Skip to content

ตลาดคริปโทเดือด

19 ม.ค. 2565 | 10:06น.
ตลาดคริปโทเดือด
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต

ฮือฮาอย่างมากในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีของไทย เมื่อบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ประกาศจับมือกับ “Binance” เว็บไซต์เทรดเหรียญคริปโทอันดับ 1 ของโลก

แทบไม่ต่างจากเมื่อครั้ง “เอสซีบีเอ็กซ์” ทุ่มเงินกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ “bitcub” เว็บไซต์เทรดเหรียญคริปโทอันดับ 1 ของไทย

โดย GULF ให้บริษัท กัลฟ์ อินโนวา จำกัด บริษัทย่อยที่ GULF ถือหุ้น 100% ลงนามบันทึกความร่วมมือกับกลุ่ม Binance ทำแผนพัฒนาธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในประเทศไทย

สำหรับคนในวงการคริปโทย่อมรู้จัก Binance เป็นอย่างดี หรือแม้แต่คนที่ไม่ได้สนใจนัก อย่างน้อยต้องเคยได้ยินชื่อ “ฉางเผิง จ้าว” (Changpeng Zhao) ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ Binance เพราะล่าสุดได้รับการประเมินว่ามีทรัพย์สินติดอันดับอภิมหาเศรษฐีโลกไปแล้ว

ถือเป็นอภิมหาเศรษฐีคนแรกในวงการคริปโทด้วยสินทรัพย์ราว ๆ 9.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

การผนึกกำลังกันระหว่าง GULF และ Binance รุกเข้าตลาดเทรดคริปโทเมืองไทย ย่อมสร้าง “แรงกระเพื่อม” มหาศาล ไม่เพียงแต่เอสซีบีเอ็กซ์ กับ bitcub เท่านั้น แต่หมายรวมถึงนักเทรดทั่วไปที่คงชอบอกชอบใจที่มีตัวเลือกเพิ่มขึ้น

ทั้งเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ของโลกด้วย

แม้ในเมืองไทยจะมีแพลตฟอร์มเทรดคริปโทหลายเจ้า แต่ bitcub ถือเป็นเบอร์ 1 ครองส่วนแบ่งการตลาดราว ๆ 90% การมาของ Binance ที่มี GULF เป็นพันธมิตร ย่อมทำให้ bitcub เหนื่อยหนักกว่าเดิม เพราะเจอคู่แข่งยักษ์ใหญ่ที่มีวอลุ่มการซื้อขายมหาศาลกว่าหลายเท่า มีระบบหลังบ้านครบเครื่องและครอบคลุมกว่า

อันที่จริง Binance พยายามเข้าสู่ตลาดเมืองไทยมาพักใหญ่ ถึงขนาดให้เว็บไซต์เทรดเหรียญปรับเป็นภาษาไทยได้ และเปิดเพจเฟซบุ๊ก Binance Thai Community ชักชวนนักเทรดชาวไทยมาลงทุน

ก่อนที่จะโดนคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ติดเบรกจนหัวทิ่ม ในข้อหาประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับใบอนุญาต

Binance จึงจำต้องถอดภาษาไทยออกจากเว็บไซต์ และออกจากตลาดเทรดเมืองไทยไปแบบเงียบ ๆ

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ Binance โด่งดังในระดับโลก จึงมีคนไทยจำนวนมากเข้าไปใช้บริการเทรดอยู่แล้ว และมาวันนี้เมื่อจับมือกับ GULF บริษัทระดับแถวหน้าของเมืองไทย การเข้าสู่ตลาดนักเทรดของไทยจึงยิ่งเข้มข้นขึ้น

แม้ ณ ปัจจุบัน Binance ยังไม่มีบทบาทในตลาดเทรดคริปโทไทย เพราะต้องรอใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.เสียก่อน แต่นักวิเคราะห์และคนในวงการคริปโทมองว่าไม่น่าจะยากเกินไป เพราะ GULF ช่วยดันสุดตัวอยู่แล้ว

GULF ประกาศชัดเจนว่าเตรียมขยายธุรกิจและความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัล และเทคโนโลยีบล็อกเชน ฉะนั้นการจับมือกับ Binance จึงเป็นสิ่งที่ลงตัวอย่างยิ่ง

สำหรับนักเทรดหรือมือใหม่ที่เล็งจะเข้ามาในวงการนี้ มองการมาในตลาดคริปโทของ GULF เป็นด้านบวก เพราะแน่นอนว่ายิ่งมีผู้เล่นมากเท่าไหร่ และยิ่งเป็นขาใหญ่อย่าง Binance ย่อมเป็นผลดีกับนักลงทุน ทั้งในเรื่องการแข่งขันหรือค่าธรรมเนียมที่ลดลงในอนาคต

ยังไม่นับรวมถึงการมีหัวหอกที่เข้ามาเป็นเสียงสนับสนุนฝ่ายไม่เห็นด้วยจากกรณีรัฐบาลเรียกเก็บภาษีคริปโท เพราะมองว่ารัฐใจเร็วด่วนได้ไปหน่อย

สำหรับเมืองไทยแล้ว ตลาดคริปโทยังเบบี๋มาก ๆ เทียบกับเด็กไม่ต่างจากเพิ่งกำลังฝึกยืนตั้งไข่เท่านั้น แต่เพราะตอนนี้รัฐบาลกำลังหน้ามืดกับรายจ่ายมหาศาลที่ไหลออก จากปัญหาโควิด ปัญหาโรคระบาดในหมู ฯลฯ รายรับจากภาษีรูปแบบเดิม ๆ ทั้งภาษีนิติบุคคล ภาษีบุคคลธรรมดา และ VAT ไม่เพียงพอ

รัฐบาลจึงต้อง “รีดเงิน” เพิ่มจากเอกชนในทุก ๆ ส่วนเท่าที่ทำได้ ทั้งจากภาษีคริปโท ภาษีหุ้น หรือภาษีที่ดิน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ สามัญสำนึก