เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

ผู้ว่าฯระยอง ประกาศคำสั่งเขตภัยพิบัติน้ำมันรั่ว หาดแม่รำพึง

29 ม.ค. 2565 | 22:36น.

จังหวัดระยองตั้งกรรมการ 3 ฝ่ายสอบตัวเลขปริมาณน้ำมันรั่วเอาให้ชัด SPRC เผยทำโมเดลยังมีมวลน้ำมันดิบก้อนใหญ่รอซัดเข้าฝั่งเขาแหลมหญ้า เกาะเสม็ด ด้านกรมควบคุมมลพิษอนุมัติใช้สาร Dispersant รวมแล้วกว่า 8 หมื่นลิตรสกัด

วันที่ 29 มกราคม 2565 กรณีการรั่วไหลของน้ำมันดิบจากท่อใต้ทะเลของ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC เมื่อช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 25 มกราคม 2565 ณ บริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึก หรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล (SPM) ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมืองระยอง

ยอมรับคุมไม่อยู่-น้ำมันเล็ดลอดขึ้นหาด

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้เปิดแถลงข่าวกรณีน้ำมันรั่วไหลลงในทะเลว่า ตอนนี้พยายามควบคุมไม่ให้น้ำมันเข้าฝั่งให้มากที่สุด แต่คุมไม่ได้ ซึ่งต้องให้เล็ดลอดให้น้อยที่สุด และเร่งทำความสะอาดเพื่อให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด

สำหรับการปฏิบัติงานวันนี้ขอสรุปสถานการณ์ที่ผ่านมาตั้งแต่เมื่อคืนวานนี้ (29 ม.ค.65) เวลา 21.00 น.เศษ ได้พบคราบน้ำมันบริเวณหาดแม่รำพึง หรือเรียกว่าบริเวณหินขาวเล็กน้อย แต่พอช่วงเช้าเริ่มเพิ่มปริมาณมากขึ้น น้ำเริ่มเป็นสีแดงและคราบน้ำมันพัดขึ้นมาบนชายฝั่ง

ทางกองทัพเรือภาค 1 ได้ส่งกำลังพล จำนวน 200 คนมาทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่จากป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้เข้ามาช่วยกันดำเนินการเก็บกู้ทำความสะอาดบริเวณชายหาดตั้งแต่เมื่อคืนวานนี้

ในช่วงเช้าเนื่องจากปริมาณน้ำมันเข้ามามากขึ้น จึงได้มีการขุดให้เป็นร่องและนำอุปกรณ์ในการดูดซับน้ำมันลงไปวางไว้ เพื่อดักน้ำมันที่ลอยอยู่ในทะเลที่จะซัดเข้ามาเพื่อกำจัดตามระบบต่อไป

จากการสำรวจพบน้ำมันขึ้นมาบนหาดแม่รำพึงเป็นระยะทางยาวประมาณ 3 กิโลเมตรตั้งแต่ปากแม่น้ำระยองจนถึงก้นอ่าว และมีอีกส่วนไปขึ้นตรงท่าเรือ IRPC จำนวนน้อย ซึ่งทางบริษัท IRPC ได้ช่วยกำจัดไปบริเวณชายหาด ยังเหลือเฉพาะตรงใต้ท่าเรือ IRPC ซึ่งได้วางระบบป้องกันไว้แล้ว ส่วนพื้นที่อื่นยังปลอดภัยในการท่องเที่ยว

อีกประเด็นหนึ่งที่ร้องขอกันคือการประกาศเขตภัยพิบัติน้ำมันรั่ว ทางจังหวัดได้ออกคำสั่งไปเรียบร้อย โดยจะใช้พื้นที่บริเวณนี้เป็นศูนย์ทำงานส่วนหน้าในการแก้ไขปัญหากันต่อไป

ขณะเดียวกันในท้องทะเลทางกองทัพเรือภาค 1 กับทางบริษัท SPRC ยังดำเนินการฉีดพ่นสารเพื่อที่จะทำให้น้ำมันแตกตัว โดยใช้เรือดำเนินการ 10 ลำ

“ผมยังไม่ได้สั่งปิดหาดแม่รำพึง เพียงขอความร่วมมือผู้ประกอบการ และประชาชนเท่านั้นเอง ถ้าร้านค้ามีความจำเป็นมีสินค้าเหลืออยู่ยังจำหน่ายต่อไปได้ ทั้งนี้หากร้านใดต้องการปิดให้แจ้งไว้ แต่ถึงจังหวัดไม่ประกาศปิดก็ไม่มีใครมาท่องเที่ยว”

“เราเป็นห่วงทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นห่วงพี่น้องประชาชน ได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนที่จะเข้ามาในพื้นที่เข้ามาท่องเที่ยวให้หลีกเลี่ยงการเข้ามาบริเวณหาดแม่รำพึง เพราะว่าอาจจะได้กลิ่น และหากสัมผัสคราบน้ำมันจะเกิดอันตรายได้ สำหรับร้านค้าขอความร่วมมือไปถ้าสามารถหยุดจำหน่ายได้เป็นความปลอดภัยต่อสุขภาพของพ่อค้าแม่ค้า เพราะหากสูดดมเข้าไปจำนวนมากจะเกิดปัญหาต่อสุขภาพได้”

นอกจากนี้จะออกประกาศงดการเล่นน้ำในพื้นที่หาดแม่รำพึง เพราะคราบน้ำมันเริ่มมามากขึ้น ต้องแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวที่อาจจะยังไม่ทราบแล้วลงไปเล่น

ตั้งกรรมการสอบตัวเลขน้ำมันรั่ว

นายชาญนะ กล่าวต่อไปว่า กรณีปริมาณน้ำมันรั่วไหลออกมาว่าตัวเลขแท้จริงมีปริมาณเท่าไหร่นั้นถือเป็นเรื่องคาใจของหลายคน เพราะการให้ข่าวสารเริ่มตั้งแต่มีการรั่วไหลจำนวน 4 แสนลิตร ลดลงมาเหลือ 1.6 แสนลิตร ลงมา 50,000 ลิตร ผมจึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมา โดยมีตัวแทนจาก 3 ฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคบริษัท และภาคประชาสังคม เพื่อเข้ามาตรวจสอบกัน และอธิบายให้เป็นเหตุเป็นผลเป็นวิทยาศาสตร์ว่าน้ำมันที่รั่วไหลออกมาจากท่อมีปริมาณเท่าไหร่แน่ และจะรีบชี้แจง โดยคณะกรรมการจะเริ่มประชุมพรุ่งนี้ (30 ม.ค.65)

ส่วนเรื่องการเยียวยาจะมีการตั้งศูนย์ที่บริเวณหาดแม่รำพึง หากใครที่จะยื่นข้อร้องเรียนให้มายื่นได้ที่นี่ให้ทางฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ประจำอยู่บริเวณนี้รับเรื่องไว้ หรือจะไปยื่นที่ศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัดก็ได้

สิ่งทีเรากลัวคือเข้าชายฝั่งทุกแห่ง โดยเฉพาะเกาะเสม็ดมีปะการังใต้น้ำ แต่โชคดีคลื่นลมไม่แรง เรามีเวลา 2-3 วันในการแก้ไขปัญหา ทีมงานทำงานกันเต็มที่เพื่อสลายให้ได้มากที่สุด ไม่ให้กระทบทรัพยากรเรา เราพยายามกันอย่างเต็มที่

IRPC เผยน้ำมันก้อนใหญ่พร้อมเข้าฝั่ง

นายพงษ์กรณ์ ช่อชูวงศ์ ตัวแทนจากบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC กล่าวว่า สำหรับน้ำมันที่ยังอยู่ในทะเล ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกเวลาได้ว่าจะเข้าสู่ฝั่งเมื่อไหร่ หากดูภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสน เทศ(องค์การมหาชน) หรือ GISTDA พบว่ามวลน้ำมันก้อนใหญ่จะทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ขึ้นกับทิศทางลมและกระแสน้ำจะเข้ามาตรงไหน ตอนนี้พยายามที่จะปฏิบัติงานบล็อกไม่ให้น้ำมันเข้ามากระทบชายฝั่ง และกระจายไปบนชายฝั่งที่จุดอื่น

สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นทางบริษัทพร้อมที่จะรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวโดยที่ให้ความร่วมมือและจะร่วมมือกับจังหวัดอย่างเต็มที่ในการดูแลค่าชดเชยเยียวยาสำหรับผู้ได้รับผลกระทบตามความเหมาะสม

ส่วนสาเหตุที่ทำให้น้ำมันดิบรั่วไหลนั้น หลังจากนำนักประดาน้ำดำลงไปความลึก 25 เมตร พบจุดรอยแตก โดยที่จุดแตกเป็นข้ออ่อนที่ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการโหลดน้ำมัน ตอนนี้ยังอยู่ใต้น้ำ ตอนนี้ได้รับการอนุญาตจากกรมเจ้าท่าเรียบร้อยแล้ว จะยกขึ้นบนบก และจะเรียกผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหน่วยงานราชการที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดแตกในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ท่อเหล่านี้ทาง SPRC ออกแบบ และมีการใช้งานรวมถึงการซ่อมบำรุงตามระยะเวลาที่เป็นมาตรฐานสากลที่ออกแบบไว้ โดยท่อตรงนี้มีอายุการใช้งานอีก 2.8 เดือน และจริงๆ ตามกำหนดมีแผนที่จะเปลี่ยนทุก 3 ปีสำหรับท่ออ่อนตรงนี้

ส่วนกรณีปริมาณน้ำมันว่ามีการไหลลงทะเลเท่าไหร่นั้นได้มีการคำนวนตั้งแต่รั่วไหลจนหยุดระบบสิ่งที่ค้างอยู่ในระบบ ประเมินว่าอยู่ที่ 50 ตันลิตร หรือ 50,000 ลิตร เป็นตัวเลขคาดการณ์ วันพรุ่งนี้(30ม.ค.65)ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบสวนสอบสวนและจะมาสรุปเรื่องนี้ โดยมีทีมที่เกี่ยวข้องในการคำนวนเพื่อให้แน่ใจปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลออกมาถูกต้องจริง

นอกจากนี้การเยียวยาทาง SPRC เปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนที่จะให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนแจ้งเข้ามา และวานนี้ (29 ม.ค.65)ได้ปรึกษากับผู้ว่าราชการจังหวัดระยองที่จะเปิดให้ทางจังหวัดเป็นศูนย์รับเรื่องร้องเรียน โดยทาง SPRC จะประสานงานให้การเยียวยาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ทาง SPRC ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น ทาง SPRC ไม่ได้อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น มีผลกระทบเป็นวงกว้างแบบนี้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราต้องพยายามอย่างดีที่สุดที่จะแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยราชการ และเพื่อนๆในกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงบริษัทที่ดูแลเรื่องการเก็บกู้น้ำมัน”

ตอนนี้ในส่วน SPRC มีทีมร่วมกันในการปฏิบัติการทางทะเลในการเก็บกู้น้ำมัน นอกจากการกันน้ำมัน จะมีแผ่นซับน้ำมันไปวาง และจะมีตัวแวคคัมพลัสที่จะดูดน้ำมันบริเวณที่มีคราบน้ำมันหนาแน่น จะมีการใช้ตัวดูดซับน้ำมันเข้ามาใช้

“ตอนนี้มีการระดมเครื่องมือดักน้ำมันทั้งหลายเข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนกระบวนการทำความสะอาดชายหาดเพิ่มเติม ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่มีประสบการณ์ในการจัดการน้ำมันรั่วไหลในครั้งก่อนๆ มาเพื่อที่จะมาช่วยการเก็บกู้น้ำมันครั้งนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”

เร่งเฝ้าระวังตรวจสารปนเปื้อนในอาหารทะเล

นายแพทย์สุนทร เหรียญภูมิการกิจ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง กล่าวว่า ผลกระทบจากน้ำมันหรือสารเคมี มีผลกระทบ 2 ประการคือ แบบเฉียบพลัน ผลกระทบทันทีทางตาเกิดระคายเคืองจากระอองน้ำมัน แสบจมูก ถ้าสูดดมมากจะเกิดปอดอักเสบได้ โดยเฉพาะคนเป็นโรคหอบ หืดอาจจะไปกระตุ้นให้หอบหืดมากขึ้น แต่โอกาสน่าจะน้อยเพราะเป็นที่โล่ง ส่วนการกินพอเข้าร่างกายมากจะทำให้ซึม ง่วง ทั้งนี้ทางสาธารณสุขจังหวัดจะประสานกับทางสาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลว่าจะมีใครเป็นโรคปอด ได้รับผลกระทบและจะป้องกันอย่างไร

ในเบื้องต้นได้มีการมีการตั้งศูนย์และวัดความเข้มข้นของคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ยังไม่มีสารเคมีที่เป็นพิษ สำหรับผลกระยะยาวเกิดจากการสัมผัสโดยตรงจากการสัมผัสสัตว์ทะเลได้คุยกับกรมอนามัย กรมควบคุมโรคและศูนย์อนามัยจะมีการเฝ้าระวังสัตว์น้ำเอามาบริโภคจะมีสารปนเปื้อนผิดปกติหรือไม่ ซึ่งเมื่อปี 2556 เคยมีการเฝ้าระวังในลักษณะเดียวกัน สัตว์น้ำส่วนใหญ่จับมาจากทะเลน้ำลึก ผลกระทบอาจจะไม่มาก แต่จะมีระบบเฝ้าระวังอาหารในตลาดจะมีการแจ้งผลให้ทราบอีกครั้งเมื่อผลการตรวจสอบออกมา

ระดมฉีด Dispersant รวม 85,400 ลิตรสกัด

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มี 3 หน่วยงานเข้ามาสนับสนุนภารกิจ คือ กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภาพรวมบริหารโดยใช้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ทางทะเล ซึ่งกองทัพเรือภาค 1 เป็นประธานและแบ่งพื้นที่การควบคุมเป็น 2 ส่วน

พื้นที่น้ำทะเลดูแลโดยศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) กองทัพเรือ และพื้นที่ชายฝั่งโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งได้มอบให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน โดยแบ่งพื้นที่เป็นเขต A B C D ตั้งแต่ท่าเรือ IRPC มาถึงเขาแหลมหญ้า ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการที่เกี่ยวกับพื้นที่ท่องเที่ยว พื้นที่ชายหาด วันนี้มีการประชุมมีการกำหนดพื้นที่ปฏิบัติการเพิ่มเติม คือ พื้นที่โซน E ครอบคลุมพื้นที่อุทยานเขาแหลมหญ้า และเกาะเสม็ด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความล่อแหลมของทรัพยากร มีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน

การประชุมวันนี้มีทั้งการตั้งรับมวลคราบน้ำมันในทะเลที่อยู่ห่างจากชายฝั่งบริเวณนี้ไป 3 ไมล์ทะเล คณะอำนวยการเฝ้าระวังใช้ปฎิบัติการทางทะเลในการควบคุม เพื่อให้คราบน้ำมันแตกตัวและสลายโดยเร็วที่สุด กรณีพัดพาเข้าสู่ฝั่งก็ให้เข้ามาในปริมาณน้อยทีสุดเท่าที่จะทำได้ ต้องมีการรองรับคราบน้ำมันที่จะเข้ามา

กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ผนึกกำลังในการป้องกันทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเรื่องปัญหามลพิษ ปัญหาต่างๆ ที่ต้องคำนึงถึงแผนและมาตรการ เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน และขอให้ประชาชนอย่าเข้ามาในพื้นที่ เพราะจะได้รับผลกระทบจากมลพิษมีสารระเหยจากคราบน้ำมันต่าง ๆ ที่เป็นตราย ถ้าไปสัมผัสโดยตรงจะมีโลหะหนัก ในส่วนของมลพิษต่างๆ ที่จะกระทบกับระบบนิเวศน์ในทะเลเป็นเรื่องหนึ่งที่ให้ความสำคัญมาก และเป็นเรื่องที่คงจะต้องมีผู้รับผิดชอบและต้องฟื้นฟูกลับมาให้ และต้องก่อให้เกิดผลกระทบให้น้อยที่สุด

มาตรการการตัดสินใจของภายใต้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ทางทะเลเราคำนึงถึงผลประโยชน์ของทรัพยากรและสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นหลัก แน่นอนการปฏิบัติการต้องมีผลกกระทบในเรื่องมลพิษ แม้แต่สิ่งแวดล้อมเรื่องการใช้สารต่าง ๆ แต่เราพยายามที่จะให้เกิดผลเสียน้อยที่สุด ซึ่งเราเชื่อว่าสิ่งที่เราตัดสินใจไปแล้วถือว่าจะทำให้เกิดผลเสียน้อยที่สุด ถ้าเราปล่อยโดยไม่ปฏิบัติการในทะเลเชื่อว่าผลเสียจะเกิดขึ้นมากกว่านี้

“เรื่องการใช้สาร Dispersant ผมอนุมัติไป 3 ครั้งแล้วครั้งแรก 40,000 ลิตร ครั้งที่ 2 จำนวน 36,400 และล่าสุดวันนี้ครั้งที่ 3 อนุมัติเพิ่มไป 9,000 ลิตร ได้มีการหารือภายใต้คณะกรรมการร่วม จริงๆ เราพยายามใช้ให้น้อยที่สุด ช่วงแรกๆได้รับการชี้แจงจาก SPRCช่วงแรกที่เกิดตอนกลางคืน ฉีดสาร Dispersantไปไม่ตรงเท่าไหร่ ทำให้สูญเสียช่วงนั้นไป”

“พอฉีดไปแล้วสารทำปฏิกิริยาไม่หมดจึงให้เรือตีให้น้ำมันแตกและฉีดสารเพิ่มเข้าไปอีก จะเห็นว่าเรามีการใช้สาร Dispersantเพิ่ม บางคนอาจตกใจทำไมต้องใช้เยอะขนาดนี้ อันนี้เป็นเหตุผลความจำเป็น อันนี้เรามองแล้วว่า ถ้าเราไม่ใช้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นคงจะไม่เป็นแบบนี้ มันจะเป็นฟิล์มน้ำมันหนาๆ แผ่นๆขึ้นมา และกำจัดยาก แต่ที่สำคัญผลเสียจะเกิดขึ้นมากกว่าที่เราไม่ใช่ เราจึงต้องชั่งน้ำหนักว่า เราใช้ดีกว่า ก็จะมีผลประโยชน์ในการควบคุมได้ดีกว่า น้ำมันจึงทะยอยเข้ามาชายหาดไม่มาก”

สำหรับทิศทางการไหลของน้ำมันได้มีการทำโมเดลคาดการณ์ขึ้นมา โดยใช้กระแสลมกระแสน้ำในการคำนวนกับค่าน้ำมันที่มีอยู่ และแปลงออกมาเป็นทิศทางของน้ำมัน โดยไม่ได้คิดถึงการควบคุมในการปฏิบัติการ โดยโมเดลระบุว่า ถ้าปล่อยไปตามธรรมชาติภายในสิ้นเดือนมีความเป็นไปได้ที่น้ำมันจะขยับไล่ไปเข้าเขตอุทยานเขาแหลมหญ้า

“แต่เราไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้นจึงได้เร่งปฏิบัติการในพื้นที่ 3 ไมล์ทะเลให้ได้ ทั้งในเรื่องการทำให้แตกตัวสลายตัวให้เร็วที่สุด และควบคุมให้เคลื่อนที่ช้าที่สุด โดยให้ออกมานอกทุ่นกันน้ำมัน(Boom)ให้น้อยที่สุด”

กรมควบคุมมลพิษได้ตั้งจุดตรวจคุณภาพน้ำตั้งแต่หาดพะยูน เขาแหลมหญ้าจนถึงเกาะเสม็ด ณ ปัจจุบันคุณภาพน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ยกเว้นบริเวณที่คราบน้ำมันขึ้น ถ้ามีค่าเปลี่ยนแปลงจะรีบแจ้งประชาชนให้ทราบ

ห่วงปะการัง-หญ้าทะเลเสียหาย

ดร. พรศรี สุทธนารักษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ทางกรมได้ทำงานร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยบทบาทหน้าที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลฯมีหน้าที่ดูแลทรัพยากรตั้งแต่คุณภาพน้ำทะเล ชายหาด แนวปะการัง และหญ้าทะเล ซึ่งในแนวปะการังจะพบว่าบริเวณเขาแหลมหญ้าที่เกาะเสม็ด หากคราบน้ำมันหลุดเข้าไปจะกระทบกับหญ้าทะเล เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องป้องกันไม่ให้น้ำมันรั่วไหลเข้าไป

“การไหลของกระแสน้ำต้องป้องกันไม่ให้ไปสู่เขาแหลมหญ้า โดยแบ่งการทำงานเป็นโซน A B C D เราเพิ่มอีกโซนคือ E เพื่อป้องกันการไหลของคราบน้ำมันที่จะออกไปทางช่องเสม็ด เป็นการวางแผนร่วมกันในการป้องกันทรัพยากรของเรา กรมอุทยานมีเรือลาดตระเวน และมีเรือ SPRC ค่อยฉีดสารให้น้ำมันแตกตัว”

“ขณะเดียวกันเราเป็นคนเฝ้าระวังไม่ให้มีการหลุดรอด หากมีการหลุดรอดจะมีการแจ้งให้ฝ่ายปฏิบัติเข้าไปจัดการในส่วนของน้ำมัน วันนี้มีการหลุดรอดมาถึงชายหาด เราจำเป็นต้องทำความสะอาดชายหาดให้เร็วที่สุดตามเทคนิควิธีการที่เป็นสากล โดยกรมฯมีอธิบดีเป็นผู้นำตั้งใจทำงานเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรทั้งปะการังและหญ้าทะเล”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำมันรั่ว