เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เจมาร์ทปรับแผนรับโควิด ผุดโมเดลนอกห้างกู้ยอด

07 ส.ค. 2564 | 20:16น.

เจมาร์ทเขย่าแผนใหม่รับมือโควิดลากยาว ผุดสารพัดโมเดลร้านมือถือนอกห้างซินเนอร์ยี่ธุรกิจในเครือ ลุย shop in shop ในร้านซิงเกอร์ และเปิดพื้นที่ขายในคาซ่า ลาแปง พร้อมเพิ่มน้ำหนักไลฟ์สดขายสินค้าบนโซเชียลมีเดียพ่วงแคมเปญผ่อน หวังกู้ยอดขายคืน

นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นลากยาวมาถึงปัจจุบัน และทวีความรุนแรงขึ้นจนภาครัฐมีการขยายพื้นที่ควบคุมเข้มงวดจาก 13 จังหวัด เป็น 29 จังหวัด ทำให้บริษัทต้องปิดร้านสาขาในศูนย์การค้า และคอมมิวนิตี้มอลล์ต่าง ๆ รวม 158 สาขา

ทั้งประเมินด้วยว่าสถานการณ์อาจนานเกินกว่า 3 เดือน บริษัทจึงต้องปรับแผนธุรกิจใหม่ เพราะเชื่อว่าบรรยากาศและกำลังซื้อของผู้บริโภคไม่น่าฟื้นกลับมาอย่างรวดเร็ว

สำหรับแผนธุรกิจใหม่ที่จะดำเนินการในครึ่งปีหลัง แบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ 1.การเพิ่มช่องทางขายในพื้นที่นอกห้างสรรพสินค้ามากขึ้น ซึ่งจะมีหลากหลายโมเดลแต่หลัก ๆ จะเน้นซินเนอร์ยี่กับบริษัทในเครือ

เช่น การเปิดพื้นที่ขายในร้านกาแฟคาซ่าลาแปง และเปิด shop in shop หรือเปิดมุมเล็ก ๆ ภายในร้านซิงเกอร์ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดรวมไปถึงเพิ่มรถเจมาร์ท โมบาย อีก 3 คันจากที่มี 1 คัน และเปิดพ็อปอัพสโตร์10 จุด กระจายทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑลไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม แผนการขยายสาขาเพิ่มเติมที่วางไว้ในปีนี้ก็ยังคงเดินหน้าตามเดิมแบ่งเป็น เจมาร์ทช็อป 35 สาขา และซินเนอร์ยี่ช็อป 50 สาขา ซึ่งจะเป็นร้านนอกห้างที่รวมธุรกิจในเครือไว้ด้วยกัน ทั้งเจมาร์ทโมบาย, ซิงเกอร์, เจเอ็มที และร้านกาแฟ

“โมเดลซินเนอร์ยี่ช็อปที่อยู่นอกห้างเป็นแผนที่เตรียมไว้ตั้งแต่ปีก่อน ตอนนี้มีแล้ว 40 สาขาทั่วประเทศ เน้นไปเปิดตามจังหวัดที่ยังไม่มีร้านเจมาร์ท เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ แต่แผนการเปิดสาขาในห้างก็ยังอยู่ เพียงแต่อาจเปิดน้อยลง

เพราะห้างเองก็เปิดน้อยลงด้วยและพื้นที่ก็หายาก โดยเฉพาะโซนมือถือและอุปกรณ์ไอที เจมาร์ทเองก็เลือกพื้นที่มากขึ้น โดยจะไม่เปิดในห้างเดียวกัน 2 ร้าน เพราะนอกจากจะไม่ได้ฐานลูกค้าใหม่แล้ว ยังกินส่วนแบ่งตลาดของตัวเองด้วย”

การปรับแผนในส่วนที่ 2 คือ การขยายช่องทางขายผ่านออนไลน์มากขึ้นในหลายรูปแบบ ทั้งช่องทาง chat & shop การไลฟ์สดขายมือถือในโซเชียลมีเดีย และการขายผ่านอีมาร์เก็ตเพลซ รวมถึงเว็บไซต์ JaymartStore.com เอง เพื่อผลักดันยอดขายให้ได้มากที่สุด โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมายอดขายช่องทางออนไลน์โตขึ้น 80% แต่ยังมีสัดส่วนเพียง 3% ของรายได้รวม

พร้อมไปกับการเดินหน้าจัดแคมเปญผ่อนร่วมกับบริษัทในเครือทั้งซิงเกอร์ และเคบีเจ แคปิตอล ซึ่งปัจจุบันให้บริการทางการเงิน 3 ประเภท ทั้งสินเชื่อบุคคลสินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่อมือถือ ภายใต้บริการ “Kashjoy” เช่น มีโปรแกรมไม่มีบัตรก็ผ่อนได้ จ่าย 500 รับเครื่องทันที หรือจ่าย 5% รับสินค้าได้เลย เป็นต้น

“มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการสินเชื่อเพื่อซื้อมือถือและอุปกรณ์ไอทีเพิ่มขึ้นในทุกไตรมาส โดยไตรมาส2ปีนี้ยอดการผ่อนสินค้าเติบโตขึ้น 1 เท่าจากไตรมาสแรกที่ผ่านมา เนื่องจากเริ่มประสบปัญหาทางด้านการเงินแต่ยังมีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ

เราเริ่มเห็นสัญญาณกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงตั้งแต่ไตรมาสแรกจนเข้าไตรมาส 2 มีการระบาดรอบใหม่ ทำให้กำลังซื้อหายไปเพิ่มขึ้นอีก บางธุรกิจไปต่อไม่ไหว แม้แต่ในกลุ่มร้านตู้มือถือในห้างก็หายไปไม่น้อย ขณะที่ผู้บริโภคบางส่วนโดนเลิกจ้างหรือลดเงินเดือน สิ่งเหล่านี้ทำให้มีความกังวลเรื่องการใช้จ่าย”

นายนราธิปกล่าวต่อว่า ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา แม้เจมาร์ท โมบาย จะยังเติบโต 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากมีการทำแคมเปญเงินผ่อนอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจัยลบต่าง ๆที่เกิดขึ้น คาดว่าอาจต้องปรับลดเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ลงจากเดิม แต่คงไม่มาก เนื่องจากมีการปรับแผนธุรกิจ ประกอบกับช่วงไตรมาส 4 เป็นไฮซีซั่นของกลุ่มมือถือจากการทยอยเปิดตัวของสินค้ารุ่นใหม่ ๆ จึงน่าจะกระตุ้นให้ตลาดกลับมาคึกคักขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เจมาร์ท