เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

โอไมครอนระบาด 95 ประเทศ ศบค.สั่งไล่บี้ต่างชาติหลุดรอดระบบติดตาม

22 ธ.ค. 2564 | 15:46น.
แพทย์หญิงสุมนี วัชรสินธุ์

แพทย์หญิงสุมนี วัชรสินธุ์

ศบค.พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนในไทยพุ่ง 104 ราย เพิ่มจากก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 63 ราย ศบค.ชุดเล็กสั่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการ ระดมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ตามติดนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกรายที่เข้ามาในประเทศ หลังก่อนหน้ามีรายงานพบว่ามีนักท่องเที่ยวหลุดจากระบบการติดตาม ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลกโอไมครอนแพร่กระจายไปแล้ว 95 ประเทศ สหรัฐมาอันดับหนึ่งติดเชื้อไปแล้ว 47 รัฐ

วันที่ 22 ธันวาคม 2564 แพทย์หญิงสุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก ณ วันพุธที่ 22 ธันวาคม 2564 เวลา 10.00 น.ว่า มียอดผู้ติดเชื้อรวม 276,589,282 ราย อาการรุนแรง 89,141 ราย รักษาหายแล้ว 248,028,175 ราย เสียชีวิต 5,385,004 ราย

สำหรับอันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1. ยังเป็นสหรัฐอเมริกา จำนวน 52,253,848 ราย 2.อินเดีย จำนวน 34,758,078 ราย 3.บราซิล จำนวน 22,219,477 ราย 4.สหราชอาณาจักร จำนวน 11,542,143 ราย 5. รัสเซีย จำนวน 10,267,719 ราย โดยประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 24 ของโลกจากจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,199,061 ราย

โอไมครอนระบาด 95 ประเทศ สหรัฐติดเชื้อกระจาย 47 รัฐ

“การระบาดของโอไมครอน (Omicron) ขณะนี้แพร่กระจายไปแล้ว 95 ประเทศ มีการระบาดในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด 47 รัฐ โดยคิดเป็นผู้ติดเชื้อ 73% ของผู้ติดเชื้อในสหรัฐอเมริกา ซึ่งศูนย์ควบคุมโรคในสหรัฐอเมริกาได้ชี้แจงว่าโอไมครอนเป็นสายพันธุ์หลักของผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นสัดส่วน 73% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดที่พบในสหรัฐ โดยเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้วสัปดาห์เดียวจาก 12.6% ขึ้นไปเป็น 73% ทำให้หลายฝ่าย ทุกหน่วยงานเป็นกังวลต่อเทศกาลวันหยุดปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

นอกจากสหรัฐอเมริกาแล้วก็ยังมีประเทศอิสราเอลที่ห้ามประชาชนเดินทางไป 10 ประเทศปลายทาง ได้แก่ เบลเยียม เยอรมนี ฮังการี อิตาลี โมร็อกโก โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ และตุรกี รวมทั้งสหรัฐและแคนาดา ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสกัดสายพันธุ์โอไมครอนในประเทศไม่ให้เพิ่มขึ้น

เนื่องจากอิสราเอลพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จึงมีมาตรการในการปิดพรมแดน และจำกัดการเดินทางตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน โดยงดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนคนอิสราเอลที่กลับเข้าประเทศก็จะต้องมีการกักตัวทุกรายแม้ว่าจะได้รับวัคซีนครบแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการในออสเตรเลียที่มีการระบาดโอไมครอนอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน โดยทาง รมว.สาธารณสุขของออสเตรเลียไดัออกมาเรียกร้องให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา มีการเว้นระยะห่างทางสังคมด้วยตนเอง พร้อมทั้งยืนยันว่าการรับผิดชอบการแพร่ระบาดเป็นการรับผิดชอบส่วนบุคคลของประชาชนทุกคน เราควรปฏิบัติต่อชาวออสเตรเลียอย่างผู้ที่มีวุฒิภาวะ

กรมวิทย์เผยไทยติดเชื้อแล้ว 104 ราย

แพทย์หญิงสุมนีกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์โอไมครอนในประเทศไทยวันนี้ได้มีรายงานจาก นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในที่ประชุม EOC ของกระทรวงสาธารณสุขเช้านี้ ตอนนี้ตัวเลขของผู้ติดเชื้อโอไมครอนในประเทศไทยอยู่ที่ 104 ราย ความคืบหน้าในส่วนของการระบาดของโควิดโอไมครอน ล่าสุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า มีผู้ติดเชื้อ 104 ราย ในจำนวนนี้มีทั้งที่อยู่ในระบบการรักษา และบางส่วน ได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว และออกจากโรงพยาบาลแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนแล้ว 63 ราย ตรวจยืนยันแล้ว 20 ราย ถือว่าพบการติดเชื้อโอไมครอนค่อนข้างเร็วสอดคล้องกับสถานการณ์โลก

แพทย์หญิงสุมนีกล่าวว่า มติของที่ประชุมชุดใหญ่ของ ศบค.วานนี้ (21 ธ.ค.) ในเรื่องของการรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในราชอาณาจักรในช่วงที่มีการระบาดของโอไมครอนตอนนี้ มติ ศบค.กำหนดไว้ว่า กลุ่มแรกคือกลุ่มที่จะเข้ามาวันที่ 22 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป ก็จะงดรับการลงทะเบียนผ่านระบบไทยแลนด์พาส ในการเข้าประเทศแบบ Test & Go และแบบแซนด์บอกซ์ โดยยังอนุญาตให้เข้ามาได้แบบมีการกักตัวเท่านั้น และการเข้าแซนด์บอกซ์ก็เข้าได้เฉพาะที่ภูเก็ตแซนด์บอกซ์เท่านั้น

กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ลงทะเบียนที่จะเข้ามาในประเทศก่อนหน้านี้ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศโดยกรมการกงสุลได้รายงานว่า มีจำนวนประมาณ 2 แสนคนสามารถเข้ามาได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดแต่เดิม แต่ที่ประชุม ศบค.เมื่อวานได้มีมติว่า คนกลุ่มนี้เมื่อเข้ามาแล้วต้องมีการปรับเพิ่มมาตรการเพื่อความปลอดภัย

คุมเข้มนักท่องเที่ยว ห้ามหลุดจากระบบติดตาม

สำหรับมาตรการที่เพิ่มขึ้น คนกลุ่มนี้เมื่อมาถึงประเทศไทย และมีการตรวจ PCR เป็นลบ สามารถเดินทางต่อได้โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไข คือ ต้องสามารถติดตามตัวได้ตลอดเวลา เพื่อติดตามอาการและต้องแจ้งด้วยว่าตอนนี้เจ้าตัวอยู่ที่ไหน โดยเน้นย้ำว่าต้องมีการติดตั้งแอปพลิเคชั่นหมอชนะทุกคน ที่สำคัญคือต้องกลับมาตรวจ PCR ซ้ำในวันที่ 5 และ 6 ก่อนที่จะครบ 7 วันกับโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งค่าใช้จ่ายในการตรวจครั้งที่ 2 รัฐจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจให้

“โดยสรุปก็คือ คนที่ลงทะเบียนไทยแลนด์พาสมาก่อนที่จะมีการประกาศงดรับวันนี้ กลุ่มนั้นจะต้องเข้ามาและได้รับการตรวจ PCR 2 ครั้ง ครั้งแรกคือ ตรวจวันแรกที่มาถึง ครั้งที่ 2 ตรวจวันที่ 5 และ 6 และใน 7 วันแรกที่เข้ามาในประเทศไทยต้องสามารถติดตามตัวได้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวทาง ศบค.จะมีการติดตามอย่างใกล้ชิด และจะมีการปรับมาตรการหรือไม่ อย่างไร จะมีการประเมินสถานการณ์และพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 4 มกราคม 2565” แพทย์หญิงสุมนีกล่าว

แพทย์หญิงสุมนีกล่าวว่า จากที่เคยมีรายงานช่วงก่อนหน้านี้ มีนักท่องเที่ยวหลุดจากระบบการติดตามออกไป จากนี้ขอให้ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่รับนักท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ การบินพลเรือนแห่งประเทศไทยต้องมีความเข้มงวดเป็นพิเศษ เพราะขณะนี้เรากำลังอยู่ในความพยายามสกัดกั้นไม่ให้สายพันธุ์โอไมครอนระบาดเป็นวงกว้าง หรือถ้าจะมีการระบาดในประเทศก็ขอให้มีการระบาดอย่างน้อยที่สุด ถ้าเจอก็จะได้ควบคุมจำกัดวงของการระบาดได้โดยไว

ตั้งศูนย์ปฏิบัติการตามติดนักท่องเที่ยวทุกราย

ในวันนี้ที่ประชุมของ ศบค.ชุดเล็ก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้รายงานตัวเลขคร่าว ๆ ของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาที่สนามบินสุวรรณภูมิวันนี้อยู่ที่ 10,787 คน ที่ภูเก็ต 2,546 คน ในที่ประชุมโดย ผอ.ศบค.ชุดเล็ก พลเอกสุพจน์ มาลานิยม ได้ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อตรวจสอบจำนวนผู้เดินทางเข้ามาในท่าอากาศยานทุกช่องทางให้มีการติดตามการเดินทางจนกระทั่งถึงที่พัก และมีการติดตามการตรวจครั้งที่ 2 ให้ครบทุกรายในช่วง 7 วันที่เข้ามาในประเทศไทย

โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมเป็นคณะทำงานกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข ศูนย์ EOC ทุกท่าอากาศยาน การบินพลเรือน ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง หรือ ศปม. รวมทั้งกระทรวงมหาดไทยในทุกจังหวัด ที่สำคัญคือผู้ประกอบการโรงแรม ที่พักทุกโรงแรมที่จะต้องคอยติดตามนักท่องเที่ยวทุกคน รวมถึงโรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญาทุกโรงพยาบาล

ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กยังเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงแนวปฏิบัติที่ได้วางไว้ก่อนหน้านี้อย่างละเอียด ทั้งก่อนที่จะเข้ามาในราชอาณาจักร และหลังเข้ามาในราชอาณาจักรให้ถูกต้อง ทั้งการลงทะเบียน Thailand Pass และแอปพลิเคชั่นหมอชนะ (ดูรายละเอียดในกราฟิก)

ขณะที่ในส่วนของคนไทย สำหรับเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ ห้ามลาไปต่างประเทศยกเว้นมีเหตุจำเป็น ส่วนคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศให้พิจารณาชะลอ หรือยกเลิกการเดินทางที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะการเดินทางไปในประเทศที่มีการระบาดของเชื้อโอไมครอนจำนวนมาก โดยเฉพาะประเทศในยุโรป อเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง

ส่วนสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศ ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 มีผู้ป่วยรายใหม่ 2,532 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,170,198 ราย หายป่วยแล้ว 2,111,962 ราย และเสียชีวิตสะสม 21,377 ราย

ข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 ผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,199,061 ราย หายป่วยแล้ว 2,139,388 ราย เสียชีวิตสะสม 21,471 ราย

ส่วนผู้มาขอรับวัคซีนวันที่ 21 ธันวาคม 2564 มีผู้รับการฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 จำนวน 81,746 ราย เข็มที่ 2 จำนวน 166,334 ราย เข็มที่ 3 จำนวน 195,957 ราย และระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 21 ธันวาคม 2564 มีผู้รับวัคซีนสะสมทั้งหมดจำนวน 100,615,878 โดส

ผู้เสียชีวิต 20 ราย จาก 31 รายไม่ได้ฉีดวัคซีน

สำหรับผู้เสียชีวิต 31 รายในวันนี้ 90% ยังเป็นกลุ่มเสี่ยงในกลุ่มผู้สูงอายุและโรคเรื้อรัง โดยผู้เสียชีวิตมากที่สุดอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช 4 ราย และมีรายงานว่าผู้เสียชีวิตในวันนี้ 20 ราย จาก 31 ราย เป็นผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน หรือคิดเป็น 65%

ขณะที่ผู้ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรล่าสุดนับตั้งแต่วันที่ 1-21 ธันวาคม 2564 มีจำนวนสะสม 182,578 ราย พบผู้ติดเชื้อโควิด 416 ราย แต่เมื่อรวมกับตัวเลขของการเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.-21 ธ.ค. มีผู้เดินทางเข้ามาแล้ว 315,636 ราย พบติดเชื้อโควิดรวม 587 คน โดยอัตราการติดเชื้อจากประเทศต้นทาง 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และรัสเซีย ตามลำดับ

ส่วนการเปิดระบบ Test & Go ที่หนองคายจะเปิดนำร่องทางบกในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ ได้มีการเลื่อนออกไปก่อนยังไม่เปิด และจะมีการติดตามสถานการณ์ต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศบค.