเหมือนธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกหรือไม่ ที่เริ่มทำ yield curve control ซึ่งเป็นการกำหนดดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่ ธปท.ต้องการเห็น โดยการเข้าไปรับซื้อพันธบัตรในเวลาที่มีการเทขายพันธบัตรออกมามาก ๆ เพื่อดูแลดอกเบี้ยทั้งระยะสั้นและระยะยาว
- ธุรกิจไก่ทอด 1.47 หมื่นล้านระอุ RD ถอดใจขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC
- “แฟมิลี่มาร์ท” เร่งขายแฟรนไชส์ เริ่ม 4.4 แสน แถมช่วยหาทำเล
- ย้อนไทม์ไลน์ “วุฒิศักดิ์คลินิก” ทำไมขาดทุนอ่วมกว่าพันล้าน

นายธาดากล่าวอีกว่า ส่วนทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ครึ่งปีหลังคาดว่าเม็ดเงินจะไหลออกจากตลาดตราสารหนี้น้อยลง จากที่ต่างชาติลดความกังวลความเสี่ยงโควิดในไทยลงมากแล้ว น่าจะทยอยกลับมาลงทุน โดยจะเห็นว่าในเดือน มิ.ย. ต่างชาติซื้อสุทธิ 23,500 ล้านบาท และเดือน ก.ค. ซื้อสุทธิไปแล้ว 11,716 ล้านบาท ทำให้เหลือยอดขายสุทธิของต่างชาติจากต้นปีถึงปัจจุบันอยู่ที่ 99,400 ล้านบาท
มุมมอง ThaiBMA
นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) เปิดเผยว่า แนวโน้มปีนี้อาจจะเห็นบริษัทขนาดใหญ่เสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (perpetual bond) หรือหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ กันเพิ่มขึ้นอีก จากปัจจุบันที่มี 2 บริษัทที่ขอออก มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท คือ บมจ.แสนสิริ (SIRI) ที่ออกไปแล้ววงเงิน 3,000 ล้านบาท และในช่วงเดือน ส.ค.นี้ ก็จะมี บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) ที่เตรียมเสนอขายอีก 1,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาตามสัดส่วนหุ้นกู้ที่ขายได้ต่อมูลค่าที่ต้องการเสนอขายของแต่ละบริษัท พบว่าขายได้หมดครบ 100% ทุกแห่ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขนาดวงเงินที่เสนอขายไม่ได้ใหญ่มาก และบริษัทที่ออกหุ้นกู้เป็นบริษัทประวัติดี ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ลงทุน
“ปีนี้ก็เป็นไปได้ว่า หากภาวะตลาดมีทิศทางดีขึ้น อาจจะมีบริษัทรายใหญ่ ๆ เสนอขาย perpetual bond เพิ่มอีก เพราะภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่กดดันให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) สูงขึ้น จะมีผลกระทบต่อเงื่อนไขการยื่นกู้เงินกับธนาคาร ดังนั้นการระดมทุนด้วยการออกหุ้นประเภทนี้ถือเป็นประโยชน์กับผู้ออก เนื่องด้วยถูกนับเป็นทุนโดยไม่ต้องเพิ่มทุน จึงเป็นทางเลือกที่บริษัทที่มีภาระหนี้สินอยู่แล้วจะใช้ปรับโครงสร้างของเงินทุนให้เหมาะสม แต่ต้องแลกกับการต้องจ่ายดอกเบี้ยที่ค่อนข้างแพง และความเสี่ยงที่ตามมาของผู้ลงทุน ซึ่งจะมากกว่าหุ้นกู้ทั่วไป”
ทั้งนี้ ณ ปัจจุบันมีผู้ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (perpetual bond) แล้วทั้งสิ้น 12 บริษัท มูลค่าคงค้างรวม 104,000 ล้านบาท
สำหรับการออกหุ้นกู้ในภาพรวมปีนี้ทั้งปี คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 800,000 ล้านบาท เนื่องจากช่วงที่เหลือของปีจะมีการต่ออายุหุ้นกู้ครบอายุไถ่ถอน (rollover) อีกกว่า 300,000 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2563) มีการออกหุ้นกู้ไปแล้ว 323,883 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนลดลง 43% โดยกลุ่มเศรษฐกิจจริง (real sector) ออกลดลง 46% และกลุ่มธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินออกลดลง 31%
“ในเดือน มิ.ย. การออกหุ้นกู้ 739,935 ล้านบาท เป็นระดับลงทุน (investment grade) 70,697 ล้านบาท และต่ำกว่าระดับทุน (high yield) 3,238 ล้านบาท และล่าสุดในเดือน ก.ค. ช่วงวันที่ 1-9 ก.ค.พบว่า มีการออกหุ้นกู้แล้ว 2.92 หมื่นล้านบาท และอยู่ในกระบวนการยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อีก 71,400 ล้านบาท หรือรวมกัน 100,600 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเริ่มกลับมามีความเชื่อมั่น ทั้งฝั่งนักลงทุนและผู้ออก เนื่องด้วยมูลค่าช่วง มิ.ย.-ก.ค. เริ่มกลับมาใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน” นางสาวอริยากล่าว