เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
Tech EDTH ทรานส์ฟอร์ม ‘เครือสหพัฒน์’ สู่ยุคดิจิทัล-AI
ดูทั้งหมด

“บรอมส์โกรฟ” ใช้กลยุทธ์ฟองสบู่บริหารโรงเรียนประจำ ลดเสี่ยงโควิด

07 ธ.ค. 2564 | 11:29น.

โควิดส่งผลให้ครอบครัวไทยสนใจส่งลูกเรียนโรงเรียนประจำมากขึ้น ซึ่งบรอมส์โกรฟใช้มาตราการ bubbles ลดความเสี่ยงจากไวรัส

วันที่ 7 ธันวาคม 2564 โรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟ เผยกลยุทธ์การบริหารจัดการแผนกโรงเรียนประจำบริหารจัดการแบบ “ฟองสบู่” (bubbles) เป็นการควบคุมสภาพแวดล้อมภายในหอพักเสมือนอาศัยอยู่ในฟองสบู่ โดยนักเรียนประจำจะถูกจัดกลุ่มย่อยเพื่อการเว้นระยะห่าง

นายฮาวเวิร์ด วู หัวหน้าฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ โรงเรียนนานาชาติบรอมส์โกรฟกล่าวว่า จากรายงานของยูนิเซฟ (The United Nations Children’s Fund) ระบุว่า 2-3 ปีที่ผ่านมาเด็กหนึ่งคนในทุกเจ็ดคนต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้นโยบายการเว้นระยะห่าง และอยู่ที่บ้านตลอดทั้งปี 2563 ซึ่งก่อให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวล และการแปลกแยกจากสังคม

นอกจากนั้น เด็กจำนวนหนึ่งต้องเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านผ่านสื่อออนไลน์ ในขณะที่อีกหลายคนไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาผ่านสื่อออนไลน์ได้ อันเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจ และข้อจำกัดของครอบครัวที่แตกต่างกัน

“โควิด-19 ส่งผลให้ครอบครัวตั้งแต่ระดับชนชั้นกลางขึ้นไปพยายามมองหาทางเลือกให้ลูก ๆ เพื่อจะได้รับการศึกษาและการพัฒนาทักษะที่จำเป็นอย่างไม่ติดขัดในช่วงที่มีการระบาด โดยในประเทศไทยความนิยมของครอบครัวชาวไทยต่อโรงเรียนประจำมีเพิ่มมากขึ้น และเมื่อรัฐบาลได้ประเมินสถานการณ์การควบคุมการระบาดของโควิด-19 และตัดสินใจเปิดโรงเรียนภายใต้มาตรการการเฝ้าระวัง

ผู้ปกครองจำนวนมากได้ตัดสินใจส่งลูกเข้าเรียนในโรงเรียนประจำ เพื่อให้ลูก ๆ ได้อาศัยประจำอยู่ในหอพัก และพบปะผู้คนภายในหอพักเท่านั้น ทำให้สามารถลดความเสี่ยงในการระบาดของไวรัสได้ในระดับหนึ่ง”

ฮาวเวิร์ด วู

ตั้งแต่รัฐบาลประกาศเปิดโรงเรียน นักเรียนประจำสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ นอกจากผู้ปกครองไทยที่สนใจโรงเรียนประจำเพิ่มขึ้นแล้ว ผู้ปกครองชาวต่างชาติของบรอมส์โกรฟก็มีความเชื่อมั่นในมาตรการการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ของประเทศไทย และทางโรงเรียนก็ได้สื่อสารให้ผู้ปกครองทราบถึงมาตรการการป้องกันการระบาดที่บรอมส์โกรฟปฏิบัติเพิ่มเติมภายในโรงเรียนด้วย

นายวูอธิบายว่า ได้มีการบริหารจัดการแบบฟองสบู่ (bubbles) ซึ่งสภาพแวดล้อมภายในหอพักจะได้รับการควบคุม เปรียบเสมือนการอาศัยอยู่ในฟองสบู่ นักเรียนประจำจะถูกจัดกลุ่มย่อยเพื่อการเว้นระยะห่าง และจำกัดวงในการมีปฏิสัมพันธ์และการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงของการระบาดของโควิด-19 ในวงกว้าง

มีมาตรการป้องกันการระบาด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจหาเชื้อของทั้งนักเรียนและบุคลากรก่อนเข้าในหอพักและเป็นประจำเมื่ออาศัยอยู่ในหอพัก การสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การดูแลระบบถ่ายเทอากาศภายในหอพัก ตารางการทำความสะอาดที่สม่ำเสมอ เพิ่มการทำกิจกรรมกลางแจ้งของนักเรียนประจำ

นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังจัดให้มีทีมพยาบาลดูแลนักเรียนและบุคลากรของหอพักอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง การจัดสภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้นักเรียนยังคงรักษาระยะห่างทางกายภาพ แต่ในขณะเดียวกันพวกเขายังสามารถเรียน ทำกิจกรรม และมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย ถือเป็นการปรับตัวร่วมกันระหว่างโรงเรียน นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากร เพื่อตอบรับกับวิถีใหม่ที่เกิดขึ้น

“หลาย ๆ สื่อพูดถึงอนาคตทางการศึกษาที่ไม่จำเป็นต้องมีโรงเรียนและครูอีกต่อไป แต่ในความเป็นจริงแล้วเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการเรียนรู้ในโรงเรียนนั้นมีมากกว่าเรื่องของวิชาการที่โรงเรียนนักเรียนจะได้พัฒนาทักษะทางด้านสังคมทั้งกับนักเรียนด้วยกันเองและกับผู้ใหญ่ ซึ่งทักษะเหล่านี้มีความจำเป็นสำหรับพวกเขาในอนาคต”

ในต่างประเทศโรงเรียนประจำได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาความนิยมนี้ได้แพร่หลายในสังคมตะวันออก ด้วยภาพลักษณ์และมาตรฐานของโรงเรียนประจำสมัยใหม่ รวมถึงสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พ่อแม่ต้องการให้ลูกได้เตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ใหญ่ ฝึกความรับผิดชอบ และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งพวกเขาจะได้ฝึกฝนทักษะเหล่านี้ภายในรั้วโรงเรียนประจำ

ข้อดีของการอยู่ในโรงเรียนประจำ นักเรียนจะมีชั่วโมงการทบทวนบทเรียนและการทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางบนท้องถนน นักเรียนจะใช้เวลาหลังเลิกเรียนในการเล่นกีฬา ซ้อมดนตรี ฝึกการแสดง ทำงานศิลปะ หรือได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ

โดยที่พวกเขาสามารถเลือกได้ว่าจะทำกิจกรรมเหล่านี้ด้วยตนเอง หรือทำร่วมกันกับเพื่อน ๆ ภายในหอพัก โดยจะมีครูผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ รวมไปถึงบุคลากรของโรงเรียนที่ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองประจำหอพักคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

นายวูกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้บรอมส์โกรฟถือเป็น 1 ใน 3 โรงเรียนประจำแบบอังกฤษที่ดีที่สุดในไทย ได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองนานาชาติในการส่งบุตรหลานมาเข้าเรียนและพักอาศัยอยู่ในหอพัก ซึ่งการขยายและพัฒนาแผนกโรงเรียนประจำไปสู่มาตรฐานสูงสุดเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาระยะยาวของโรงเรียนที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่บรอมส์โกรฟมุ่งเน้น คือ นักเรียนจะได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมโรงเรียนประจำ จะได้มีบทบาทหน้าที่ในฐานะสมาชิกคนหนึ่ง มีระบบการจัดการโรงเรียนประจำและหอพักเทียบเท่าโรงเรียนประจำชั้นนำในประเทศอังกฤษ นอกจากนั้น ยังได้นำระเบียบปฏิบัติและแนวทางการบริหารหอพักและการดูแลสวัสดิภาพของนักเรียนตามแบบของสมาคมโรงเรียนประจำแบบอังกฤษ หรือ The Boarding Schools’ Association (BSA) มาใช้ที่โรงเรียนด้วย

“แผนกประจำของบรอมส์โกรฟ ประกอบไปด้วยนักเรียนและบุคลากรกว่า 20 สัญชาติ มีความเสมือนสังคมจริงที่มีประชาคมโลกอยู่ร่วมกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พึ่งพาอาศัยกัน ทักษะการอยู่และทำงานร่วมกันกับผู้อื่น คือทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ เป็นทักษะที่จะทำให้เด็ก ๆ เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีชีวิตที่เติมเต็ม ทำคุณประโยชน์ต่อผู้อื่นและต่อสังคมต่อไป”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โรงเรียนนานาชาติ