เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
สามัญสำนึก ‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่้องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
เศรษฐกิจภูมิภาค ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่้องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
Finance TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
Finance ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
World ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) ปรับลง 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,400 บาท
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงักอีกครั้ง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานจากตะวันออกกลางอาจหยุดชะงักอีกครั้ง
เพลิดเพลินกิจกรรมสร้างสรรค์พบ 10 ปกหนังสือขายดี มติชน J02
Biz Movement เพลิดเพลินกิจกรรมสร้างสรรค์พบ 10 ปกหนังสือขายดี มติชน J02
ดูทั้งหมด

“หนี้ครัวเรือน” แตะ 15 ล้านล้าน รัฐเร่งสกัด-หวั่นฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย

25 ก.พ. 2565 | 08:54น.
หนี้ หนี้ครัวเรือน

ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง นับเป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่ยังไม่ทันสร่างไข้ “โควิด-19” ดี ขณะเดียวกัน ประชาชนจำนวนมากยังต้องอยู่ภายใต้มาตรการช่วยเหลือของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่มองไปข้างหน้าทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ในขณะที่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าอาจจะเข้ามาซ้ำเติมปัญหาหนี้ครัวเรือนให้ทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก

หนี้ครัวเรือนจ่อทะลุ 15 ล้านล้านบาท

โดย “กาญจนา โชคไพศาลศิลป์” ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในปี 2565 นี้คาดว่าหนี้ครัวเรือนไทยจะยังคงเติบโตต่อเนื่องในระดับที่ใกล้เคียงและสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง และมีโอกาสสูงกว่า 15 ล้านล้านบาท

ส่วนในแง่สัดส่วนต่ออัตราขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) นั้น หากปีนี้จีดีพีออกมาขยายตัวสูงกว่าปี 2564 สัดส่วนหนี้ครัวเรือนก็อาจจะต่ำกว่า 90-92% ที่เคยประเมินไว้

ทั้งนี้ สำหรับหนี้ครัวเรือนทั้งปี 2564 ที่สภาพัฒน์จะมีการรายงานออกมาในเร็ว ๆ นี้ คาดว่ามีโอกาสจะออกมาต่ำกว่าระดับ 90% แต่ก็ยังจะสูงกว่าปีก่อนที่อยู่ที่ 89.4% โดยคาดว่าสิ้นปีนี้หนี้ครัวเรือนจะมีอัตราการเติบโตราว 3.5-4.0% ชะลอลงเมื่อเทียบกับก่อนโควิด-19 ที่หนี้ครัวเรือนโต 5.1% ในปี 2562

“ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนที่เติบโตในอัตราชะลอตัวลง มาจาก 3 เรื่องหลักด้วยกัน โดยจะเห็นว่าในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 สถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่ มีการพิจารณาความเสี่ยงเครดิตของลูกค้ามากขึ้น ขณะที่ลูกหนี้ก็อาจชะลอการก่อหนี้ใหม่ในช่วงที่เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ ประกอบกับมีลูกหนี้เก่าก็มีการทยอยชำระคืนหนี้เดิม ทำให้ยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนเพิ่มในอัตราชะลอลง”

ครัวเรือนแบกหนี้กดดันบริโภค

อย่างไรก็ดี “กาญจนา” ชี้ว่า แนวโน้มสัดส่วนหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง จะเป็นปัจจัยกดดันค่าใช้จ่ายหรือการบริโภคในครัวเรือน โดยเฉพาะในครัวเรือนที่มีภาระหนี้อยู่แล้วในระดับสูง รายได้ค่อนข้างต่ำ ผันผวนตามเศรษฐกิจ หรือรายได้ยังไม่กลับมาเป็นปกติ ก็จะเผชิญอุปสรรคในการใช้จ่ายในระยะข้างหน้า รวมถึงเป็นข้อจำกัดในการก่อหนี้ใหม่ ทำให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยที่รอการแก้ไข

นอกจากนี้ หากพิจารณาระดับปัญหาหนี้จากข้อมูลในระดับครัวเรือน จะพบว่าสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดทำขึ้นจากผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนมีแนวโน้มขยับเพิ่มสูงขึ้น โดยในช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 ในปี 2562 สัดส่วน DSR อยู่ที่ระดับ 28.6% แต่ในปี 2564 สัดส่วน DSR ขยับเพิ่มขึ้นไปแตะ 34.0% สะท้อนว่าครัวเรือนมีแรงกดดันจากภาระหนี้ที่สูงขึ้น

“ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังคงเป็นปัญหาที่น่ากังวลและถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นวาระแห่งชาติ เพราะถ้าหากมองมิติยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนก็จะยังคงอยู่ในระดับสูง และข้อจำกัดการใช้จ่ายของครัวเรือนโดยเฉพาะครัวเรือนที่มีหนี้เดิมสูงอยู่แล้วจะยิ่งกดดัน เพราะรายได้ส่วนหนึ่งต้องนำไปชำระหนี้ และหากดูผลต่อเศรษฐกิจหนี้ที่ยังค้างอยู่ในระดับสูง ก็จะเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ทำให้การเติบโตของการบริโภคโดยรวมเหมือนมีข้อจำกัดและมีอะไรมากันไว้”

สศช.ห่วงหนี้ครัวเรือนฉุดรั้ง ศก.

ล่าสุดสภาพัฒน์หรือสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะขยายตัวในช่วง 3.5-4.5% ต่อปี โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 4% ต่อปี จากการปรับตัวดีขึ้นของอุปสงค์ในประเทศ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 5 ล้านคน รวมทั้งการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้า และแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนของภาครัฐ

อย่างไรก็ดี สภาพัฒน์จับตา ภาวะหนี้สินของประชาชนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ และความสามารถในการชำระหนี้ภายใต้แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นในระยะต่อไป

“การแก้หนี้ภาคครัวเรือนสภาพัฒน์จะหารือกับกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งจะเข้าไปดู พุ่งเป้าให้ตรงจุด ส่วนการพักหนี้ต่อเกรงว่าจะเกิด moral hazard” นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์กล่าว

แก้หนี้ครัวเรือนพันหลายฝ่าย

ขณะที่ “สุวรรณี เจษฎาศักดิ์” ผู้อำนวยการอาวุโส ธปท.กล่าวว่า สำหรับประเด็นหนี้ครัวเรือนเป็นเรื่องของการพูดคุยกับคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้ ซึ่งมีตัวแทนของ ธปท.อยู่ด้วย ซึ่งได้มีการประชุมหารือกันโดยนำตัวเลขและข้อมูลมาพิจารณา

แต่ต้องยอมรับว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนไม่ได้เป็นหนี้ที่อยู่ในเฉพาะของธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) เพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาที่หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามดูแลกันอยู่

มาตรการช่วยเหลือกด NPL

ขณะที่ล่าสุด ณ สิ้นไตรมาส 4/2564 ระบบธนาคารพาณิชย์มีภาพรวมหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่ 2.98% ปรับลดลงจากไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 3.14% หรือคิดเป็นมูลค่าอยู่ที่ 5.46 แสนล้านบาท เช่นเดียวกับสินเชื่อที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) ที่ปรับลดลงต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 4/2564 อยู่ที่ 6.39% จากไตรมาส 3 อยู่ที่ 6.69% ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ของ ธปท. และสถาบันการเงินที่ช่วยเหลือลูกหนี้ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หากดูไส้ในเอ็นพีแอล พบว่าเอ็นพีแอลสินเชื่อธุรกิจปรับลดลงมาอยู่ที่ 3.08% โดยธุรกิจขนาดใหญ่ เอ็นพีแอลลดลงมาอยู่ที่ 2.23% ส่วนธุรกิจเอสเอ็มอี หนี้เอ็นพีแอลขยับขึ้นมาอยู่ที่ 7.08% ส่วนสินเชื่ออุปโภคบริโภค พบว่าเอ็นพีแอลลดลงมาอยู่ที่ 2.73% โดยปรับลดลงทุกประเภทสินเชื่อ

ได้แก่ สินเชื่อที่อยู่อาศัยลดลงมาอยู่ที่ 3.52% สินเชื่อรถยนต์ลดลงมาอยู่ที่ 1.50% สินเชื่อบัตรเครดิตลดลงมาอยู่ที่ 2.25% และสินเชื่อส่วนบุคคลลดลงมาอยู่ที่ 2.33%

แนวโน้มข้างหน้า ธปท.ยังเชื่อมั่นว่าอัตราหนี้เสียจะไม่เร่งตัวอย่างก้าวกระโดด แต่จะเป็นการทยอยเพิ่มขึ้น สะท้อนได้จากตัวเลขหนี้เสียในไตรมาส 4/2564 ภาพรวมอยู่ที่ 2.98% หรือคิดเป็นมูลค่า 5.30 แสนล้านบาท ซึ่งกลับไปเท่าระดับก่อนเกิดโควิด-19 ในปี 2562” ผู้อำนวยการอาวุโส ธปท.กล่าว

ที่ผ่านมารัฐบาลประกาศวาระแห่งชาติในการแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนไปแล้ว และเริ่มเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการต่าง ๆ มาต่อเนื่อง ส่วนจะส่งผลให้หนี้ครัวเรือนลดลงได้แค่ไหนคงต้องติดตาม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาวะหนี้ครัวเรือน