เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 เปิดแก้ข้อมูลลงทะเบียนถึง 15 ก.ค.นี้ เช็กเงื่อนไข 4 กรณี
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 เปิดแก้ข้อมูลลงทะเบียนถึง 15 ก.ค.นี้ เช็กเงื่อนไข 4 กรณี
“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันยอดผู้โดยสาร MRT 4 สายเพิ่มขึ้น ‘สีชมพู’ มากสุด
Economic “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ดันยอดผู้โดยสาร MRT 4 สายเพิ่มขึ้น ‘สีชมพู’ มากสุด
ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
News ไทม์ไลน์ความขัดแย้ง ‘ทราย สมุทร’ ถึงจุดเปลี่ยน แม่ยื่นถอนฟ้องเปิดทางเจรจา
“แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
Business “แอร์เอเชีย” พร้อมบินเส้นทางระหว่างประเทศจาก “สนามบินหัวหิน”
โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
Automotive โตโยต้า ปลุกตลาดรถกลางปี ลุ้นส่วนลด ”หนึ่งแสน“ บาท  
‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
Politics ‘บอร์ด ป.ป.ส.’ เคาะ 6 มาตรการ สกัดยาเสพติดสนามบิน ใช้ยาแรงคุมเข้มลูกเรือรับหิ้ว
ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
Finance ธ.ก.ส. คิกออฟ ‘ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ ปล่อยกู้ 30,000 ล้าน ยันพร้อมขยายวงเงินหากไม่พอ
รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
Finance รู้ทันก่อนโอนลงทุน : เกราะป้องกันภัยในยุคดิจิทัล
ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,450 บาท ทองรูปพรรณ 66,350 บาท
KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
Finance KTC พบรายการบิ๊กลอต 20 ล้านหุ้น ราคา 35 บาท มูลค่า 700 ล้านบาท
ดูทั้งหมด

เงินเฟ้อทะยาน KKP ชี้ไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะ “Stagflation” จับตาผลกระทบด้านแรงงาน

10 ก.พ. 2565 | 13:51น.
น้ำมัน เงินเฟ้อ

น้ำมัน เงินเฟ้อ

KKP Research วิเคราะห์เงินเฟ้อโลก-เงินเฟ้อไทย ประเมินเงินเฟ้อไทยส่อสูงกว่าคาด-สูงสุดรอบ 11 ปี ชี้บางเดือนอาจแตะ 4% ขณะที่เศรษฐกิจฟื้นช้า ท้าทายการดำเนินนโยบายของ ธปท. มองไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะ “Stagflation” แล้ว จับตาผลกระทบด้านแรงงานเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า KKP Research โดยเกียรตินาคินภัทร คาดว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่ประเมินไว้ โดยปรับประมาณการตัวเลขเงินเฟ้อเฉลี่ยปี 2022 เป็น 2.3% ซึ่งเกิดจาก 3 เหตุผลหลัก คือ

1) ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นผลจากการกลับมาเปิดเมืองและความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์

2) ราคาอาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาสุกรจากปัญหาโรคระบาดในประเทศ

และ 3) ฐานของราคาค่าน้ำและค่าไฟที่อยู่ในระดับต่ำในปี 2021 ตามการสนับสนุนของมาตรการรัฐ

โดยแม้ว่าเงินเฟ้อไทยในภาพรวมยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก แต่ราคาอาหารและพลังงานที่สูงขึ้นมีแนวโน้มกระทบกับกลุ่มคนรายได้น้อยมากกว่า เนื่องจากคนรายได้น้อยมีสัดส่วนการใช้จ่ายในสินค้าจำเป็นสูงกว่า ในขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กที่ส่งผ่านราคาไม่ได้ จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น

จับตาเงินเฟ้อโลกและไทย

ทั้งนี้ เงินเฟ้อไทยที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เป็นผลมาจากราคาอาหารและพลังงานเป็นหลัก ในขณะที่ราคาสินค้าอื่น ๆ ยังอยู่ในระดับต่ำ ต่างจากเงินเฟ้อในสหรัฐและประเทศเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ ของโลกที่ราคาสินค้าสูงขึ้นในเกือบทุกกลุ่ม โดย KKP Research ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้าทำให้เงินเฟ้อไทยไม่เจอกับแรงกดดันด้านอุปสงค์และน่าจะชะลอตัวลงตามราคาอาหารและพลังงาน

อย่างไรก็ดี สำหรับปี 2022 ยังต้องติดตามความเสี่ยงของเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย คือ ราคาอาหารและพลังงานที่สูงยืดเยื้อ, ตลาดแรงงานที่อาจเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานหลังการเปิดเมือง เงินเฟ้อโลกที่อาจสูงเกินกว่าคาด และอัตราดอกเบี้ยโลก ที่ปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่าที่คาด ซึ่งจะเพิ่มความท้าทายต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ไม่สามารถปรับดอกเบี้ยขึ้นได้เร็วในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว

ความเสี่ยงใหญ่ของเศรษฐกิจปี 2022

KKP Research วิเคราะห์ถึงสถานการณ์เงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมา เป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในแวดวงวิชาการเศรษฐศาสตร์ระดับโลก โดยเฉพาะการถกเถียงกันว่าเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจะเป็นเงินเฟ้อแบบชั่วคราวหรือถาวร อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาตัวเลขเงินเฟ้อยังคงเร่งตัวขึ้นต่อเนื่องและแตะระดับ 7% ในสหรัฐ ส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์หลายคนรวมทั้งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มออกมายอมรับมากขึ้นว่าเงินเฟ้อรอบนี้อาจสูงขึ้นรุนแรงและยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ และยังมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวสูงขึ้นกว่าเดิม

ล่าสุด Bank of America มีการปรับประมาณการตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐสูงขึ้น ปรับตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจลง และคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยถึง 7 ครั้ง เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อในปีนี้ การปรับประมาณการดังกล่าวเข้าใกล้กับสถานการณ์ที่นักเศรษฐศาสตร์กังวล ที่เรียกว่า Stagflation มากขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและมีความเสี่ยงที่จะสูงขึ้นได้อีกจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น (1) ราคาพลังงานที่มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยได้รับอานิสงส์จากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ในรัสเซียและยูเครน

(2) แรงกดดันจากราคาสุกรที่พุ่งสูงขึ้นไปแล้วกว่า 40% จากปัญหาโรคระบาด ASF ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและกระทบปริมาณอุปทานสุกร (3) ความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่อาจเพิ่มแรงกดดันให้ค่าแรงได้ในระยะสั้นจากปัจจัยทั้งหมด

ปรับประมาณการเงินเฟ้อไทยปี 2022 คาดปรับเพิ่มขึ้นเกินกรอบเป้าหมาย ธปท.

โดยที่เงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นไปแตะที่ระดับ 2.3% แต่ยังมีความเสี่ยงที่จะสูงขึ้นแตะระดับ 3% หากปัญหาด้านราคาไม่คลี่คลายภายในครึ่งปีแรก คำถามสำคัญคือ เงินเฟ้อของประเทศไทยในช่วงหลังจากนี้จะมีทิศทางเป็นอย่างไร มีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนที่เศรษฐกิจไทยจะโดนกระทบจากเงินเฟ้อ คนกลุ่มไหนที่จะได้และเสียประโยชน์ ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาในกรณีเลวร้ายคืออะไรบ้าง ?

คาดการณ์เงินเฟ้อแตะ 3.5% ในไตรมาส 1 สูงสุดในรอบ 11 ปี

KKP Research ประเมินว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยในไตรมาสแรกของปี อาจปรับตัวสูงขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และอาจสูงเกินกว่า 4% ในบางเดือน โดยเกิดจากสาเหตุหลัก 3 อย่าง คือ

1) ราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จากทั้งปัจจัยด้านอุปสงค์ที่ฟื้นตัว การลดการลงทุนด้านพลังงานจากความกังวลเรื่องโลกร้อน และปัญหาความชัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก โดย KKP Research ประเมินว่าราคาน้ำมันมีโอกาสพุ่งสูงขึ้นเกิน 100 เหรียญต่อบาร์เรลในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ซึ่งในกรณีดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศทั้งเบนซินและดีเซลอาจปรับตัวสูงขึ้นได้มาก

2) ราคาเนื้อหมูปรับตัวสูงขึ้นมากและอาจส่งผ่านไปสู่ราคาอาหารชนิดอื่น ๆ ปัจจุบันราคาขายปลีกหมูปรับตัวสูงขึ้นไปแล้วมากกว่า 40% และจะส่งผลสำคัญต่ออัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นเฉลี่ยเดือนละประมาณ 1% โดยอัตราเงินเฟ้ออาจสูงขึ้นแตะระดับ 4% ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และ มีนาคมจากที่เคยคาดการณ์ไว้เดิม แต่คาดว่าแรงกดดันเงินเฟ้อน่าจะค่อย ๆ ปรับลดลงในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญคือ ราคาหมูมีแนวโน้มสูงยืดเยื้อไปจนถึงปลายปี ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากโรคระบาดที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ และการเลี้ยงหมูใหม่เพื่อนำมาขายต้องใช้ระยะเวลานานถึง 8-9 เดือน

ในขณะที่การนำเข้าหมูที่ทำได้ยาก เพราะมาตรฐานทางการค้าที่แตกต่างกัน KKP Research ประเมินว่าในกรณีเลวร้ายที่ราคาหมูยังเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ราคาอาหารอื่น ๆ เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยและอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี อาจปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 3% ได้

3) มาตรการรัฐในการช่วยเหลือค่าน้ำค่าไฟปี 2021 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม และ พฤษภาคม-สิงหาคม ทำให้ฐานของราคาในปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำ โดยค่าสาธารณูปโภคลดลงไปประมาณ 20% ในเดือนที่มีการช่วยเหลือ เมื่อมาตรการช่วยเหลือค่าสาธารณูปโภคหมดลงในปีนี้ จะส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นมากโดยกลับเข้าสู่ระดับปกติ

เงินเฟ้อสูงกระทบใคร ?

อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นในรอบปัจจุบัน อาจส่งผลกระทบใน 2 มิติ KKP Research ประเมินว่าคนรายได้น้อยและธุรกิจขนาดเล็กจะมีแนวโน้มเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากกว่า มีรายละเอียดคือ 1) ตะกร้าสินค้าที่แตกต่างกันของคนรายได้สูงและคนรายได้น้อยมีแนวโน้มทำให้ราคาอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นกระทบคนรายได้ต่ำมากกว่า

เมื่อพิจารณาตะกร้าสินค้าของคนในแต่ละระดับรายได้ กลุ่มคนรายได้น้อยมักจะมีสัดส่วนการบริโภคในกลุ่มสินค้าจำเป็นเกือบทั้งหมดของเงิน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ค่าอาหาร และพลังงาน ในขณะที่กลุ่มคนรายได้สูงจะใช้จ่ายไปกับค่าอาหารในสัดส่วนที่ต่ำกว่า เนื่องจากมีการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยและบริการอื่น ๆ ด้วย

โดยหากแบ่งครัวเรือนออกเป็น 5 กลุ่มครัวเรือนรายได้น้อยที่สุดมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายในอาหารและเครื่องดื่มประมาณ 49% มากกว่าครัวเรือนรายได้สูงที่สุดที่ 31% ราคาอาหารที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้จึงมีแนวโน้มส่งผลกระทบแรงกว่ากับคนมีรายได้น้อย นอกจากนี้ ราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นยังมีแนวโน้มเป็นราคาอาหารสดในตลาดและอาหารตามสั่งริมทาง ในขณะที่ราคาอาหารในห้างสรรพสินค้าไม่เพิ่มขึ้นมากตอกย้ำปัญหาผลกระทบที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มสินค้า

2) ธุรกิจหลายแห่งโดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กมีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่ส่งผ่านราคาไม่ได้ เมื่อพิจารณาการเติบโตของดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมาจะพบว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตเพิ่มสูงขึ้นเร็วกว่ามาก สะท้อนความสามารถในการส่งผ่านราคาที่ทำได้น้อยในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว โดยกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีอำนาจตลาดไม่มากมีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากกว่า

เงินเฟ้อไทยน่ากลัวไหมเมื่อเทียบกับโลก ?

แน่นอนว่าเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวได้ช้าประกอบกับเงินเฟ้อโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผ่านมาถึงไทยสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและประชาชนหลายกลุ่ม และเรียกว่าไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะ Stagflation แล้ว แม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อรวมที่รายงานอาจจะยังไม่ได้แสดงถึงเงินเฟ้อที่รุนแรงมากนัก

สิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปหลังจากนี้และเป็นสถานการณ์ที่นักเศรษฐศาสตร์กังวลมากที่สุด คือ การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อแบบคุมไม่อยู่ (Runaway inflation) ที่อาจได้เกิดจากการที่แรงงานและผู้ประกอบการเริ่มมีการคาดการณ์เงินเฟ้อที่สูงขึ้น และเริ่มปรับราคาค่าเช่าและค่าแรงงานสูงขึ้นตามการคาดการณ์เงินเฟ้อ ซึ่งมีความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในระดับโลกหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเทศไทย KKP Research ประเมินว่าในภาพรวมความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อไทยจะสูงขึ้นแบบควบคุมไม่ได้ยังมีน้อยเมื่อเปรียบเทียบตัวเลขการประมาณการเงินเฟ้อของไทยกับประเทศพัฒนาแล้วจะพบว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่า และการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อยังกระจุกตัวอยู่ในฝั่งต้นทุน โดยเฉพาะราคาพลังงานและอาหารเท่านั้น โดยราคาสินค้าอื่น ๆ ยังแทบไม่ปรับตัวสูงขึ้นเลย

ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวได้ช้าและยังต่ำกว่าระดับศักยภาพค่อนข้างมาก ทำให้เงินเฟ้อไม่มีปัจจัยกดดันเงินเฟ้อทางด้านอุปสงค์ ต่างจากเงินเฟ้อในสหรัฐที่เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัวได้เร็วเมื่อนับรวมกับปัญหาการขาดแคลนอุปทาน จึงส่งผลให้ราคาสินค้ามีการปรับตัวสูงขึ้นในแทบทุกกลุ่ม
ทั้งหมดทำให้ในภาพรวม KKP Research ประเมินว่าเงินเฟ้อไทยในปี 2022 จะอยู่ในระดับสูงในช่วงต้นปีก่อนจะค่อย ๆ ปรับตัวลงตามราคาพลังงานโลกที่คาดว่าจะปรับตัวลดลงปลายปี

ความเสี่ยงของเงินเฟ้อยืดเยื้อในไทย

แม้ว่าความเสี่ยง ที่ของเงินเฟ้อแบบยืดเยื้อ (persistent inflation) สำหรับกรณีของประเทศไทยจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด โดย KKP Research คาดว่าเงินเฟ้อไทยอาจสูงขึ้นต่อเนื่องจากปัจจัยอื่น ๆ ได้ อีกต่างที่น่ากังวลใน 2 ประเด็น คือ

1) การตึงตัวของตลาดแรงงานจากภาวะขาดแคลนแรงงาน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เพราะจำนวนแรงงานของไทยที่ลดลงต่อเนื่องอยู่แล้วจากปัญหาสังคมสูงอายุ การย้ายกลับประเทศของแรงงานต่างด้าวในช่วงโควิด และการเร่งกลับมาเปิดเมืองในปีนี้ที่อาจทำให้ความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นแบบรวดเร็ว

ในขณะที่อุปทานของแรงงานอาจไม่สามารถกลับมาได้เร็วเท่า จะสร้างแรงกดดันสำคัญต่อค่าแรงและอัตราเงินเฟ้อเหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในหลายประเทศ นอกจากนี้ เมื่อการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาอีกครั้ง อาจมีความต้องการแรงงานเพิ่มสูงขึ้น แรงงานที่ออกจากภาคบริการและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ไปยังพื้นที่และธุรกิจอื่น ๆ อาจถูกดึงกลับ ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงาน และแรงกดดันต่อค่าจ้างแรงงานได้

2) เงินเฟ้อโลกและราคาพลังงานที่สูงขึ้นมากกว่าที่คาด อาจส่งผลให้การคาดการณ์เงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น เมื่อย้อนดูความสัมพันธ์ระหว่างเงินเฟ้อไทยและโลกในอดีต จะพบว่ามีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันมาตลอด ซึ่งไม่น่าแปลกใจนักในฐานะที่ประเทศเป็นประเทศเล็กและเปิด แม้ว่าในปัจจุบันเศรษฐกิจไทยจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่หากอัตราเงินเฟ้อโลกสูงขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนราคาสินค้าในไทยสูงขึ้นตามไปด้วยได้ โดยการบริโภคเฉลี่ยของครัวเรือนจะมีการบริโภคสินค้านำเข้าประมาณ 20% ของมูลค่าทั้งหมด

จับตาเงินเฟ้อสหรัฐความเสี่ยงเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก

เงินเฟ้อในสหรัฐกำลังสูงขึ้นแบบกว้างขวาง สำหรับเศรษฐกิจโลกเงินเฟ้อสหรัฐอเมริกาอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงรอบใหม่ ในวันนี้ตลาดยังคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อที่สูงจะเริ่มลดแรงกดดันลงในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้

แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น ความท้าทายของเฟดที่จะต้องเจอในช่วงหลังจากนี้ คือ การกลับมาทำนโยบายการเงินแบบตึงตัวที่มีความเสี่ยงในสองทาง คือ การทำนโยบายการเงินที่ตึงตัวมากเกินไป หรือขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมากและนำเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยในอีกทางหนึ่งคือ การดำเนินนโยบายการเงินที่น้อยเกินไป หรือขึ้นดอกเบี้ยน้อยเกินไป จะสร้างความเสี่ยงให้เงินเฟ้อสูงขึ้นต่อเนื่องไม่หยุดและทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยได้เช่นกัน

เมื่อย้อนดูเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่เกิดเงินเฟ้อขึ้นพร้อมกับการขึ้นดอกเบี้ย แทบไม่มีเหตุการณ์ครั้งไหนเลยที่เศรษฐกิจโลกจะหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ภาวะถดถอยได้ KKP Research ประเมินว่าระดับราคาของสินทรัพย์เสี่ยงและระดับหนี้ต่อ GDP ที่อยู่ในระดับสูงมาก จะเป็น 2 ปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจจากการขึ้นดอกเบี้ยในรอบนี้ และต้องจับตาดูเศรษฐกิจสหรัฐในปี 2023 ที่อาจชะลอตัวลงหรือเข้าสู่ภาวะถดถอยได้

ในฝั่งของ ธปท.ยังมีแนวโน้มให้น้ำหนักการดำเนินนโยบายกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพระบบการเงินมากกว่า KKP Research ประเมินว่าแม้ดอกเบี้ยสหรัฐจะปรับสูงขึ้นเร็วกว่าคาดแต่ ธปท. จะต้องรอให้ตัวเลขเศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจนและปรับดอกเบี้ยขึ้นได้อย่างเร็วในไตรมาส 4 ปีนี้ เมื่อการท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้าสู่ภาวะปกติ

ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยจากการเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก จะเกิดขึ้นใน 2 มิติ คือ

1) ค่าเงินบาทมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่นักท่องเที่ยวยังไม่สามารถกลับเข้ามาได้ KKP Research ประเมินว่าตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยจะยังคงติดลบตลอด 3 ไตรมาส ก่อนจะกลับมาเป็นบวกในไตรมาส 4 จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากการปรับขั้นดอกเบี้ยของสหรัฐ ในขณะที่นโยบายการเงินไทยยังไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ อาจกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงแรงกว่าที่ตลาดคาดในช่วงครึ่งปีแรก และต้องจับตาดูนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเป็นปัจจัยที่ทำให้บาทกลับมาแข็งค่าอีกครั้ง

2) อัตราดอกเบี้ยระยะยาวมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามดอกเบี้ยสหรัฐ จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะยาวของไทยที่เคลื่อนไหวสอดคล้องกับดอกเบี้ยสหรัฐมาโดยตลอด ทำให้เราจะเห็นดอกเบี้ยระยะยาวที่ปรับตัวสูงขึ้นในปีนี้ และอาจสร้างความเสี่ยงต่อความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจบางกลุ่มที่ยังไม่กลับมาฟื้นตัวเต็มที่ได้เมื่อเงินเฟ้อโลกและไทยอยู่ในระดับต่ำมาเป็นเวลานาน

ปี 2022 จึงเป็นหนึ่งในปีที่เศรษฐกิจเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงมหาศาลจากเงินเฟ้อที่กลับมาเร่งตัวสูงขึ้นและส่งผลให้ตลาดการเงินมีความผันผวนสูง การคาดการณ์เศรษฐกิจโลกและไทยในช่วง 1-3 ปีหลังจากนี้จึงทำได้ยาก และต้องประเมินความเสี่ยงที่เศรษฐกิจอาจโตต่ำกว่าคาดหรือเข้าสู่ภาวะถดถอยได้เพื่อเตรียมรับมือไว้ด้วยเสมอ