เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
Economic นำเข้ากันยายนพุ่ง 50.4% สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ดูทั้งหมด

“อาคม” ชี้เปิดประเทศหนุนเศรษฐกิจปี’64 โต 1.2%

20 พ.ย. 2564 | 14:18น.
อาคม เติมพิทยาไพสิฐ

รมว.คลัง คาดเศรษฐกิจปี’64 โต 1.2% หลังเปิดประเทศทำให้การท่องเที่ยว-กิจกรรมเศรษฐกิจดีขึ้น ส่วนปี’65 คาดจีดีโต 4.5% พร้อมเผยแนวทางบริหารเศรษฐกิจ

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2564 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศครั้งที่ 39 เรื่อง “ประเทศไทยกับการฟื้นตัวหลังโควิด-19” ว่า คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวประมาณ 1.1-1.2% มากกว่าที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้ที่ 1% หลังจากรัฐบาลเปิดประเทศ ทำให้การท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวดีขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี รวมทั้งการใช้จ่ายภาครัฐที่จะช่วยรักษาระดับการบริโภคในประเทศ ซึ่งในช่วง 9 เดือนแรก เศรษฐกิจไทยก็สามารถขยายตัวได้ 1.3% อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องการระบาดโควิดระลอกใหม่ รวมถึงความเสี่ยงเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ขณะที่เศรษฐกิจปี 2565 นั้น คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้ 3.5-4.5% โดยการฟื้นตัวจะมาจาก 7 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.การดูแลการแพร่ระบาดโควิด-19 2.การหนุนให้ภาคธุรกิจฟื้นตัว 3.แรงกระตุ้นการใช้จ่ายครัวเรือน 4.ภาคการส่งออก 5.การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน 6.การใช้จ่ายรัฐบาล และ 7.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ

นายอาคมกล่าวว่า ส่วนแนวทางการบริหารเศรษฐกิจในปี 2565 จะเน้นให้มีการเติบโตอย่างทั่วถึง หรือ Inclusive Growth ซึ่งจะต้องไม่กระจุกตัวในด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งเมื่อสามารถทำให้การเติบโตตั้งแต่เศรษฐกิจระดับฐานรากได้ จะเป็นแรงกระแทกได้ดีเมื่อเศรษฐกิจเกิดผลกระทบจากสถานการณ์ต่าง ๆ

นอกจากนี้ รัฐบาลจะต้องดูแลโควิด-19 ควบคู่กับการดูแลเศรษฐกิจ และหนุนให้เศรษฐกิจชุมชนเชื่อมโยงกับ Big supply chain และจะต้องดูแลปัญหาทั้งขาดดุลการคลังและขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม รวมทั้งจะส่งเสริมให้คนไทยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อให้อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ในระดับที่เหมาะสมด้วย

สำหรับการบริหารเศรษฐกิจมหภาคนั้น นโยบายการคลังมีส่วนในการขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจผ่านพ้นวิกฤตมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันนโยบายการเงินก็จะมีส่วนในการสนับสนุน ซึ่งในวิกฤตครั้งนี้ นโยบายการเงินก็ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน แม้ว่าขณะนี้แรงกดดันต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งจากการใช้จ่ายเงินของรัฐบาล การปรับขึ้นของราคาน้ำมัน ซึ่งจะมีผลต่อระดับเงินเฟ้อ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ยังยืนยันที่จะใช้นโยบายการเงินเพื่อหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ฉะนั้น ขอให้มั่นใจว่านโยบายการเงินและนโยบายการคลังจะไปด้วยกัน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลใช้งบประมาณในการดูแลเศรษฐกิจ ซึ่งคิดเป็น 14.6% ของจีดีพี และใช้นโยบายกึ่งการคลังไปประมาณ 4.2% ของจีดีพี เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ถือว่า ใกล้เคียง ยกเว้นสหรัฐอเมริกาที่ใช้มากถึง 25% ของจีดีพี แต่คำถาม คือ เมื่อใช้นโยบายดังกล่าวแล้วจะมีผลต่อฐานะการคลังอย่างไร คำตอบ คือ มีผลให้ระดับหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น โดย ณ เดือน ก.ย. 2654 ระดับหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ 57% ต่อจีดีพี และประเมินว่า ณ สิ้นเดือน ก.ย.2565  ระดับหนี้สาธารณะจะอยู่ที่ 62% ต่อจีดีพี ซึ่งจะเป็นจากการใช้เงินกู้จากพ.ร.ก.กู้เงิน แต่ถือว่ายังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลังที่เราได้ขยายไว้ที่ 70% ต่อจีดีพี

นอกจากนี้ ฐานะการคลัง ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2564 ก็อยู่ในระดับ 5 แสนล้านบาท ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่เพียงพอ หากเศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวได้ 4% การจัดเก็บรายได้ก็จะเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ก็คงไม่จบแค่นี้ เพราะเรามีแผนที่จะเพิ่มขยายฐานภาษีและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บให้ดีขึ้น และยังมีเงินนำส่งรัฐวิสาหกิจ รวมถึง รายได้ที่ได้จากค่าเช่าที่ราชพัสดุ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ