เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

อ.เจษฎ์ อธิบาย เลขภูมิคุ้มกัน ซิโนแวก แอสตร้าฯ วัดประสิทธิภาพหรือไม่?

18 พ.ค. 2564 | 08:23น.
อ.เจษฎา อธิบายเลขภูมิคุ้มกัน

อ.เจษฎา อธิบายเลขภูมิคุ้มกัน

หลังกระทรวงสาธารณสุขเผยประสิทธิภาพการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของวัคซีน 2 ยี่ห้อ อาจารยเจษฎา โพสต์เฟซบุ๊กอธิบายละเอียด เรื่องการกระตุ้นภูมิคุ้มกันหลังการฉีดวัคซีนซิโนแวก-แอสตร้าเซนเนก้า 

วันที่ 18 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี เพจเฟซบุ๊ก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยผลการศึกษาประสิทธิภาพการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของวัคซีนป้องกันโควิด 2 ยี่ห้อ ได้แก่ แอสตร้าเซนเนก้า และ ซิโนแวก หลังจากทยอยฉีดให้คนไทย (อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ วันที่ 14 พ.ค.64) ดังนี้

  1. แอสตร้าเซนเนก้า หลังฉีดเข็มแรกใน 4 สัปดาห์ พบผู้เข้ารับการฉีด 71 ราย จากทั้งหมด 73 ราย สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ถึง 97.26%
  2. ซิโนแวก หลังฉีดเข็มที่สองใน 4 สัปดาห์ พบผู้เข้ารับการฉีด 196 ราย จากทั้งหมด 197 ราย สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ถึง 99.49%

ต่อมา รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant(อาจารย์เจษฎ์) สร้างความเข้าใจกับประชาชน เรื่อง “การกระตุ้นภูมิคุ้มกันของการฉีดวัคซีนซิโนแวก และแอสตร้าเซนเนก้า” ระบุว่า ระดับภูมิคุ้มกันที่เพิ่มขึ้นจากการฉีดวัคซีนทั้ง 2 ยี่ห้อ ไม่ใช่ประสิทธิภาพการป้องกันการมีอาการของโรคโควิด-19 ดังนี้…

ทำความเข้าใจให้ถูก เรื่อง “การกระตุ้นภูมิคุ้มกันของการฉีดวัคซีนซิโนแวก และแอสตราซิเนกา” ช่วงนี้เห็นคนแชร์รูปผลงานวิจัย ที่พูดถึงว่า หลังจากฉีดวัคซีนโรค covid-19 ของบริษัท sinovac และบริษัท astrazeneca ไปแล้ว มีระดับภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นมาถึง 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ !? โดยหลายคนไปเข้าใจว่าเป็นการยืนยันว่าวัคซีนทั้งสองมีประสิทธิภาพดีมาก !

ช้าก่อนๆ เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจให้ดีนะครับ ค่าเปอร์เซ็นที่ว่านั้น มัน “ไม่ใช่” vaccine efficacy ประสิทธิภาพประสิทธิผล ของการป้องกัน “การมีอาการของโรค” covid-19 เหมือนที่เราเคยอ่านกันมาก่อนหน้านี้ (ที่บอกว่า ผลการทดสอบ vaccine efficacy ระดับคลินิกเฟสที่ 3 ของซิโนแวค ออกมาค่อนข้างต่ำ , ของ astrazeneca ปานกลาง และของพวกไฟเซอร์ โมเดิร์นน่า ค่อนข้างสูง)

สรุปสั้นๆว่า จริงๆ มันก็เป็นแค่วิธีการเช็คดูว่าวัคซีนมันพอได้ผลไหม ซึ่งยี่ห้อไหนๆ มันก็ทำได้ประมาณนี้แหละครับ (หรือดีกว่านี้ด้วยซ้ำ) ! ทำนองเดียวกับที่บอกว่า ผลการศึกษาวัคซีนซิโนแวค สามารถป้องกันเสียชีวิต ป้องกันการป่วยหนัก ได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ .. มันก็ทุกยี่ห้อแหละครับ !

เรื่องนี้ผมได้ข้อมูลจากท่านอาจารย์ ศ. ดร. นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. ที่ให้รายละเอียดผลการศึกษามา และผมขอสรุปดังนี้นะครับ

  1. เค้าวัดระดับแอนติบอดี ต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเลือด ของอาสาสมัคร คือ

– กลุ่มที่ไม่เคยติดเชื้อ และไม่ได้ฉีดวัคซีน : เป็นชุดควบคุม ที่ไม่ควรมีแอนติบอดี้ต่อเชื้อโรค

– กลุ่มผู้ป่วย ที่เคยติดเชื้อโควิด : ดูว่าการติดเชื้อโดยธรรมชาติ จะกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ให้สร้างแอนติบอดีได้เท่าไร

– กลุ่มที่ฉีดวัคซีน “แอสตราซิเนกา” และวัคซีน “ซิโนแวค” : ดูปริมาณแอนติบอดี้ที่สร้างขึ้นหลังฉีด

  1. ผลการตรวจวัดระดับแอนติบอดี ออกมา คือ

– กลุ่มที่ไม่เคยติดเชื้อ และไม่ได้ฉีดวัคซีน : ทุกราย ตรวจไม่พบแอนติบอดี้ (คิดเป็น 0%)

– กลุ่มที่เคยติดเชื้อ : ตรวจพบแอนติบอดี 243 ใน 263 ราย (92.4%) และมีปริมาณแอนติบอดี้เฉลี่ย 60.9 ยูนิต/มล. (ให้จำค่ากลางนี้ไว้)

– กลุ่มที่ฉีดวัคซีนของ “ซิโนแวก”

: หลังฉีดเข็มแรก ตรวจพบแอนติบอดี เพียง 124 ใน 188 ราย (คิดเป็นเพียง 65.96%) และมีปริมาณเฉลี่ย 1.9 ยูนิต/มล. (จะเห็นว่าน้อยกว่าค่ากลาง ที่ดูจากกลุ่มผู้ติดเชื้อโดยธรรมชาติ มากๆๆๆ )

: หลังฉีดเข็มที่สอง ตรวจพบแอนติบอดี 196 ใน 197 ราย (99.49% หรือเกือบทุกคน) และมีปริมาณเฉลี่ย 85.9 ยูนิต/มล. (มีค่ามากกว่าค่ากลาง ที่ดูจากกลุ่มผู้ติดเชื้อโดยธรรมชาติ)

– กลุ่มที่ฉีดวัคซีน “แอสตราซิเนกา”

: หลังฉีดเข็มแรก ตรวจพบแอนติบอดี 71 ใน 73 ราย (97.26%) และมีปริมาณเฉลี่ย 47.5 ยูนิต/มล. (จะเห็นว่ายังน้อยกว่าค่ากลาง ที่ดูจากกลุ่มผู้ติดเชื้อโดยธรรมชาติ)

(เสียดายว่า ยังไม่มีผลการตรวจหลังฉีดเข็มที่ 2 เนื่องจากยังไม่ถึงกำหนดเวลาฉีด)

  1. ดังนั้น สิ่งที่สรุปได้จากการทดลองนี้ ก็มีเพียงแค่ว่า

– ถ้าเราฉีดวัคซีนของ astrazeneca เพียงแค่เข็มแรก เข็มเดียว คนแทบทุกคนที่ได้รับวัคซีนไป จะมีภูมิคุ้มกันแอนติบอดี้ต่อเชื้อไวรัสโรคโควิด .. แต่มีในปริมาณระดับนึง ยังไม่สูงเท่ากับคนที่ติดเชื้อโรคเองโดยธรรมชาติจะสร้างขึ้นมา (ซึ่งน่าจะพอคาดเดาได้ว่าเมื่อได้รับเข็มที่ 2 แล้วน่าจะมีปริมาณของแอนติบอดีสูงตามไปด้วย)

– ส่วนถ้าเราฉีดวัคซีนของ ซิโนแวค พึ่งระลึกเสมอว่า วัคซีนเข็มแรกแทบจะไม่ทำให้เรามีภูมิคุ้มกันสูงเท่าไหร่เลย และไม่ใช่ทุกคนด้วยที่จะมีภูมิคุ้มกันขึ้น / ขณะที่หลังฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 (และรอให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเต็มที่) จะการันตีได้ว่า แทบทุกคนต้องมีแอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสแล้ว และมีปริมาณของภูมิคุ้มกันสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลางของคนที่ติดเชื้อเองตามธรรมชาติด้วย

4. แต่อย่างไรก็ตาม การทดลองนี้ ก็ยังมีจุดบอดอยู่บ้าง เช่น จำนวนของอาสาสมัครที่ยังค่อนข้างน้อย สายพันธุ์ของเชื้อที่มาทดสอบซึ่งเป็นสายพันธุ์ไวรัสอู่ฮั่น ฯลฯ และที่สำคัญคือ ไม่ได้เอาไปเปรียบเทียบกับรายงานของการฉีดวัคซีนยี่ห้ออื่น (ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิด พวกวัคซีน mRNA นั้น ปริมาณแอนติบอดี้ที่ร่างกายสร้างขึ้น จะสูงเกินกว่าระดับตามธรรมชาติ ไปหลายเท่าตัวมากกว่านี้)

สรุปอีกที่ว่า เห็นค่าตัวเลขที่เปิดเผยเอามานี้ แล้วอย่าแตกตื่น ตกใจ ดีใจอะไรกันครับ มันก็แค่การันตีว่า วัคซีนนี้น่าจะใช้สร้างภูมิคุ้มกันได้ (ถ้าฉีดซิโนแวคให้ครบ 2 โดส)

ปล. สิ่งที่เราคงได้เห็นเป็นรูปธรรมมากกว่า คือ ศบค. เขาจึงเอาผลนี้ไปใช้อ้างในการที่จะระดมวัคซีน astrazeneca เพียงแค่เข็มเดียว ให้มากที่สุดทั่วประเทศไปก่อน แล้วเว้นระยะนานๆ (เช่น 2-3 เดือน) ค่อยมาฉีดเข็มที่ 2 ตาม ถ้าปริมาณวัคซีนที่เราได้รับมา มีจำนวนจำกัด

เพิ่มเติม : ข้อมูลของวัคซีน pfizer หากฉีดเข็มสอง (ระยะห่าง 3 สัปดาห์) จะมีภูมิขึ้นในระดับ 1000 ยูนิต/มล. (ชิโนแวคเทียบไม่ได้เลย) แล้วหากเข็มสองห่างออกไป 12 สัปดาห์จะมีภูมิในระดับ 4,000 ยูนิต/มล. (อ้างอิง https://www.birmingham.ac.uk/…/covid-pfizer-vaccination…)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนไวรัสโควิด-19