Skip to content

โควิด กทม. ระบาดหนักในร้านอาหาร-หอพัก กลุ่มแพทย์ติด 47 ราย

13 ม.ค. 2565 | 14:22น.
โควิด กทม. ระบาดหนักในร้านอาหาร-หอพัก กลุ่มแพทย์ติด 47 ราย

สธ. เผยสถานการณ์แพร่ระบาดโควิดเขต กทม. พบติดเชื้อจากร้านอาหารกึ่งผับบาร์-หอพักแออัดมากขึ้น ด้านกลุ่มบุคลากรการแพทย์ติดเชื้อพุ่ง 47 ราย ย้ำไม่ปิดแผนก พร้อมแนะเลี่ยงไปสถานที่เสี่ยง เข้ารับวัคซีนป้องกันโควิด

วันที่ 13 มกราคม 2564 นายแพทย์สุทัศน์ โชตนะพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงกรณีสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดและมาตรการการควบคุมการระบาดโควิดเขตกรุงเทพมหานครว่า สำหรับภาพรวมการแพร่ระบาดโควิดโลกจำนวน 220 ประเทศ พบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก เฉพาะวันนี้ (13 ม.ค.) ราว 2.9 ล้านราย สะสม 317 ล้านราย

ขณะที่ในภูมิภาคเอเชียจะมีประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ที่มีการระบาดสูง ส่วนประเทศไทยเมื่อเทียบในเอเชียอยู่ลำดับที่ 5 ถ้าระดับโลกจะอยู่ที่ลำดับที่ 26 แต่ประเทศไทยมีอัตราการป่วยต่อประชากร 1 ล้านราย สูงกว่าประเทศในแถบเอเชียพอสมควร

โดยวันนี้ (13 ม.ค.) พบผู้ติดเชื้อใหม่ 8,167 ราย แบ่งเป็นติดเชื้อในประเทศ 7,928 ราย และผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ 239 ราย ส่วนยอดผู้ป่วยรักษาหายประจำวันอยู่ที่ 3,845 ราย และเสียชีวิต 14 ราย ซึ่งอัตราการเสียชีวิตของไทยเริ่มทรงตัวและค่อนข้างไปทางต่ำลงเรื่อย ๆ

สำหรับรายงานการติดเชื้อโควิดในเขต 13 พื้นที่กรุงเทพมหานครพบผู้ป่วยรายใหม่สูงถึง 939 ราย โดยอัตราการเจ็บป่วยกระจายตัวในประชาชนทุกกลุ่มอายุ และมีในทุกเขตของ กทม.

อย่างไรก็ดี ขณะนี้พบว่ากลุ่มเสี่ยงที่ทำให้พบการติดเชื้อใน กทม.สูงขึ้น หลัก ๆ จะเป็นเรื่องพื้นที่เสี่ยงและแหล่งชุมชน กล่าวคือ เป็นสถานที่ปิดที่มีระบบระบายอากาศไม่ดี เช่น ร้านอาหารกึ่งผับบาร์ ที่ขออนุญาตเปิดปรับปรุงเป็นร้านอาหารปกติ ทำให้สามารถเปิดบริการได้ถึง 23.00 น. แม้ สธ. จะมีมาตรการจำกัดการจำหน่ายแอลกอฮอลล์ที่เวลา 21.00 น. แล้ว แต่ด้วยความเป็นพื้นที่ปิด ทำให้มีความเสี่ยงติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่อีกพื้นที่หนึ่งที่พบอัตราการป่วยมากขึ้นก็เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในหอพักที่มีลักษณะแออัด อาทิ หอพักนักศึกษา แฟลตตำรวจ ตอนนี้มีการรายงานเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้น จึงอยากเน้นย้ำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงเหล่านี้ และหากต้องอาศัยในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว ขอให้พยายามแยกตัว พร้อมปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด

ส่วนอีกกลุ่มคือกลุ่มที่สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน แนะนำให้ตรวจคัดกรองตัวเอง ถ้าป่วยให้แยกตัวเองออกจากผู้ใกล้ชิดและเข้ารับการดูแลรักษาให้เร็วที่สุด

สำหรับประวัติการได้รับวัคซีนของผู้เสียชีวิต ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.2564 – 6 ม.ค.2565 จำนวน 6,905 คน พบว่า เป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือรับวัคซีนไม่ครบ 4,266 คน คิดเป็น 61.8% ได้รับวัคซีนครบโดส 940 คน คิดเป็น 13.6% ซึ่งค่อนข้างต่ำ และไม่ระบุ 1,699 คน คิดเป็น 24.8% จึงอยากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ารับวัคซีนมากขึ้น เพื่อลดอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต

เบื้องต้นผลการสอบสวนการระบาดในกรุงเทพฯ ที่พบมาก คือ 1.กลุ่มร้านอาหารกึ่งผับบาร์ ที่ปรับจากผับ บาร์ เป็นร้านอาหารปกติ โดยแต่ละกลุ่มพบมากกว่า 5 รายขึ้นไป โดยขณะนี้จะมีการถอนมาตรฐาน ร้านที่ได้รับการรับรองแต่ไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด หากพบการติดเชื้อซ้ำก็ต้องมีการพิจารณา อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าบางร้านพบมีการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม เช่น แอร์ ในช่องระบายอากาศ ทำให้การตรวจพบลำบากมากขึ้น ทั้งนี้ ประชาชนที่พบร้านเหล่านี้ที่มีความเสี่ยงสามารถแจ้งได้ที่สำนักงานเขตและ สปคม. ที่ผ่านมาก็มีร้องเรียนเข้ามาเช่นกัน

2.กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่ได้รับเชื้อจากชุมชนหรือบุคคลที่ใกล้ชิด ยังไม่ใช่การรับเชื้อจากการเข้ารับบริการของผู้ป่วย (ข้อมูล ณ ปลาย ธ.ค.64-12 ม.ค.65) พบ 47 ราย ทั้ง รพ.รัฐ และ รพ.เอกชน โดยทั้งหมดฉีดเข็ม 3 แล้ว และบางคนฉีดเข็ม 4 แล้ว และ 3.กลุ่มผู้ที่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยัน

ส่วนกรณีบุคลากรฉีดวัคซีนเข็ม 3 แล้วแต่ทำไมยังติดเชื้อนั้น ขอเรียนว่าแม้ว่าฉีดวัคซีนแล้วยังติดเชื้อได้ แต่ป้องกันอาการรุนแรงและเสียชีวิต โดยบุคลากรการแพทย์ทั้ง 47 รายไม่มีอาการรุนแรง ทำให้ไม่มีการปิดแผนกของบุคลากรที่ติดเชื้อ แต่จะมีการกักตัวกลุ่มเสี่ยงสูง 14 วัน ซึ่งตอนนี้ได้เริ่มพิจารณาอาจมีการลดวันกักตัวลง

ทั้งนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร สั่งการไปยังสถานพยาบาลทุกแห่งแล้วให้เพิ่มความระมัดระวังเคร่งครัด เรื่องป้องกันควบคุมโรคในสถานพยาบาลให้มากขึ้น โดยเฉพาะการคัดกรองผู้ป่วยที่มารับการรักษา

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19 โอมิครอน