เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ดึงชนชั้นกลางปั๊มลูกเพื่อชาติ? ในสภาวะการมีลูกคือความลำบากทางเศรษฐกิจ

09 ธ.ค. 2560 | 22:01น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก
โดย ชลาทิพย์ ถิรสุนทรากุล


ประธานสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ออกโรงว่าภาคเอกชนต้องการให้ภาครัฐผลักดันมาตรการส่งเสริมให้กลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไปแต่งงานและมีลูกมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์การกำเนิดประชากรในไทยน่าเป็นห่วง ซึ่งในอนาคต 10-20 ปี ข้างหน้า ไทยจะตกอยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงานที่มีคุณภาพ อาจต้องนำเข้าแรงงานที่มีศักยภาพจากต่างประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เป็นต้น

ถือเป็นการออกมาพูดชัดเจนถึงคาดการณ์ปัญหาอนาคตที่น่าสนใจว่า หากประเทศไทยที่ตอนนี้เราพูดถึงการเข้าสู่อุตสาหกรรมยุคที่ 4 ก็จริง แต่ที่น่าห่วงยิ่งกว่านั้น คือ ในอีก 1-2 ทศวรรษข้างหน้า ทั้งไทยและโลกจะไปสู่อุตสาหกรรมยุคที่ 5 หรือ Industry 5.0 ด้วยซ้ำ ฉะนั้นในอนาคต “แรงงานมีคุณภาพ” คือประชากรสำคัญของโลกและของประเทศ

แม้การพูดลักษณะนี้ หรือภาษาชาวบ้านจะมองว่าเป็นการ “ปั๊มลูก” เพื่อป้อนแรงงานเข้าสู่ระบบ ในแง่มานุษยวิทยาจะฟังดูแสลงใจ ประหนึ่งเห็นชีวิตมนุษย์ คือ “หน่วยหนึ่งทางเศรษฐกิจ” เท่านั้น แต่ในแง่ภาพรวมโครงสร้างแล้ว อัตราการเกิดที่น้อยลงในหลายประเทศทั่วโลก กำลังเป็น “วาระของชาติ” และ “วาระของโลก” เพราะองคาพยพนี้ ย่อมส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน ทั้งทางเศรษฐกิจและในทางบริบทสังคมอย่างแน่นอน

มีความห่วงพะวงถึงโลกที่มีสังคมผู้สูงวัยในอัตราสูงเกินไป และโลกที่ขับเคลื่อนด้วยประชากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพกลับลดน้อย หรือหาได้ยากเย็นขึ้นเรื่อย ๆ

ยิ่งเป็นความท้าทายว่า ในโลกที่เทคโนโลยีล้ำหน้า มีปัญญาประดิษฐ์ มีออโตเมชั่น มีกลไกที่ทำงานแทนแรงงานมนุษย์ ยิ่งทำให้ตระหนักว่าเราต้องการประชากรคุณภาพเพิ่มมากขึ้นไปอีกในแต่ละเจเนอเรชั่น

มีการยกตัวอย่างว่า อัตราการเกิดในกลุ่มคนชั้นกลางที่ลดต่ำลง ต่อไปไทยอาจต้องนำเข้าแรงงานที่มีศักยภาพจากฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ที่ถือว่าทั้งสองประเทศในอาเซียนมีขนาดประชากรในระดับสูง โดยฟิลิปปินส์ปัจจุบันมีประชากรกว่า 105 ล้านคน ส่วนเวียดนามมี 95 ล้านคน

ไม่ใช่เพียงเพราะประเทศที่ยกตัวอย่างข้างต้นเป็นประเทศในอาเซียนที่มีประชากรมากเท่านั้น แต่ทั้งสองประเทศมีการพัฒนาคุณภาพของประชากรให้มีขีดความสามารถแข่งขันได้ในระดับที่สูงขึ้นด้วยนั่นเอง

สำหรับประเทศไทย มีความพยายามจากภาครัฐ แต่ยังไม่ที่สุด ก่อนหน้านี้เราเคยได้ยินที่กระทรวงสาธารณสุขพยายามผลักดันโครงการสาวไทยแก้มแดงจูงใจให้คนไทยมีลูกเพื่อชาติ และสร้างเยาวชนที่มีสุขภาพแข็งแรง
ความพยายามเพิ่มอัตราการเกิดและสร้างเยาวชนที่แข็งแรงยังไม่เพียงพอ ยังต้องเพิ่มแรงจูงใจอีกมากทางด้านค่าครองชีพ ค่าเลี้ยงดูบุตรต่าง ๆ ที่ปัจจุบัน ปัญหานี้ยังทำให้ครอบครัวชนชั้นกลางไม่พร้อมมีบุตร

แม้กระทั่งภาคเอกชนที่ออกมาเรียกร้องเอง ก็ไม่ได้เปิดช่องให้ “คนทำงาน” หรือ “แรงงาน” ระดับคนชั้นกลางที่เอกชนคิดว่า คนกลุ่มนี้มีศักยภาพในการเลี้ยงดูบุตร ผลักดันการศึกษาได้ ได้รับสิทธิที่เอื้อประโยชน์เพื่อคนมีบุตรเพิ่มขึ้น เช่น เพิ่มวันลาคลอด หรือการให้พนักงานชายลาคลอดช่วยเลี้ยงดูบุตร เป็นต้น

เหนือสิ่งอื่นใด เพิ่มอัตราการเกิดแล้ว ยังต้องเพิ่มคุณภาพให้คนรุ่นใหม่มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นทันต่อการเติบโตของยุคดิจิทัลด้วยเช่นกัน  เพราะแม้เราจะเข้าสู่ยุคหุ่นยนต์ หรือเอไอ แต่มนุษย์ยังต้องทำงานควบคุมเทคโนโลยีอีกทีหนึ่ง และแน่นอนในตลาดอาชีพ การมีเพียงประชากรจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้พัฒนาศักยภาพให้รับมือยุคดิจิทัล และอุตสาหกรรมยุคที่ 5 ได้ ก็จะเป็นปัญหาต่อไปอีกเช่นกัน

การเพิ่มประชากรจึงต้องสอดคล้องกับการเพิ่มศักยภาพ มิเช่นนั้นก็จะได้ทรัพยากรมนุษย์ที่อยู่ในวนเวียนกับดักประเทศรายได้ปานกลาง และไปได้ไม่ไกลอยู่ดีนั่นเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อัตราการเกิด