แจกวีซ่ารหัส O-A ดึงต่างชาติเข้าไทย ไฟเขียวซื้ออสังหาปลุกเศรษฐกิจ
นักท่องเที่ยวต่างชาติ
นายกฯสั่งเร่งอำนวยความสะดวก ดึงต่างชาติบินเข้าประเทศ เจาะรายเซ็กเมนต์หวังกระตุ้น-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปิ๊งไอเดียดึงกลุ่มผู้สูงอายุพร้อมไฟเขียวซื้ออสังหาฯได้ ล่าสุดเผยตัวเลข สมาชิกบัตรอีลิตการ์ด-ลองสเตย์ เริ่มทยอยบินเข้าไทยแล้ว ผู้ประกอบการท่องเที่ยวลุ้นตรุษจีนถึงคิวนักท่องเที่ยวทั่วไปไม่ต้องกักตัว
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ได้มีข้อสั่งการเพิ่มเติมในเรื่องการเปิดประเทศรับนักเดินทางต่างชาติในหลาย ๆ ประเด็น เพื่อให้เป็นไปตามมติที่ประชุม ศบค. ครั้งที่ 12/2563 เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ อาทิ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดประเภทของผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศในกลุ่มประเภทต่าง ๆ ตามที่ได้อนุมัติไปแล้ว เช่น นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว หรือนักกีฬา ผู้ที่เดินทางเข้ามาดำเนินกิจกรรมเฉพาะในประเทศ ผู้ที่พำนักในประเทศระยะยาว (long stay) ฯลฯ และให้มีการกำหนดมาตรการด้านสาธารณสุขในแต่ละประเภทให้ชัดเจนโดยเร็ว
เจาะตลาดซีเนียร์ลิฟวิ่ง
แหล่งข่าวกล่าวว่า รวมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาอำนวยความสะดวกในการอนุญาตตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว (nonimmigrant visa) (รหัส O-A) สำหรับกรณีการเข้ามาใช้ชีวิตบั้นปลายในฐานะผู้สูงอายุ เพื่อให้พำนักในราชอาณาจักรระยะยาว และสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตรวจลงตรา nonimmigrant visa รหัส “O-A” (long stay) หลักการคือ การอนุญาตให้บุคคลที่อายุเกิน 50 ปีพักในประเทศได้ไม่น้อยกว่า 18 เดือน โดยต้องมีสำเนาบัญชีเงินฝาก ไม่น้อยกว่า 800,000 บาท หรือหนังสือรับรองรายได้/เงินบำนาญ เดือนละไม่น้อยกว่า 65,000 บาท
หรือมีบัญชีเงินฝากและรายได้/เงินบำนาญ (ต่อเดือน X 12) รวมกันไม่น้อยกว่า 800,000 บาท และใบรับรองการสอบประวัติอาชญากรรม (criminal record) จากประเทศที่ตนมีสัญชาติ หรือจากประเทศที่ตนมีถิ่นพำนักอายุไม่เกิน 3 เดือน ใบรับรองแพทย์จากประเทศที่ยื่นคำร้องที่แสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎกระทรวงฉบับที่ 14 พ.ศ. 2535 อายุไม่เกิน 3 เดือน
และมีประกันภัยและกรมธรรม์ประกันสุขภาพของไทย โดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัยสำหรับค่าพยาบาลในกรณีผู้ป่วยนอกไม่น้อยกว่า 40,000 บาท และในกรณีผู้ป่วยในไม่น้อยกว่า 400,000 บาท
ทั้งนี้ วีซ่ารหัส “O-A” (long stay) เป็นวีซ่าที่มีอยู่เดิม แต่ได้ถูกระงับไปจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตาม มีการเสนอหลักการให้ ศบศ.เพื่อให้พิจารณารับนักท่องเที่ยวเพิ่มเติม และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ
ต่างชาติทยอยเข้าไทยเพิ่ม
แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการธุรกิจท่องเที่ยว เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่ประเทศไทยได้เปิดรับให้ชาวต่างประเทศสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ เบื้องต้นจำนวน 11 กลุ่ม เช่น กลุ่มที่เข้ามาเพื่อรักษาพยาบาล, ประชุม สัมมนา, ถ่ายทำภาพยนตร์, กลุ่มผู้ถือบัตร APEC, กลุ่มพำนักระยะยาวหรือลองสเตย์, กลุ่มสมาชิกอีลิตการ์ด ฯลฯ ซึ่งขณะที่ชาวต่างประเทศกลุมต่าง ๆ ได้เริ่มทยอยเดินทางเข้ามาในประเทศแล้ว
อาทิ กลุ่มสมาชิกบัตรอีลิตการ์ด ซึ่งเดินทางเข้ามาแล้ว 52 คน และอยู่ระหว่างขออนุญาตอีกประมาณ 450 คน, กลุ่มลองสเตย์ (STV) กลุ่มแรกเข้ามาเมื่อ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา 41 คน และจะเดินทางเข้ามาอีกกว่า 100 คนในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ เป็นต้น
“ตอนนี้มีชาวต่างชาติต้องการจะเดินทางเข้าประเทศเป็นจำนวนมาก แต่เบื้องต้นนี้อาจจะยังมีปริมาณที่ไม่มากนัก เนื่องจากยังติดในเรื่องของเอกสารที่มีมากและต้องรอบคอบ รวมทั้งเงื่อนไขต้องกักตัว 14 วัน”
ขณะที่แหล่งข่าวในธุรกิจท่องเที่ยวอีกรายหนึ่ง กล่าวว่า การอนุญาตให้ชาวต่างประเทศสามารถเดินทางเข้าประเทศได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป จะทำให้คนในประเทศรู้สึกมั่นใจว่าคนที่เข้ามาเหล่านี้จะไม่นำเชื้อโควิดเข้ามาอีกรอบ และผู้ประกอบการท่องเที่ยวจะเสนอแนวทางการเปิดประเทศสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป
ด้วยการอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจากประเทศที่ปลอดเชื้อโควิดตั้งแต่ 60 วันขึ้นไปเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว จะเริ่มใช้ได้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีหน้า หลังจากการทดลองเปิดแบบเฉพาะกลุ่มและมีการกักตัวในช่วงตุลาคม 2563-มกราคม 2564 น่าจะผ่านไปด้วยดี
ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า แนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มผู้ที่เข้ามาพักในบั้นปลายชีวิตเป็นส่วนหนึ่งจากวีซ่าหลายประเภท โดยประเทศไทยเริ่มต้นใช้ในการเปิดประเทศอย่างจำกัด เช่นเดียวกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาผ่านไทยแลนด์อีลิตการ์ด
สำหรับวีซ่ากลุ่มเกษียณอายุ (retirement visa) นี้เป็นวีซ่าที่บริษัทไทยแลนด์ ลองสเตย์ จำกัด รับหน้าที่ดูแลเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีอายุมากกว่า 50 ปีเข้ามาพำนักภายในประเทศไทย ซึ่งเป็นโครงการต่อจากกลุ่มลองสเตย์ (STV)
คนไข้ ตปท.แห่บินรักษาตัว
นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ในฐานะนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” หลังจาก ศบค.ได้ออกมาตรการและข้อปฏิบัติในการรับผู้ป่วยต่างชาติเข้ามารักษาในประเทศ หรือ medical and wellness ตามคำสั่ง ศบค.ที่ 7/2563 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563 และเปิดรับสมัครโรงพยาบาลที่จะเข้าร่วมโครงการเป็นสถานกักกันในโรงพยาบาลทางเลือก (alternative hospital quarantine) รวมถึงการเปิดให้คนไข้ชาวต่างประเทศลงทะเบียนเพื่อเดินทางเข้ามารักษาตัวในประเทศ
ล่าสุด มีคนไข้ชาวต่างประเทศได้ทยอยเดินทางเข้ามารับการรักษาพร้อมญาติหรือผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา พบว่ามีผู้เดินทางสะสม 1,428 คน เป็นผู้ป่วย 816 คน และผู้ติดตาม 612 คน
นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยและผู้ติดตามที่อยู่ระหว่างการยื่นเอกสารเพื่อประกอบการขอหนังสือที่ระบุว่าบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยได้ (Certificate of Entry : COE) อีกประมาณ 2,580 คน โดยชาวต่างประเทศที่เข้ามารับการรักษาตามโครงการนี้ หลัก ๆ มาจาก กัมพูชา เวียดนาม จีน การ์ต้า ซาอุดีอาระเบีย โอมาน คูเวต สหรัฐอาหรับเอมิเรต์ เป็นต้น
“จากนี้ไปคาดว่าตัวเลขคนไข้และญาติที่ต้องการจะเข้ามารักษาตัวตามโครงการนี้จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากระบบต่าง ๆ และการออกหนังสือรับรองที่มีความคล่องตัวมากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายมากขึ้น หลายประเทศเริ่มเปิดประเทศและมีสายการบินบินมาประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งก็จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม” นายแพทย์เฉลิมกล่าว