นักท่องเที่ยวอังกฤษ-อเมริกัน พร้อมออกเดินทางต่างประเทศ
เผยผลสำรวจเทรนด์ท่องเที่ยวปี’65 นักท่องเที่ยวอังกฤษ-อเมริกัน 2 ใน 5 ยังอยากเดินทางไปต่างประเทศ พร้อมจ่ายมากขึ้นเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่วนหนึ่งยังกังวลถูกแคนเซิลตั๋ว-ยอมจ่ายเงินซื้อประกันการเดินทาง พบเกือบครึ่งเลือกใช้รถส่วนตัวเดินทาง
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า CarTrawler ผู้ให้บริการดิจิทัลโซลูชั่นแก่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวจากอังกฤษ เปิดเผยรายงาน “The Evaluation of Travel : CarTrawler’s Consumer Trends for 2022” ซึ่งเป็นการสำรวจกลุ่มตัวอย่างชาวสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ที่มีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป จำนวน 2,000 คน เก็บข้อมูลในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงธันวาคม 2564 โดยรายงานพบ 5 ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเทรนด์ในอนาคต ดังนี้
1. นักท่องเที่ยวต้องการเดินทางอย่างมาก
ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 73% มีมุมมองเชิงบวกต่อการออกเดินทางอีกครั้ง เนื่องจากประสบการณ์ที่เคยพบเจอ หรือเคยสัมผัสมาก่อนหน้านี้ โดยมีจำนวน 51% ระบุว่า พวกเขาอาจเลือกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้นในปี 2565 นี้ ขณะที่อีก 43% มองว่า พวกเขาอาจวางแผนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นในปีนี้
2. ความยั่งยืนคือมาตรฐานใหม่
ผลการสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 55% เลือกที่จะเช่ารถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มากกว่าเช่ารถที่กินน้ำมัน และ 33% มองว่า ต้องการเช่ารถพลังงานไฟฟ้าในการเดินทางท่องเที่ยว
และเมื่อแบ่งผู้ที่เห็นด้วยกับข้อความที่ว่า “ฉันอยากจะเช่ารถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเมื่อเดินทางท่องเที่ยว” ออกตามช่วงอายุ จะพบว่าเป็นกลุ่มมิลเลนเนียล (เกิดปี 2524-2539) จำนวน 73%, กลุ่มเจน X (2508-2523) จำนวน 58%, กลุ่มเจน Z (เกิดปี 2540-2555) จำนวน 56%, กลุ่ม Baby Boomer (เกิดปี 2489-2507) จำนวน 45%
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจำนวน 73% ระบุว่า ตนเองยินดีที่จะจ่ายเงินมากขึ้น เพื่อเช่ารถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวน 52% ระบุว่า จะเลือกซื้อตั๋วเครื่องบินกับสายการบินที่ให้คำมั่นว่าจะมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) มากกว่าจะซื้อตั๋วกับสายการบินที่ไม่ได้ให้คำมั่นเอาไว้
3. ผู้ให้บริการต้องยืดหยุ่นและโปร่งใส
ผู้ตอบแบบสอบถามชาวอเมริกันและอังกฤษ จำนวน 73% ระบุว่า ตนเองยอมที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อประกันการเดินทางมากขึ้น เมื่อเทียบกับก่อนการระบาดของไวรัส ขณะที่ 36% มองว่า สิ่งที่กังวลที่สุดในการท่องเที่ยว คือ การถูกยกเลิกเที่ยวบินหรือยกเลิกการจองต่าง ๆ
ผลการสำรวจยังชี้ว่า มาตรการทางสาธารณสุขทำให้ความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวที่ตอบแบบสอบถาม แตกออกเป็นสองฝ่าย โดย 53% มองว่า ผู้ให้บริหารนำเที่ยวได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับข้อกำหนดสาธารณสุข เกี่ยวกับโควิด-19 เพียงพอแล้ว ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามอีก 37% ระบุว่า ต้องการคำอธิบายเกี่ยวกับข้อกำหนด และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการเดินทางเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ รายงานยังเปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งต้องการความโปร่งใสจากผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว โดย Pain Points หลัก คือ ค่าธรรมเนียมแอบแฝง รวมถึงเงื่อนไข-ข้อกำหนดที่สร้างความสับสน ขณะที่ปัจจัยที่สร้างความไม่พอใจให้กับนักท่องเที่ยวเมื่อเลือกที่จะเช่ารถยนต์ คือ ราคาที่สูงเกินไป, ค่าธรรมเนียมแอบแฝง, ตัวเลือกที่น้อยเกินไป และตัวเลือกด้านประกันภัยที่สร้างความสับสน
4. วิธีการเดินทางเปลี่ยนแปลงไป
โควิด-19 ทำให้รูปแบบและวิธีการเดินทางเปลี่ยนแปลงไป โดยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 49% ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่จะใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง ขณะที่อีก 24% มองว่าจะเลือกใช้บริการรถเช่า และจำนวน 22% มองว่าจะเลือกเดินทางด้วยเครื่องบิน
ผลการสำรวจยังพบว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้เช่ารถยนต์เพื่อเดินทางในรูปแบบ Road Trip เป็นครั้งแรก คือ กลุ่มเจน Z จำนวน 74%, กลุ่ม Millennials จำนวน 72%, กลุ่มเจน X จำนวน 49% และกลุ่ม Baby Boomers จำนวน 16%
และ 5. “โปรแกรมความภักดี” มีคุณค่าในระยะยาว
นักท่องเที่ยวที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ระบุว่า ตนเองเป็นสมาชิกของผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยข้อมูลระบุว่า ใน 1 ปี พวกเขาสามารถประหยัดเงินจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกโปรแกรมต่าง ๆ ไปได้เฉลี่ย 277 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 9,144 บาท
โดยเหตุผลหลักที่นักท่องเที่ยวสมัครโปรแกรมสร้างความภักดี คือ ได้รับเงินคืน จำนวน 46%, สามารถแลกคะแนน-ไมล์สะสม จำนวน 43% ผลการสำรวจยังพบว่าเพศชายเป็นสมาชิกโปรแกรมสร้างความภักดีสูงถึง 89% ขณะที่ผู้หญิงอยู่ที่ 82%