เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
50th Impact ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
Politics สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
Economic สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
Business เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
Real Estate ‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
ดูทั้งหมด

ตราดวิกฤตส่งออก “ไม้กฤษณา” สภาอุตฯ ชงศุลกากรลดภาษี 40% เหลือ 0%

01 เม.ย. 2564 | 13:33น.

สภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราดชง ส.อ.ท.ผลักดันกรมศุลกากร “ลดภาษี” ส่งออก “ไม้กฤษณา” จาก 40% ให้เหลือ 0% เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันกับมาเลย์-อินโดฯ-ฟิลิปปินส์ เก็บอัตรา 0% แก้วิกฤตส่งออกซบ ราคาน้ำมันกฤษณาดิ่ง 50-60%ต่อเนื่องมา 4 ปี พร้อมหนุนกลุ่มคลัสเตอร์ไม้กฤษณา จ.ตราด สร้างมาตรฐานคุณภาพหวังเพิ่มมูลค่าน้ำมันกฤษณา

นายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ตราด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จังหวัดตราดเป็นแหล่งผลิตน้ำมันกฤษณาใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกประมาณ 4.1 ล้านต้น มูลค่าส่งออกน้ำมันกฤษณา ประมาณ 5,000 ล้านบาท/ปี

แต่ปัญหาราคาน้ำมันกฤษณาได้ลดลงตั้งแต่ช่วงปี 2560 และมีผลชัดเจนช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทั้ง 2 รอบ และเมื่อต้นปี 2564 กรมศุลกากรได้ปรับการจัดเก็บภาษีส่งออกไม้กฤษณาไปประเทศจีนสูงถึง 40% เป็นอัตราที่สูงมาก

ผู้ประกอบการค้าประสบกับภาวะขาดทุนไม่สามารถส่งออกได้ สภาอุตสาหกรรม จ.ตราดจึงเสนอเรื่องผ่านสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ขอให้กรมศุลกากรจัดเก็บภาษีในอัตรา 0% เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้

เนื่องจากกรมศุลกากรเรียกเก็บภาษีส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มาจากไม้กฤษณา อยู่ในประเภท 5 ภาค 3 แห่งพระราชกำหนดพิกัดศุลกากร พ.ศ. 2530 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484

โดยกรมวิชาการเกษตรได้อนุญาตให้ไม้กฤษณาที่ส่งออกขึ้นทะเบียนได้ถูกต้องกับกรมวิชาการเกษตรตามอนุสัญญาไซเตส (CITES) ไม่ใช่มาจากป่าหวงห้าม และมีใบรับรองปลอดศัตรูพืช (Phytosanitary certificate : PC)

จากข้อมูลศุลกากร มูลค่าส่งออกชิ้นไม้เดือนมกราคม 2564 มีมูลค่า 914,962 บาท จากปี 2560 มูลค่าการส่งออก 49,048,605 บาทปี 2561 มูลค่า 18,705,492บาท ปี 2562 มูลค่า 19,171,890 บาท และปี 2563 มูลค่า 23,118,008 บาท

สภาอุตสาหกรรม จ.ตราดเสนอผ่าน ส.อ.ท. ให้กรมศุลกากรจัดเก็บภาษีไม้กฤษณา แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ ไม้ชิ้น ไม้สับ ขี้เลื่อยผงไม้-ที่ยังไม่ได้สกัดน้ำมัน และที่ผ่านการสกัดน้ำมันแล้ว

และไม้สับขาวหรือไม้ท่อนขาวในอัตรา 0% ซึ่งมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เก็บอัตรา 0% เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้านการตลาดและให้เกษตรกรมีรายได้จากมูลค่าไม้กฤษณา

จากการส่งออกปี 2560 มีมูลค่าปีละเกือบ 50 ล้านบาท ซึ่งชิ้นไม้สับขาวเริ่มมีการส่งออกปี 2560-2561 แต่ปี 2564 เพิ่งจัดเก็บภาษีศุลกากรอัตรา 40% ของมูลค่าสินค้า โดยวิธีคำนวณไม้กฤษณา จำนวน 5,000 กิโลกรัม อัตรากิโลกรัมละ 10 บาท มูลค่า 50,000 บาท จะเสียภาษีสูงถึง 20,000 บาท

ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถส่งออกได้ ไม้กฤษณาประเภทไม้สับขาวส่งออกมากที่สุด เป็นเศษไม้สับคัดแยกเอาส่วนที่มียางเนื้อไม้ที่สกัดน้ำมันออกแล้วเหลือทิ้ง แต่ละโรงงานมีตั้งแต่ 1,000-10,000 ตัน โดยมีผู้รับซื้อต่างประเทศราคากิโลกรัมละ 3 บาท เพื่อนำไปสกัดเพิ่มมูลค่า

“ทั้งนี้ ได้นำเสนอข้อมูลต่อคณะกรรมการกฎหมายและภาษีอากร และคณะกรรมการส่งเสริมสายงานจังหวัดของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2564

ซึ่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจะเร่งดำเนินการเสนอให้ นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร พิจารณาลดอัตราภาษีจาก 40% เหลือ 0% น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน

ทั้งนี้ เพื่อขยายช่องทางการส่งออกชิ้นไม้กฤษณาได้มากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ ประธานวิสาหกิจชุมชน ชมรมไม้กฤษณา (ไม้หอม) แห่งประเทศไทย ซึ่งมีสมาชิก 200,392 คน ได้ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาเช่นเดียวกัน

เนื่องจากผู้ประกอบการไม้กฤษณาได้รับความเดือดร้อนและมีผลกระทบต่อเกษตรกร โดยเฉพาะในภาวะโควิด-19” นายสุทธิลักษณ์กล่าว

นายสุทธิลักษณ์กล่าวต่อไปว่า สำหรับราคาน้ำมันกฤษณาได้ปรับลดลงตั้งแต่ปี 2560 ราคาโตร่าละ 2,700-3,000 บาท (โตร่า เป็นหน่วยที่ใช้เรียกน้ำมันกฤษณา มีปริมาณ 12 กรัม) ปี 2561 โตร่าละ 2,000-2,500 บาท ปี 2562 โตร่าละ 1,700-1,900 บาท และปี 2563-2564 ที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 เหลือเพียงโตร่าละ 1,100-1,200 บาท

ซึ่งที่ผ่านมา สภาอุตสาหกรรม จ.ตราดได้สนับสนุนให้กลุ่มคลัสเตอร์ไม้กฤษณา จ.ตราด จัดตั้งเป็นสมาคม และเสนอให้มีการขึ้นทะเบียนสารสกัดน้ำมันกฤษณา และขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)

โดยมีใบรับรองมาตรฐานส่งออกตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อถือให้มาตรฐานสินค้าและไม่ให้ถูกกดราคา ที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งสมาคมการค้าน้ำมันกฤษณาไทย และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้เห็นชอบ มอก.แล้ว อยู่ในระหว่างรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ขณะนี้ด้านการตลาดยังติดสถานการณ์โควิด-19 ชาวต่างประเทศยังเข้ามาประเทศไทยไม่ได้ และยังส่งออกไม่ได้ มีแต่พ่อค้าชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยมาซื้อจำนวนน้อย ตลาดไม่มีการแข่งขัน

จึงเป็นลักษณะการกดราคา ผู้ประกอบการรายย่อยจำเป็นต้องขายแม้จะได้ราคาต่ำ เพราะต้องใช้เงินทุนมาหมุนเวียนและจ่ายค่าจ้างแรงงาน

แหล่งข่าวจากสมาคมการค้าน้ำมันกฤษณาไทยกล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ทำไม้กฤษณา จ.ตราด มี 3 ประเภท คือ เกษตรกรปลูกไม้กฤษณา เกษตรกรซื้อไปแปรรูปน้ำมัน เกษตรกรที่ปลูก ซื้อ แปรรูป สถานการณ์โควิด-19ผู้ซื้อรายใหญ่ ๆ จากโอมาน อาหรับ ตะวันออกกลาง เข้ามาซื้อไม่ได้ ไทยนำสินค้าไปขายต่างประเทศไม่ได้เหมือนทุก ๆ ปี

การค้าออนไลน์หยุดชะงัก เพราะสายการบินบางประเทศหยุดให้บริการ ที่มีบริการค่าขนส่งแพง ราคาน้ำมันกฤษณาเกรดทั่ว ๆ ไปราคาโตร่าละ 2,000-2,100 บาท เหลือเพียงโตร่าละ 1,200-1,300 บาท พ่อค้าต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยซื้อไปกักตุนไว้แบบกดราคา

ปริมาณซื้อครั้งละ 5-10 โตร่า บางราย 1-2 โตร่าเท่านั้น ผู้ประกอบการโรงต้มรายย่อยขายเพื่อนำเงินไปใช้เป็นทุนหมุนเวียน ตอนนี้โรงต้มปิดตัวลงไปถึง 60-70%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การส่งออกสินค้า