เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

ฟิทช์ ชี้ ศก. ไทยปีหน้าโต 4.8% ฟื้นตัวเร็ว จับตา “แบงก์-ค้าปลีก-โรมแรม”

12 ต.ค. 2564 | 17:09น.

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 0.8% จะฟื้นตัวได้เร็วขึ้นในปี’65 คาดขยายตัว 4.8% หลังอัตราการฉีดวัคซีนโควิดปรับตัวดีขึ้น หนุนธุรกิจเริ่มเปิดให้บริการใหม่-สภาวะแวดล้อมเศรษฐกิจโลกเอื้ออำนวย แต่มองอุตสาหกรรม “ธนาคาร-ค้าปลีก-โรงแรม” ยังคงเผชิญความท้าทาย

 

ฟิทช์ ชี้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวกลับสู่ระดับก่อนโควิดต้นปี’66

วันที่ 12 ตุลาคม 2564 นักวิเคราะห์บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในงานสัมมนาประจำปีผ่านระบบออนไลน์ในวันนี้ว่า คาดว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวได้เร็วขึ้นในปี 2565 เนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ธุรกิจต่างๆ เริ่มเปิดให้บริการใหม่ และสภาวะแวดล้อมของเศรษฐกิจโลกโดยรวมที่ยังคงเติบโตและยังคงเอื้ออำนวย อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวน่าจะเริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และคาดว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) น่าจะฟื้นตัวกลับมาที่ระดับก่อนโควิด-19 ภายในช่วงต้นปี 2566

อันดับเครดิตของบริษัทไทยรายใหญ่ส่วนมากได้ปรับตัวมีเสถียรภาพมากขึ้นแล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีบางภาคอุตสหากรรม เช่น ภาคธนาคาร อุตสหกรรมค้าปลีกและโรงแรม ที่ยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันในด้านรายได้ต่อเนื่องจากผลกระทบของโรคระบาด

 

เฟดลดอัดฉีดสภาพคล่อง เริ่มเดือน พ.ย.

นายสตีเฟ่น ชวาว์ส  ผู้อำนวยการอาวุโสและหัวหน้ากลุ่มจัดอันดับเครดิตประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ฟิทช์ เรทติ้งส์ บรรยายถึงสภาวะเศรษฐกิจของโลก และมองว่าอุปสงค์จากภายนอกที่ปรับตัวดีขึ้นน่าจะช่วยสนับสนุนภาคการส่งออกของประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามด้วยข้อจำกัดในด้านอุปทานส่งผลให้อัตราการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอาจเติบโตได้น้อยลง และยังส่งผลให้ราคาสินค้าในประเทศสหรัฐอเมริกาปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ(FED) อาจจะเริ่มลดทอนการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในเดือน พ.ย.64 แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน่าจะเริ่มขึ้นในปี 2566

แนวโน้มของภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีการปรับตัวลดลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามอัตราการฉีดวัคซีนของประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ซึ่งน่าจะช่วยให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจกลับตัวมาดีขึ้นหลังจากถูกกระทบอย่างมากจากโรคโควิด-19

 

ฟิทช์ มองปีนี้เศรษฐกิจไทยโต 0.8%

จากประมาณการคาดว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคจะเติบโตเฉลี่ยในอัตรา 6.3% ในปี 2564 และ 5.3% ในปี 2565 โดยได้รับแรงหนุนจากการทยอยยกเลิกมาตรการและข้อจำกัดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ทั้งนี้สำหรับประเทศไทยอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจน่าจะอยู่ในระดับเพียง 0.8% ในปี 2564 และ 4.8% ในปี 2565 โดยอัตราการฉีดวัคซีนได้ปรับตัวดีขึ้นแล้วหลังจากที่ค่อนข้างช้าในช่วงแรก การเติบโตของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงของประเทศจีนและการลดทอนการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของเฟดอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อประเทศในภูมิภาคเอเชียที่เป็นตลาดเกิดใหม่และตลาดที่เพิ่งจะพัฒนา

 

ลูกหนี้ SME อ่อนแอ กระทบคุณภาพสินทรัพย์แบงก์ไทย

นายพาสันติ์ สิงหะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดอันดับเครดิตสถาบันการเงินของฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า คุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารไทยยังคงมีความไม่ชัดเจน เนื่องจากยังมีการใช้มาตรการผ่อนปรนหลักเกณฑ์อยู่ โดยประมาณ 14% ของสินเชื่อรวมของภาคธนาคารพาณิชย์ยังคงอยู่ภายใต้มาตรการผ่อนปรนและยังมีการผ่อนผันเกณฑ์ในด้านการจัดชั้นสินเชื่อ

คาดว่ากลุ่มลูกหนี้สินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 23% ของสินเชื่อรวมน่าจะยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันจากสภาวะการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอ

 

หนี้เสียพุ่งปี’65 อัตราทำกำไรแบงก์ยังท้าทาย

โดยฟิทช์ยังเชื่อว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPLs) น่าจะยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นในปี 2565 และอัตรากำไรของธนาคารน่าจะต้องเผชิญกับความท้าทายต่อเนื่องในปี 2565 แต่ที่ผ่านมาธนาคารไทยก็ได้มีการสะสมสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นมาในระดับที่สมเหตุสมผล และมีฐานะเงินกองทุนที่จะช่วยรองรับความเสียหายได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้คาดว่าค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญของระบบธนาคารในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นตลาดกำลังพัฒนา น่าจะยังคงอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ แต่ทั้งนี้ความสามารถในการรองรับความเสียหายของธนาคารในแต่ละประเทศอาจมีความแตกต่างกันไป

ธุรกิจพลังงาน-ปิโตรฯ แนวโน้มเครดิตมี “เสถียรภาพ”

นายโอบบุญ ถิรจิต ผู้อำนวยการฝ่ายจัดอันดับเครดิตภาคธุรกิจอุตสาหกรรมของ ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยน่าจะช่วยให้รายได้ของบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตโดยฟิทช์เติบโตต่อเนื่องในปี 2565 บริษัทส่วนใหญ่ในอุตสหกรรม ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมในภาคพลังงานและปิโตรเคมีซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุดในปี 2563 ได้ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตกลับมาเป็นมีเสถียรภาพ จากการที่รายได้เริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาอยู่ในระดับก่อนเกิดการระบาดโควิด

 

“ค้าปลีก-โรงแรม” ใช้เวลา 2 ปี กลับสู่ระดับก่อนโควิด

สำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีกและโรงแรม ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากยอดผู้ป่วยโควิดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากและการจำกัดการเดินทางในปี 2564 น่าจะเริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในปี 2565 แต่อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวกลับขึ้นมาในระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิดนั้นอาจจะต้องใช้เวลาอีก 2 ปี

บริษัทไทยได้มีการเพิ่มการลงทุนและมีการควบรวมกิจการกันมากขึ้น เพื่อที่จะรองรับการเติบโตในระยะปานกลางและเพื่อการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการดำเนินธุรกิจเป็นธุรกิจที่มีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้มากขึ้น (digitalization) และการดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำ ทั้งนี้ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สิน (leverage) ทรงตัวอยู่ในระดับสูงและจำกัดโอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจไทย