เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมราง เดินหน้า “ตั๋วร่วม” ค่าโดยสารสูงสุด 45 บาท เริ่มปี’70 บีทีเอสทุ่มอัพระบบรับ EMV
Economic กรมราง เดินหน้า “ตั๋วร่วม” ค่าโดยสารสูงสุด 45 บาท เริ่มปี’70 บีทีเอสทุ่มอัพระบบรับ EMV
สิ้น เซียะเสียน นักแสดง-นักรักโลกมายาฮ่องกง วัย 89
World สิ้น เซียะเสียน นักแสดง-นักรักโลกมายาฮ่องกง วัย 89
เมื่อ “ความพรีเมี่ยม” ไม่ใช่แค่สถานะ Visa Infinite ปรับเกมเจาะเศรษฐี
Business เมื่อ “ความพรีเมี่ยม” ไม่ใช่แค่สถานะ Visa Infinite ปรับเกมเจาะเศรษฐี
จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
Economic จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
Politics ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
Economic เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
“ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
Real Estate “ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ทองอยู่”
Politics เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ทองอยู่”
ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
Politics ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
ไฮไลท์ประชาชาติ ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
ดูทั้งหมด

ปอกเปลือก รธน.2521 “เปรมโมเดล” ต้นแบบบิ๊กตู่ อยู่ยาว ?

06 ธ.ค. 2560 | 19:04น.

ในวาระรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม 2475 อันเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่เดินทางมาครบ 85 ปี

จนถึงรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ที่ออกแบบโดย มีชัย ฤชุพันธุ์ กับคณะ กลับถูกวิจารณ์วงการเมืองว่าติดตั้ง “กลไกพิเศษ”

เป็นกลไกพิเศษที่เปิดช่องให้มีนายกรัฐมนตรีที่มาจากคนนอกคือ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯคนปัจจุบัน

รัฐธรรมนูญ 2560 จึงถูกเปรียบเทียบว่า “ถอดแบบ” มาจากรัฐธรรมนูญ 2521 อันเป็นต้นแบบของประชาธิปไตยครึ่งใบ ที่เปิดทางให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯ 8 ปี 5 เดือน โดยไม่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งแม้แต่ครั้งเดียว

ย้อนกลับไป 14 มี.ค. 2559 ช่วงโค้งสุดท้ายการร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนทำประชามติ มี “จดหมายน้อย” จากทำเนียบรัฐบาล ลงนามโดย “พล.อ.ธีรชัย นาควานิช” ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช.เวลานั้น ส่งตรงถึงห้องประชุม กรธ.

อันเป็น “ใบสั่ง” บอกความต้องการของ คสช. ให้บัญญัติสิ่งสำคัญลงในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นกลไกที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นช่อง “สืบทอดอำนาจ”

ซึ่งต่อมาได้ถูกบรรจุลงในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญที่ใช้ในช่วง “เปลี่ยนผ่าน” ตัวอย่างเช่น ให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คน มาจาก คสช.เป็นผู้คัดเลือก และ ส.ว.ร่วมให้ความเห็นชอบบุคคลที่เป็นนายกฯ คนนอก หากสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถเลือกนายกฯ ในบัญชีของพรรคการเมืองได้

ที่สำคัญ การโหวตเลือกนายกฯ คนนอก โดย ส.ว.ร่วมโหวต สามารถทำได้ถึง 2 สมัย เพราะ ส.ว.ช่วงเปลี่ยนผ่านมีอายุ 5 ปี มากกว่าอายุสภาผู้แทนราษฎรที่มีเพียง 4 ปีก็ต้องเลือกตั้งใหม่

นี่เป็นช่องทางต่อท่ออำนาจผ่านรัฐธรรมนูญ 2560

กลไกสืบทอดอำนาจถูกนำมาเทียบกับรัฐธรรมนูญ 2521 ที่มีอายุใช้ 12 ปี 2 เดือน 1 วัน สาระสำคัญคือ ส.ว.มาจากการแต่งตั้ง ประธานวุฒิสภาเป็นประธานรัฐสภา มีอำนาจเหนือสภาผู้แทนราษฎรโดยประธานวุฒิสภามีอำนาจเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ และวุฒิสภามาจากการแต่งตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร มีวาระคราวละ 6 ปี สามารถร่วมโหวตเลือกนายกฯ กับ ส.ส.ได้ และนายกฯไม่ต้องเป็น ส.ส.

ดังนั้น เมื่อถึงคราวเลือกตั้ง 22 เมษายน 2522 กลุ่มกิจสังคม ที่นำโดย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้รับการเลือกตั้งมากที่สุด ด้วยเสียง 82 คน จากสมาชิกทั้งหมด 301 คน และในช่วงเวลาเดียวกัน มีการประกาศแต่งตั้ง ส.ว. จำนวน 225 คน

เท่ากับจำนวน 3 ใน 4 ของ ส.ส. แบ่งเป็น ทหารบก 112 คน ทหารเรือ 39 คน ทหารอากาศ 34 คน ตำรวจ 8 คน พลเรือน 32 คนทำให้มีสมาชิกทั้งสองสภารวมกัน 526 คน หากฝ่ายใดคุมเสียงเกินกึ่งหนึ่ง คือ 264 คน จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีทันที แล้วหลังการเลือกตั้ง พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ก็ได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยเสียง 311 เสียง ทั้ง ๆ ที่กลุ่มกิจสังคม คือฝ่ายชนะเลือกตั้ง

แต่รัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ ไม่มีฐานพรรคการเมืองสนับสนุน ไม่นานจึง “ลุกออกจากเก้าอี้” และส่งไม้ต่อให้ “พล.อ.เปรม”

“พล.อ.เปรม” เล่าเหตุการณ์ช่วงเวลานั้นผ่าน หนังสือ “รัฐบุรุษ ชื่อ เปรม” ว่า “ตอนนั้นผมเป็น รมว.กลาโหม ตอนนั่งเครื่องบินกลับมา (หลัง พล.อ.เกรียงศักดิ์เข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลลาออก) ผมก็ถามว่า พี่เกรียง ถ้าผมเป็นนายกฯ ผมควรจะเอาพรรคไหนมาเป็นรัฐบาล”

“ท่านก็บอกว่า ถ้าเป็นก็เอาทั้ง 5 พรรคที่เขาคัดค้าน คือ กิจสังคม ประชาธิปัตย์ ชาติไทย สยามประชาธิปไตย และประชากรไทย ต้องเอาทั้งหมดนี้ เพราะว่าเขาเป็นฝ่ายที่ให้พี่ออก”

และ พล.อ.เปรมก็ทำตามคำชี้แนะ ทำให้ได้รับเลือกขึ้นมาเป็นนายกฯแทนที่ โดยได้คะแนนเสียงสนับสนุนในสภามากถึง 399 เสียง ส่วน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ได้อันดับสอง 39 เสียง

จากนั้น พล.อ.เปรมครองเก้าอี้นายกฯ นาน 8 ปี 5 เดือน ไม่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งแม้แต่ครั้งเดียว