เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

จับสัญญาณนโยบายการเงินกลับทิศในตลาดเกิดใหม่…”จำเป็นหรือจำใจ”

25 ต.ค. 2564 | 08:51น.
เลียบรั้วเลาะโลก
ขวัญใจ เตชเสนสกุล 
EXIM BANK

การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve : Fed) และธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank : ECB) ในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้สร้างแรงกระเพื่อมให้กับตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกอยู่ไม่น้อย เพราะถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19 ที่ธนาคารกลางยักษ์ใหญ่ของโลกทั้ง 2 แห่ง

ได้ส่งสัญญาณชัดเจนที่จะเริ่มกลับมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ผ่านการปรับลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (quantitative easing : QE) ในช่วงปลายปี 2564 และต้นปี 2565 ตามลำดับ นอกจากนี้ รายงาน Dot-Plot ของ Fed ยังสะท้อนว่าสหรัฐอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายภายในปี 2565 ซึ่งเร็วกว่าครั้งก่อนที่คาดว่าจะปรับขึ้นในปี 2566

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าก่อนหน้านี้มีธนาคารกลางของหลายประเทศได้นำร่องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปก่อน Fed และ ECB แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ ฮังการี นอร์เวย์ ที่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ต่อเนื่องหลังควบคุมโควิด-19 ได้ดี รวมถึงประเทศตลาดเกิดใหม่จำนวนไม่น้อยที่แม้จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

แต่ก็ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเช่นกัน เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่ว่าตลาดเกิดใหม่เหล่านี้ซึ่งเสถียรภาพทางเศรษฐกิจยังค่อนข้างเปราะบาง จะมีความพร้อมเพียงใดในการรับมือกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ จะขอแบ่งกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

– กลุ่ม “จำเป็น” ได้แก่ เม็กซิโก ชิลี รัสเซีย เปรู เป็นต้น ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีหลังมีการเปิดเมือง ทำให้ความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (pent-up demand) สะท้อนได้จาก GDP ไตรมาส 2 ปี 2564 ของประเทศเหล่านี้ที่ไม่เพียงขยายตัว double digits เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) แต่ยังขยายตัวได้ต่อเนื่องเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QOQ)

ปัจจัยดังกล่าวมีส่วนสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อของประเทศเหล่านี้ขยับสูงขึ้น ทั้งนี้ การที่ตัวเลข GDP ขยับขึ้นสอดคล้องกับตัวเลขเงินเฟ้อ และนำไปสู่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายข้างต้น ถือได้ว่าเป็นไปตามกลไกปกติของการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อสกัดความร้อนแรงของเศรษฐกิจและรักษาเสถียรภาพด้านราคาที่ถือว่ามีความ “จำเป็น” ในระยะยาว

– กลุ่ม “จำใจ” ได้แก่ บราซิล โคลอมเบีย ยูเครน เป็นต้น ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวเปราะบาง สะท้อนได้จากตัวเลข GDP (QOQ) ไตรมาส 2 ของปี 2564 ที่ยังหดตัว สวนทางอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นในระดับ double digits

ทั้งนี้ อาจตั้งข้อสังเกตได้ว่าอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นในกลุ่มประเทศเหล่านี้ เป็นผลมาจากเงินเฟ้อด้านอุปทาน (cost-push inflation) ที่มีน้ำหนักมากกว่าเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ เนื่องจากปัญหา supply chain disruption และต้นทุนการผลิตที่ปรับเพิ่มขึ้น

Advertisement

ปัจจัยดังกล่าวทำให้ธนาคารกลางของประเทศเหล่านี้ต้อง “จำใจ” ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ท่ามกลางความเสี่ยงที่อาจเกิดสภาวะ “stagflation” (เศรษฐกิจชะลอตัว อัตราว่างงานสูง เงินเฟ้อสูง)

สถานการณ์ดังกล่าวอาจยิ่งซ้ำเติมภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจผ่านต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและเสถียรภาพค่าเงินในระยะถัดไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในประเทศตลาดเกิดใหม่ข้างต้นถือเป็นเหรียญสองด้านที่ผู้ส่งออกไทยต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของคู่ค้าในประเทศดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่ “จำใจ” ต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย และจะกระทบต่อผู้ส่งออกไทยที่พึ่งพาตลาดดังกล่าว

ขณะที่ในส่วนของเศรษฐกิจไทยถือว่ายังโชคดีที่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 0.8%) ทำให้สามารถดำเนินนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยที่ยังไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเฟ้อมากเหมือนหลายประเทศข้างต้น

Disclaimer : คอลัมน์นี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของ EXIM BANK

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ เลียบรั้วเลาะโลก