ตามปฏิทินการเมืองในเดือนตุลาคม จะร้อนยิ่งกว่าร้อนมีวันสำคัญทางการเมืองทั้ง 6 ตุลาคม และ 14 ตุลาคม
ที่สำคัญเป็นวันครบรอบ 44 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และครบรอบ 47 ปี เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516
ให้กลุ่มการเมืองได้เคลื่อนไหวทำกิจกรรม แม้ว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือน มีผลตั้งแต่ 1-31 ตุลาคม 2563
ปรามทั้งม็อบ-ปราบทั้งโควิด
ทว่า แกนนำม็อบนักเรียน นักศึกษา ทั้ง “ประชาชนปลดแอก-แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ต่างใช้เดือนตุลาคมเป็นวัน “ดีเดย์” ทำม็อบแบบปักหลัก-พักค้าง ปฏิบัติการลงท้องถนน ปฏิบัติการกดดันรัฐบาลให้ติดอัดจนมุม หากข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมนอกรัฐสภาไม่เป็นผล
แม้กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่ประกาศวัน ว. เวลา น. ในการเคลื่อนไหว แต่เบื้องต้นเพนกวิน “พริษฐ์ ชิวารักษ์” ประกาศกลางเวทีการชุมนุมเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2563 หน้าศาลฎีกา สนามหลวง ภายหลังยื่นหนังสือต่อตัวแทนประธานองคมนตรี โดยวันที่ 14 ตุลาคม 2563 ขอให้ “ลาพักร้อนหยุดงานกันทั้งประเทศ”
ส่วน “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก หนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุม ระบุว่า “ประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน เตรียมเต็นท์ ที่นอน หมอน ผ้าห่ม ให้เรียบร้อย เราจะชุมนุมใหญ่กันในเดือนหน้า (ตุลาคม) ขอทุกคนเตรียมพร้อม”
หลังรู้ผลว่ารัฐบาลเตะถ่วงเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภา เล่นแง่ด้วยการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก่อนรับหลักการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่เสนอโดยพรรคฝ่ายรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้าน พ่วง 6 ญัตติรื้อบทเฉพาะกาลหลายมาตรา พุ่งตรงไปที่ “ปลดอำนาจ” ส.ว. และล้างผลพวงรัฐประหาร
การประชุมของ “กมธ.ยื้อ” วางกรอบการประชุม 10 วัน สัปดาห์ละ 3 ครั้ง จะไปจบลงในวันที่ 23 ตุลาคมนี้
ในจังหวะเดียวกันยังต้องจับตาการพิจารณาคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญที่มีมติรับคำร้องที่ “ณฐพร โตประยูร” ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่าการกระทำของผู้ถูกร้องกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ปราศรัยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 หรือไม่
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 49ระบุว่า บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้
แต่ 1 ความฝันของทั้งกลุ่มประชาชนปลดแอก และ 10 ข้อเรียกร้องของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมก็ถูกวิจารณ์ถึงความสุ่มเสี่ยง ทั้งนี้ จึงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินอย่างไร
การเมืองตุลาคมนี้จึงเดือดยิ่งกว่าเดือด
