เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
สามัญสำนึก ‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่้องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
เศรษฐกิจภูมิภาค ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่้องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
Finance TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
Finance ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
World ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงักอีกครั้ง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงักอีกครั้ง
เพลิดเพลินกิจกรรมสร้างสรรค์พบ 10 ปกหนังสือขายดี มติชน J02
Biz Movement เพลิดเพลินกิจกรรมสร้างสรรค์พบ 10 ปกหนังสือขายดี มติชน J02
ดูทั้งหมด

โค้งสุดท้ายเลือกตั้งสหรัฐ จุดเปลี่ยน… การค้า-การลงทุนโลก

30 ต.ค. 2563 | 08:03น.
คอลัมน์ เลียบรั้วเลาะโลก
ขวัญใจ เตชเสนสกุล EXIM BANK

การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ตัวแทนจากพรรครีพับลิกันกับ นายโจ ไบเดน คู่ท้าชิงจากพรรคเดโมแครตกำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย โดยผลสำรวจจากแทบทุกสำนักชี้ว่านายไบเดนกำลังมีคะแนนนำ ทั้งนี้ หากพิจารณาแนวนโยบายของนายไบเดน พบว่ามีทิศทางที่แตกต่างจากประธานาธิบดีทรัมป์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะนโยบายด้านการค้าการลงทุน ซึ่งหากนายไบเดนชนะการเลือกตั้งและก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ น่าจะส่งผลให้ทิศทางการค้าการลงทุน ทั้งของสหรัฐและของโลกเปลี่ยนแปลงไปในหลายประเด็น ดังนี้

กระแสการลงทุน…จาก reshoringสู่ offshoring หนึ่งในนโยบายสำคัญของประธานาธิบดีทรัมป์ ภายใต้แนวคิด Make America Great Again ได้แก่ การดึงภาคธุรกิจของสหรัฐที่ออกไปลงทุนในต่างประเทศให้กลับเข้ามาในประเทศหรือที่เรียกว่า reshoring ผ่านนโยบายต่าง ๆ อาทิ การลดภาษีนิติบุคคลจาก 35% เหลือ 21% รวมถึงนโยบายปกป้องทางการค้ากับประเทศต่าง ๆ

ส่งผลให้ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งของสหรัฐ ย้ายฐานการผลิตบางส่วนกลับมาสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็น General Motors, Ford และ Boeing ขณะที่นายไบเดน แม้ไม่เคยเสนอนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนระหว่างประเทศโดยตรง แต่นโยบายสำคัญที่นายไบเดนนำมาใช้หาเสียง ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นภาษีนิติบุคคลจาก 21% เป็น 28% รวมถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจาก 7.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมงเป็น 15 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง ล้วนแต่เป็นนโยบายที่ขัดกับแนวคิด reshoring ของทรัมป์

ซึ่งหากนายไบเดนขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ อาจทำให้ทิศทางการลงทุนของสหรัฐเปลี่ยนจาก reshoring กลับไปสู่ offshoring อีกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกกระเตื้องขึ้นบ้าง

จากนโยบายปกป้องทางการค้า…สู่การเปิดเจรจาการค้ารอบใหม่ เป็นที่ทราบกันดีว่าประธานาธิบดีทรัมป์ มีแนวคิดไม่เห็นด้วยกับความตกลงการค้าเสรี (FTA) โดยสิ่งแรกที่ประธานาธิบดีทรัมป์ดำเนินการเมื่อตอนเข้ารับตำแหน่งในปี 2559 ได้แก่ การนำสหรัฐถอนตัวจากการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) รวมถึงระงับความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ขณะที่นายไบเดนมีแนวคิดต่างออกไป

โดยนายไบเดนแสดงจุดยืนว่าพร้อมจะกลับสู่การเจรจา (renegotiate) ความตกลง TPP อีกครั้ง และให้ความเห็นว่าการที่ทรัมป์ดำเนินนโยบายการค้าแบบแข็งกร้าว ทำให้สหรัฐถูกโดดเดี่ยวบนเวทีการค้าโลก ซึ่งหากสหรัฐต้องการแข่งขันด้านการค้ากับจีน ก็จำเป็นต้องสร้างพันธมิตรทางการค้า โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า หากนายไบเดนชนะการเลือกตั้งอาจทำให้ภูมิภาคเอเชียกลับมาเป็นยุทธศาสตร์ทางการค้าที่สำคัญของสหรัฐอีกครั้ง เพื่อถ่วงดุลอำนาจกับจีนที่นับวันจะมีบทบาททางการค้าเพิ่มมากขึ้น

จาก fossil energy สู่ green energy อย่างเต็มรูปแบบ ประธานาธิบดีทรัมป์ให้ความสำคัญกับพลังงานรูปแบบเดิม (fossil energy) มากกว่าพลังงานสะอาด(green energy) เนื่องจากเห็นว่าพลังงานสะอาดมีต้นทุนสูงและไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้นำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงปารีส ซึ่งเป็นความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจ shale oil และผ่อนผันให้ผู้ผลิตน้ำมันของสหรัฐสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้ จากเดิมที่สหรัฐเคยมีกฎหมายห้ามส่งออกน้ำมันดิบมาตั้งแต่ปี 2518

สวนทางกับนายไบเดนที่หยิบยกพลังงานสะอาดเป็นหนึ่งในนโยบายหลักโดยนำเสนอนโยบายยกเครื่องธุรกิจพลังงานครั้งใหญ่ ด้วยงบฯลงทุนราว 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในการเปลี่ยนผ่านสหรัฐสู่ประเทศที่ใช้พลังงานสะอาด 100% ภายในปี 2578 ขณะเดียวกัน นายไบเดนยังเลือกนางคามาลา แฮร์ริส เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐ

ซึ่งนางแฮร์ริสถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการแก้ปัญหาโลกร้อนและสนับสนุนธุรกิจพลังงานสะอาดในสหรัฐ ดังนั้น หากนายไบเดนขึ้นเป็นประธานาธิบดี อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแวดวงพลังงานทั้งในสหรัฐและทั่วโลก และอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดกระแส disrupt ในธุรกิจพลังงานและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะยานยนต์

จะเห็นได้ว่า ทั้งโดนัลด์ ทรัมป์ และโจ ไบเดน ต่างมีนโยบายที่ต่างกันค่อนข้างมาก โดยเฉพาะนโยบายด้านการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าผลของการเลือกตั้งในครั้งนี้ย่อมกระทบต่อทิศทางและบรรยากาศการค้าการลงทุนของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ส่งออกไทยควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับกลยุทธ์รองรับความไม่แน่นอนจากนโยบายของสหรัฐที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างทันท่วงที

หมายเหตุ : คอลัมน์นี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของ EXIM BANK

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ เลียบรั้วเลาะโลก