เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ท่านอ้วน จุฑาวัชร’ เปิดตัวสมัคร CEO การบินไทย ชูประสบการณ์การบินกว่า 25 ปี
Business ‘ท่านอ้วน จุฑาวัชร’ เปิดตัวสมัคร CEO การบินไทย ชูประสบการณ์การบินกว่า 25 ปี
กทม. ผนึกอสังหาฯ ดัน “บ้านใกล้งาน” ชูโมเดลเช่า-ออม Expo 2 ตั้งเป้า 1,000 ยูนิต
Real Estate กทม. ผนึกอสังหาฯ ดัน “บ้านใกล้งาน” ชูโมเดลเช่า-ออม Expo 2 ตั้งเป้า 1,000 ยูนิต
มูลนิธิรามาฯ x MFA Boston ศิลปะระดับโลกสู่พลังแห่งการให้
SD มูลนิธิรามาฯ x MFA Boston ศิลปะระดับโลกสู่พลังแห่งการให้
TIPH รื้อพอร์ตดันรายย่อยแตะ 50% ส่ง ‘TIPSOL’ ลุยตลาด ปักธงเบี้ย 3.3 หมื่นล้าน
Finance TIPH รื้อพอร์ตดันรายย่อยแตะ 50% ส่ง ‘TIPSOL’ ลุยตลาด ปักธงเบี้ย 3.3 หมื่นล้าน
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณขายออก 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณขายออก 68,950 บาท
‘ชัชชาติ’ ตรวจ Data Center 47 แห่ง เดินหน้าจัดระบบให้เหมาะสมกับเมือง
Economic ‘ชัชชาติ’ ตรวจ Data Center 47 แห่ง เดินหน้าจัดระบบให้เหมาะสมกับเมือง
“เอกนัฏ” แบ่ง 10,000 เมกะวัตต์ จาก PDP2026 ให้ “โซลาร์ประชาชน” เหลือ 1 สัปดาห์รับฟังความคิดเห็น
Economic “เอกนัฏ” แบ่ง 10,000 เมกะวัตต์ จาก PDP2026 ให้ “โซลาร์ประชาชน” เหลือ 1 สัปดาห์รับฟังความคิดเห็น
ภารกิจ ETDA คุมแพลตฟอร์ม คลอดคู่มือกำกับค่าฟี-ยกระดับกฎหมาย DPS
Tech ภารกิจ ETDA คุมแพลตฟอร์ม คลอดคู่มือกำกับค่าฟี-ยกระดับกฎหมาย DPS
กำลังใจที่ยิ่งใหญ่เจ้าสัว ซี.พี. มอบทุน ‘เนเน่ รอยัล’
Biz Movement กำลังใจที่ยิ่งใหญ่เจ้าสัว ซี.พี. มอบทุน ‘เนเน่ รอยัล’
สทนช.-กรมอุตุฯ เปิดระบบ “clpp-radar” เตือนฝนล่วงหน้า 3 ชั่วโมง เช็กพื้นที่เสี่ยงได้ถึงระดับตำบล
Economic สทนช.-กรมอุตุฯ เปิดระบบ “clpp-radar” เตือนฝนล่วงหน้า 3 ชั่วโมง เช็กพื้นที่เสี่ยงได้ถึงระดับตำบล
ดูทั้งหมด

พรรคสี่กุมาร ตั้งกองทุนแสนล้านแก้หนี้-เติมทุน

03 ก.พ. 2565 | 14:07น.
อุตตม สาวนายน

“อุตตม” แกนนำสี่กุมาร เปิดนโยบายพรรคสร้างอนาคตไทย ตั้งกองทุนแสนล้านแก้หนี้-เติมทุน

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 นายอุตตม สาวนายน แกนนำและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย นำกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย อาทิ ศ.ดร.กำพล ปัญญาโกมล นายสันติ กีระนันท์ และนายนริศ เชยกลิ่น เข้าพบกับผู้บริหารสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบที่เอสเอ็มอีได้รับจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยการพบปะครั้งนี้มีการเผยแพร่ผ่านระบบ Zoom ให้กับสมาชิกของสมาพันธ์ทั่วประเทศได้รับรู้และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย

 

นายอุตตมกล่าวว่า จากการที่พรรคสร้างอนาคตไทย มีเป้าหมายที่จะแก้ไขปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ จึงได้ให้ความสำคัญกับธุรกิจเอสเอ็มอี รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีประชากรเกี่ยวข้องมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรทั้งประเทศ โดยการพบปะกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีครั้งนี้ พรรคได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำไปประมวลแนวทางการแก้ปัญหา และผนวกเข้ากับนโยบายช่วยเหลือและพัฒนาเอสเอ็มอีไทย ของพรรคต่อไป

ทั้งนี้ จากการที่พรรคสร้างอนาคตไทยระดมสมองแนวทางการแก้ปัญหาและพัฒนาเอสเอ็มอี และนำมาร่วมหารือกับผู้ประกอบการสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จึงได้นำเสนอแนวคิดนโยบาย “สร้างอนาคตเอสเอ็มอีไทย” โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มมาตรการ ประกอบด้วย

1.มาตรการการเข้าถึงแหล่งทุน โดยจะตั้ง “กองทุนสร้างอนาคตเอสเอ็มอีไทย” ขนาด 1 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีครอบคลุมทุกมิติ แบบตรงจุดเกิดประโยชน์ต่อภาพรวมเศรษฐกิจด้วย

2.มาตรการลดภาระทางการเงินและแก้ปัญหาเรื่องหนี้สิน ที่ต้องแก้อย่างเร่งด่วน และครอบคลุม เข้าถึงผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริง

3.มาตรการพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อให้เอสเอ็มอีเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยในการเติบโตของเอสเอ็มอี

Advertisement

“พรรคขอเสนอนโยบายสร้างอนาคตเอสเอ็มอีไทย ซึ่งจะเป็นนโยบายและมาตรการเข้าถึงแหล่งทุน ผ่านการจัดตั้ง “กองทุนสร้างอนาคตเอสเอมอีไทย” วงเงินหนึ่งแสนล้านบาท เพื่อพัฒนาสร้างอนาคตเอสเอ็มอีไทยทุกมิติ การแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้สิน การพัฒนาขีดความสามารถเอสเอ็มอี บุคลากร ทักษะ องค์ความรู้ที่แข่งขันได้ สร้างสภาพแวดล้อมที่เอสเอ็มอีเติบโตได้ ซึ่งผมมองว่าวิกฤตครั้งนี้ เป็นโอกาสของภาครัฐเอกชนที่จะร่วมปรับใหญ่ ปรับรัฐกับเอกชนให้เชื่อมโยงไปด้วยกันได้ พรรคเสนอปรับการดำเนินงานให้เป็นการรวมพลังจริง ๆ”

ด้านนายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ครั้งนี้ กระทบระบบเศรษฐกิจหนักกว่า วิกฤตต้มยำกุ้ง และส่งผลต่อเอสเอ็มอีอย่างรุนแรง ตอกย้ำเรื่องความเหลื่อมล้ำของประเทศ และเป็นที่น่าตกใจว่า GDP ในภาคเอสเอ็มอีมีสัดส่วนเพียง ร้อยละ 34 สะท้อนให้เห็นว่า ขีดความสามารถทางการแข่งขันของเอสเอ็มอีอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งต้องการที่พึ่งในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า ทางสมาพันธ์ได้นำเสนอแนวคิดในการช่วยเหลือแก้ปัญหาให้เอสเอ็มอีกับทุกภาคส่วนมาโดยตลอด แต่พบว่าความช่วยเหลือจากภาครัฐส่วนใหญ่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้หนี้สิน การเข้าถึงแหล่งทุน แม้กระทั่งนโยบายพัฒนาเอสเอ็มอี ที่ไม่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง

“สมาพันธ์พร้อมที่จะนำเสนอและพูดคุย กับทุกพรรคการเมือง และยินดีที่พรรคการเมืองหยิบสิ่งที่สมาพันธ์คิดไปกำหนดเป็นนโยบาย เพื่อผลักดันให้เอสเอ็มอีหลุดพ้นจากปัญหาและสามารถเติบโตได้ในอนาคต อยากให้ฝ่ายการเมืองเข้าใจกลุ่มเอสเอ็มอีให้มากขึ้น แล้วกำหนดนโยบายหรือยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศให้ยึดโยงกับเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่กว่า 99.5 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ”