เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
Economic จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
ดูทั้งหมด

เลือกตั้ง “นายกฯ อบจ.” คณะธนาธร-พรรคทักษิณ ไม่มีใครยอมใคร

12 ธ.ค. 2563 | 12:24น.
ธนาธร-ทักษิณ

ปรากฏการณ์เลือกตั้ง นายกฯ อบจ.ทั่วประเทศ ครั้งแรกหลังรัฐประหาร 7 ปี มีนักการเมืองจากทุกขั้วการเมืองลงชิงตำแหน่ง

“การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี การกลับบ้านไปเลือกตั้งของทุกคนสามารถเปลี่ยนสมการทางการเมืองได้ และสร้างรากฐานของประชาธิปไตยที่แข่งแกร่งผ่านหีบเลือกตั้ง” ธนาธร โหมโรงหลัง กกต.ประกาศรับสมัครเลือกตั้ง

“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ปลุกกระแสการเลือกตั้ง “นายก อบจ.” ในครั้งนี้ เรียกร้องให้คนออกไปใช้สิทธิให้ได้มากที่สุด หลังกินเวลากว่า 7  ปี ที่ไม่มี “การเลือกตั้งท้องถิ่น” นับตั้งแต่การรัฐประหาร ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ในปี 2557 เป็นผลทำให้ นักการเมืองท้องถิ่น ยังต้องครองตำแหน่งต่ออีก 2 ปี จากเดิมที่จะต้องหมดวาระตั้งแต่ปี 2561

20 ธันวาคม 2563 เป็นกำหนดการการเลือกตั้ง “นายก อบจ.” คืนประชาธิปไตยให้กับท้องถิ่น อีกครั้ง

นับเป็นการเลือกตั้ง ที่สร้างปรากฎการณ์ใหม่ทางการเมืองหลายขนาน เมื่อขั้วการเมืองใหม่ฝ่ายประชาธิปไตยก้าวหน้า ปักธงคู่ขนานกับการต่อต้านรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจจากคณะรัฐประหาร ขึ้นสู่ปีที่ 2

คณะก้าวหน้า โดยธนาธรและคณะ นำทีมสร้างปรากฏการณ์เขย่าการเลือกตั้งท้องถิ่น พลิกประวัติศาสตร์การเมืองชนบท

ยุทธศาสตร์ “ป่าล้อมเมือง”

การเมืองสนามใหญ่ทำให้ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หมดสิทธิ เขาจึงหันหัวเรือสู่ การจัดตั้ง “คณะก้าวหน้า” ทุ่มกำลังลุยการเมืองสนามเล็ก สืบทอดอุดมการณ์ต่อจากอดีต “พรรคอนาคตใหม่” ส่งผู้สมัครเต็มสูบถึง 42 คน 42 จังหวัด หวังปักธงการเมืองท้องถิ่นครั้งแรก

การส่งผู้สมัครถึง 42 จังหวัด เป็นการสร้างยุทธศาสตร์ “ป่าล้อมเมือง” ที่จะสร้างฐานเสียง จากพื้นที่ต่างจังหวัด แล้วค่อย ๆ รวมศูนย์อำนาจเข้าสู่เมืองหลวง

หากยุทธศาสตร์นี้สำเร็จ “ธนาธร” สามารถเขย่า “บ้านใหญ่-ตระกูลการเมือง” ออกนอกลู่การเมืองท้องถิ่น ทลายอำนาจผูกขาด

ขาใหญ่ในวงการเมืองประกาศปักธงถ้วนหน้า ในภาคเหนือ มีบ้านใหญ่วงษ์สุวรรณ , ภาคกลาง-บ้านใหญ่สะสมทรัพย์, ภาคตะวันออก มีทั้ง “คุณปลื้ม” และ “ปิตุเตชะ” ยืนตระหง่าน

ขณะที่ภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ และประชาธิปัตย์ เจ้าถิ่น ถูกรุกฆาตจากพรรคภูมิใจไทย ที่ทะลวงพื้นที่ชิง ส.ส.มาได้เป็นกอบเป็นกำมาแล้ว

นักวิเคราะห์การเมือง ให้ความเห็นในช่วงออกสตาร์ท ว่าทีมธนาธร อาจจะชนะ เพียง 50 : 50 เพราะฐานเสียงเดิม หรือ “โหวตเตอร์” ในท้องถิ่น ต้องออกมาหนุนพรรคเก่าแก่อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา หากหวังจะชนะ คะแนนเสียง ต้องตรงข้ามกับ บ้านใหญ่ทุกเสียง

สมติฐานข้างต้น สอดคล้องกับ “ดร.สติธร ธนานิธิโชติ” นักคณิตศาสตร์การเมือง จากสถาบันพระปกเกล้า ได้วิเคราะห์จุดชี้ขาดปัจจัยแพ้-ชนะ ในการแข่งขันเลือกตั้ง อบจ.ในรอบ 8 ปี ว่า

“ปัจจัยชี้ขาด คือ ใครที่สร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนั้นได้ คนนั้นมีโอกาสชนะ ผู้สมัครนายก อบจ.มีเครือข่ายระดับตำบล คือ เทศบาล และ อบต. และเทศบาลกับ อบต.ก็มีหัวคะแนนเพื่อดีลกับผู้เลือกตั้ง”

ทักษิณ เพื่อไทย ไม่ถอย

“ธนาธร” เดินหน้าเต็มกำลังลงพื้นที่หาเสียงด้วยตัวเอง ทั้ง 42 จังหวัด อีกทั้งยังมีการเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลเนตเวิร์กในเครือ “ก้าวหน้าและก้าวใกล” รายงานสถานการณ์การพัฒนาท้องถิ่น ที่เป็นรูปธรรม พร้อมนำเสนอนโยบายใหม่ ถ้าได้ชัยชนะ

นโยบายหาเสียงที่ถูกชูขึ้นมา อาทิ นโยบายเปิดเส้นทางขนส่งสาธารณะใน 29 จังหวัดของคณะก้าวหน้า หรือ การเพิ่มสวัสดิการพื้นฐานให้แก่ผู้สูงอายุเพื่อความเท่าเทียม ในจังหวัดสิงห์บุรี

ไม่เพียงค่ายธนาธร ที่ต้องการช่วงชิงพื้นที่การเมืองท้องถิ่น แต่พรรคใหญ่ที่แพ้ไม่ได้ ในบางเขต ระดับเมืองหลวงของตระกูล “ชินวัตร” ทำให้อดีตนายกฯ 2 คน ต้องลงมือ ออกโรงหาเสียงข้ามโลก ด้วยตัวเอง

ส่งจดหมายถึงฐานเสียงทั้งจังหวัดเชียงใหม่ เทต้นทุนการเมือง “ชินวัตร” หมดหน้าตัก

เพราะพื้นที่เชียงใหม่เป็นฐานที่มั่นของตระกูลชินวัตร และวงศ์สวัสดิ ซึ่งครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้วถึง 3 คน แต่ในการเลือกตั้ง นายกฯ อบจ.ครั้งนี้ ฝ่ายเพื่อไทยหนุนนักการเมืองนอกใส้ เป็นครั้งแรก ดันตระกูล “บูรณุปกรณ์” จากคนในบ้านกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญ

เขตนี้จึงเป็นพื้นที่ที่ “ชินวัตร” แพ้ไม่ได้ เช่นเดียวกับ “บูรณุปกรณ์” ก็แพ้ไม่ได้เช่นกัน

หากไม่รู้สึกถึงความเพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-สมชาย” 3 อดีตนายกฯ คงไม่ทุ่มทุนทุกองคาพยพ ถล่มลงไปที่เชียงใหม่ในระดับ 9 ริกเตอร์

“นายก อบจ.” เงิน-อำนาจ และเครือข่ายการเมืองระดับชาติ

เพราะการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ อบจ. เป็นการชิงอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น ในระดับที่ใหญ่ที่สุด

ทำให้ทุกพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และคณะทางการเมือง ส่งตัวแทนลงชิงอำนาจ เพราะอย่างน้อยที่สุดจะเป็นการสร้างเครือข่าย-ฐานการเมือง ไว้รองรับการเลือกตั้งและทุนระดับชาติ ในอนาคต

ตัวแทนฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน และกลุ่มการเมืองอิสระ จึงต้องทุ่มทุนเพื่อปักธงจากฐานการเลือกตั้งครั้งนี้

ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 ระบุว่า “อบจ.” มีหน้าที่รับผิดชอบเต็มพื้นที่ของจังหวัดนั้น ๆ โดยแบ่งโครงสร้างการทำงานออกเป็น 2 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ซึ่ง “นายก อบจ.” จะเป็นหัวหน้าใหญ่ในฝ่ายบริหาร ทำหน้าที่บังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้างทั้งหมดขององค์การฯ

นอกจากนี้ “นายก อบจ.” ยังทำหน้าที่ หลักในการจัดทำแผนพัฒนา อบจ. ประสานการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด สนับสนุนการพัฒนาสภาตำบลและท้องถิ่นอื่น ภารกิจด้านสิ่งแวดล้อม กิจกรรมที่ร่วมกันทำหลายท้องถิ่น

ทั้งนี้ สมาชิกสภา อบจ. สามารถมีได้ตั้งแต่ 24 – 48 คน โดยทั้งคณะทำงาน มีวาระเพียง 4 ปี และอยู่ได้มากสุด 2 วาระ

เงินเดือนของ “อบจ.”

กระทรวงมหาดไทย ได้อนุมัติปรับขึ้นเงินเดือน ของ อบจ. ในตำแหน่งต่าง ๆ เพิ่มขึ้น 20% ในปี 2560 ดังนี้

  • นายก อบจ. ได้รับเงินเดือน 75,530 บาท
  • รองนายก อบจ. ได้รับเงินเดือน 45,540 บาท
  • เลขานุการนายก อบจ. ได้รับเงินเดือน 19,440 บาท
  • ที่ปรึกษานายก อบจ. ได้รับเงินเดือน 13,880 บาท
  • ประธานสภา อบจ. ได้รับเงินเดือน 30,540 บาท
  • รองประธานสภา อบจ. ได้รับเงินเดือน 25,000 บาท
  • สมาชิกสภา อบจ.ได้รับเงินเดือน 19,440 บาท

ชิง 9 หมื่นล้าน เงินอุดหนุนจากรัฐ ปี 2564

พระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 รวมทั้งสิ้น 3.2 ล้านล้านบาท โดยจัดสรรงบประมาณรายจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ที่จำนวน 90,978.4 ล้านบาท คิดเป็น 2.76% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี  ซึ่งแบ่งเป็น

  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และ เมืองพัทยา จำนวน 23,906.8 ล้านบาท
  • องค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวน 28,797.8 ซึ่งแบ่งการบริหารพื้นที่ออกเป็นภาคต่าง ๆ

อบจ. นครราชสีมา ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลมากที่สุด ถึง 2,303.4 ล้านบาท

ขณะที่ อบจ. สิงห์บุรี ในเขตพื้นที่ภาคกลางตอนบน ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลน้อยที่สุด จำนวน 118.8 ล้านบาท