ดอลลาร์อ่อนค่าเล็กน้อย ตลาดรอผลประชุม Fed คืนนี้
ค่าเงินบาท-ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อย ตลาดรอผลการประชุม Fed ในคืนนี้ คาดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.00% -0.25% เช่นเดิม พร้อมจับตามุมมองภาพรวมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังมีวัคซีน
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 27 มกราคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (27/1) ที่ระดับ 29.96/97 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (26/1) ที่ระดับ 29.99/30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา (26/1) Conference Board เปิดเผยดัชนีความเชื่อมันของผู้บริโภคสหรัฐในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 89.3 จากระดับ 87.1 ในเดือนธันวาคม และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 89.0 ซึ่งเป็นปัจจัยให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจมากขึ้นและขายดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
นอกจากนี้ตลาดยังคงจับตาดูการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่า Fed จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.00% -0.25% เช่นเดิม ในขณะเดียวกันตลาดก็ยังจับตารอดูมุมมองของ Fed ต่อภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและทิศทางในการเข้าซื้อสินทรัพย์ของ Fed วงเงิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหัฐ ว่าจะยังเป็นเหมือนเดิมหรือไม่
โดยในการประชุมรอบเดือนธันวาคมที่ผ่านมานายเจอโรม พาวเวลล์ประธาน Fed กล่าวว่าเพราะมีวัคซีนแล้วดังนั้นการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะมีความเป็นไปได้ แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น Fed ยังคงจำเป็นต้องซื้อสินทรัพย์ต่อไปเพื่อให้มั่นใจได้สามารถบรรลุเป้าหมายการช่วยเศรษฐกิจที่ธนาคารกลางตั้งเอาไว้
ในส่วนของค่าเงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าตามการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หลังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจโลก โดยคาดว่าปี 2563 เศรษฐกิจโลกหดตัว 3.5% ซึ่งดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนตุลาคม 2563 ที่ระบุว่าเศรษฐกิจโลกหดตัว 4.4% และปี 2564 คาดว่าเศรษฐกิจโลกเติบโต 5.5% สูงกว่าที่คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะขยายตัว 5.2% และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 4.2% ในปี 2565
อย่างไรก็ดี ในช่วงสายของวันนี้ (27/1) มีรายงานดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทย เดือนธันวาคม หดตัว 2.44% ซึ่งหดตัวมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่หดตัว 1.45% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 29.96-29.99 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 29.97/98 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (27/1) ที่ระดับ 1.2162/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (26/1) ที่ระดับ 1.2122/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวแข็งค่าขึ้น แม้ว่าการส่งมอบวัคซีนจะเริ่มติดขัด หลังบริษัมแอสตร้าเซนเนก้าและบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ ได้ออกมาแถลงว่า จะมีการส่งมอบวัคซีนให้กับทาง EU ต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 50%-60% เนื่องจากมีปัญหาด้านการผลิต
ในขณะที่นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EU) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) กล่าวว่า บริษัทผู้ผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 จะต้องรักษาคำพูดเกี่ยวกับการส่งมอบวัคซีนให้แก่ EU
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2117-1.2169 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2126/30 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (27/1) ที่ระดับ 103.66/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (26/1) ที่ระดับ 103.79/81 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่า แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศยังไม่ดีขึ้นเท่าไรนัก
โดยเจ้าหน้าที่หลายคนในคณะรัฐบาลญี่ปุ่นมองว่าขณะนี้มีความจำเป็นที่จะต้องขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่จะหมดอายุลงในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อในกรุงโตเกียวและอีกหลายพื้นที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
ทั้งนี้ ระหว่งวันค่าเงนเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 103.56-103.80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 103.75/77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐเดือนธันวาคม (27/1), ดัชนีราคาผู้บริโภคเยอรมนี เดือนมกราคม (28/1), ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สหรัฐ ไตรมาส 4 (28/1), จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสหรัฐ (28/1), ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐเดือนธันวาคม (28/1), ดุลการค้าไทยเดือนธันวาคม (29/1), ดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เยอรมนี ไตรมาส 4 (29/1), การเปลี่ยนแปลงอัตราการว่างงานในเยอรมนีเดือนมกราคม (29/1)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.30/0.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ 2.90/3.50 ดอลลาร์สหรัฐ