ตำรวจยันคดี #แตงโม ไม่พบการทำลายหลักฐาน สอบพยาน 37 คน
ผบช.ภ.1 ตั้งโต๊ะแถลง เล็งสอบพยานอีก 8 ปาก หลังสอบไปแล้ว 29 ปาก ยันไม่พบการทำลายหลักฐาน
วันที่ 3 มีนาคม 2565 ที่ สภ.เมืองนนทบุรี พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) แถลงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ นางสาวนิดา พัชระวีรพงษ์ หรือ แตงโม นักแสดงชื่อดัง ระบุว่า ได้เรียกพยานแวดล้อมอีก 8 ราย มาให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากเรียกมาให้ปากคำแล้ว 29 ราย
ไม่พบการทำลายหลักฐาน
ส่วนที่มีประเด็นเกี่ยวกับเรือที่เกิดเหตุ ผบช.ภ.1 เผยว่า วันเกิดเหตุ (24 ก.พ. 65) ยังไม่พบเรือดังกล่าว แต่ได้รับแจ้งว่ามีคนตกน้ำ ยังไม่ลามเป็นคดีความ แต่มีการติดตามสอบสวน จนเวลา 08.00 น. ของวันที่ 25 ก.พ. 65 จึงทราบว่าเป็นเรือสปีดโบ๊ต อยู่ที่อู่ NBC ตรงข้ามท่าน้ำนนทบุรี จึงได้ไปทำการตรวจพิสูจน์เรือโดยละเอียด และเก็บหลักฐานไว้ทั้งหมด และตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 65
ซึ่งครั้งนี้ได้ถอดส่วนของใบพัดและหางเรือ และด้านในเครื่องยนต์ไปตรวจสอบ รวมถึงตรวจสอบเรือทั้งหมดอีกครั้ง แต่ไม่พบการถูกทำลายหลักฐานแต่อย่างใด และทำการอายัดเป็นของกลางคดีอาญาตาม ป.วิอาญามาตรา 132 (4)
ต่อมามีการสืบหาเจ้าของเรือ จึงทราบว่า นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือ ไฮโซปอ 1 ใน 5 เพื่อนที่ร่วมไปในเหตุการณ์เป็นเจ้าของ ซึ่งวันที่ 25 ก.พ. 2565 ทั้ง 5 คนก็มาพบที่ สภ.เมืองนนทบุรี ครั้งแรก
ใบพัดเรือหลุดไม่เป็นปัญหา
ส่วนกรณีใบพัดหลุดจมน้ำ หลังจากที่มีการไขเอาชิ้นส่วนของเรือไปตรวจพิสูจน์หลักฐานแล้ว จึงได้นำใบพัดไปประกอบเข้ากับเครื่องยนต์ และแจ้งว่าจะนำเรือลำนี้ไปจำลองเหตุการณ์ เบื้องต้น เกิดจากขันน็อตเข้าไม่แน่น ทำให้ใบพัดหลุด ตอนนี้หาเจอแล้วเมื่อกลางวัน ซึ่งจะเอาไปติดตั้งกับเรือที่เกิดเหตุต่อไป
ขณะที่การนำเรือออกวิ่งจำลองเหตุการณ์ พร้อมเพื่อนของแตงโมทั้ง 5 คน เพื่อให้แต่ละคนชี้ประกอบคำให้การของแต่ละคน ซึ่งทั้ง 5 คนทำหมดแล้ว และประกอบสำนวนสอบสวนเรียบร้อย และเมื่อนำเรือจริงไปจำลอง ก็สามารถดึงข้อมูลต่าง ๆ ออกมา เพื่อเทียบกับสถานการณ์ต่าง ๆ ดูทิศทาง ความเร็ว และช่วงเวลาที่ต้องเอาเรือมาทดสอบตามที่ระบุใน GPS โดยมีสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (พฐ.) ร่วมในการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วย
แตงโมตกน้ำช่วงโรเบิร์ตขับสปีดโบ๊ต
ส่วนตอนเกิดเหตุการณ์ขับขี่เรือมีลักษณะกระชากหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานต่าง ๆ และกำลังสืบสวนในรายละเอียด ซึ่งใช้ทั้งหมด ไม่ว่าจะ พยาน วิทยาศาสตร์ เส้นทางตามดาวเทียม และการใช้โทรศัพท์ เพื่อหาจุดที่แน่นอนว่าตกไปตรงไหน ประกอบการสอบสวน
ตอนนี้ ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นอะไรออก ทั้งการขับขี่โดยความประมาท หรือเหตุอื่น ทุกอย่างต้องรอบคอบ ทุกเรื่องต้องยึดหลักฐาน พยาน กฎหมาย เป็นหลัก โดยขณะนี้มีผู้ต้องหา 2 คนคือไฮโซปอ และนายไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ หรือ โรเบิร์ต ฐานความผิดตามมาตรา 291 “ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ส่วนจะมีผู้ต้องหาเพิ่มไหม กำลังสอบสวนอยู่ ถ้าสาวไปถึงใคร จะแจ้งข้อหาต่อไป
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการเรียกนายนิทัศน์ กีรติสุทธิสาธร หรือ จ๊อบ สอบสวนนานกว่า 8 ชม. พล.ต.ท.จิรพัฒน์ตอบว่า นานไม่นานเป็นเทคนิคการสอบสวน ทั้งหมดทำตามกฎหมาย เก็บรวบรวมในสำนวนทั้งหมด
ทั้งนี้ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ระบุชัดเจนว่า แตงโมตกน้ำในช่วงโรเบิร์ตขับขี่ ซึ่งได้แจ้งข้อกล่าวหากับโรเบิร์ตแล้ว ส่วนต้องลงลึกถึงการบรรยายพฤติกรรมไหม อยู่ในสำนวน แต่ช่วงเวลาสอดคล้องและใกล้เคียงกับที่พยานบอกกับในเส้นทาง GPS
ยังไม่แจ้งข้อหาแซน
ส่วนนายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือ แซน จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาประมาทด้วยหรือไม่ ต้องสอบสวน การจะแจ้งข้อหาเพิ่มต้องรอบคอบ การทำสำนวน ตำรวจทำเพื่อแจ้งข้อหาแล้ว ไปสู่ขั้นตอนศาล จะต้องเกิดการลงโทษให้ได้ ยืนยันไม่ทำตามความรู้สึก แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลาสอบสวน
เมื่อถามว่า การเรียกนางสาวสุรัตนาวี ภัทรานุกุล หรือ โบ TK มาสอบสวน ก็เพราะเป็นเพื่อนกับแตงโมและเป็นเพื่อนกับนางสาวอิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือ กระติก ส่วนทำไมกระติกโทร.หาโบ TK เป็นคนแรก ต้องสอบถามก่อน
เร่งสอบเสียงผู้ชายในคลิป
ขณะที่เสียงผู้ชายที่ปรากฏในคลิปของแตงโม กำลังสอบอยู่ว่าเป็นใคร และมอบให้พนักงานสอบสวนสอบถามกระติกแล้ว หากพบว่าเป็นใครจะนัดหมายคนที่เป็นต้นเสียงนั้นมาให้ปากคำแน่นอน
“ตำรวจไม่หนักใจในคดีนี้ พนักงานสอบสวนด้วย แม้จะมีพยานบางคนมีญาติพี่น้องเป็นนายตำรวจใหญ่ จะทำงานโปร่งใส อิสระ ยุติธรรม เพราะเป็นคดีที่ประชาชนสนใจ ประกอบกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.กำชับ ต้องทำสุดความสามารถ” พล.ต.ท.จิรพัฒน์กล่าว
โต้ปมเงินบริจาค 3 ล้าน
ด้านประเด็นที่มีผู้เอาเงิน 3 ล้านบาทมาบริจาคให้ สภ.เมืองนนทบุรี ทาง พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ชี้แจงแล้ว ไม่จริง ยืนยันว่าไม่จริง เชื่อว่ามีผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวให้เงิน 3 ล้าน ครั้งนี้ยังไม่ดำเนินคดี จะเตือนก่อนว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิด เพราะทำให้ตำรวจเสียหาย เป็นการให้ร้ายคนอื่น เกิดความสูญเสีย ประชาชนขาดความเชื่อมั่นศรัทธา ขออย่าทำอีก พร้อมกับสั่ง ผกก.หาที่มาที่ไปแล้ว
เมื่อถามถึงข้อสังเกตของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม พล.ต.ท.จิรพัฒน์ตอบว่า ได้นำส่วนประกอบต่างๆไปตรวจแล้วไปตรวจที่นิติเวชทั้งหมดแล้ว หากพบว่าหางเสือหรือสิ่งที่อยู่ข้างเรือบาดและมีความพอดีกับแผล ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ส่งให้นิติเวชตรวจสอบพบว่า แผลเกิดจากของแข็งมีคมแน่นอน หากนิติเวชสงสัยก็สอบสวนเพิ่มได้
สอบเสร็จภายใน 3-6 เดือน
ส่วนจะใช้เวลาอีกนานแค่ไหนในการปิดคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 113 ระบุว่า สอบสวนให้เสร็จใน 3 เดือน หรือหากมีความจำเป็นยืดเวลาออกไปไม่เกิน 6 เดือน ซึ่งตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ และไม่ทิ้งทุกประเด็นสงสัย ใครมีข้อมูลจะเชิญมาให้ข้อมูล ทำงานด้วยหลักการ
ส่วนประเด็นโทรศัพท์มือถือของทั้ง 5 คน ตรวจสอบเรียบร้อย ส่วนการแก้ไขรูป อยู่ในขั้นตอนสอบสวน ได้ประสานกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ดึงข้อมูลมาแล้ว กำลังวิเคราะห์ ทางตำรวจใช้หลักหลายอย่าง โดยช่วงเกิดเหตุอยู่ระหว่าง 22.29-22.34 น.ของวันที่ 24 ก.พ. 2565 สอดคล้องคำให้การอยู่ในสำนวน
ส่วนที่มีรายงานว่า 1 ใน 8 พยานที่เรียกมาสอบวันนี้เห็นการตกน้ำของแตงโม ยืนยันว่ายังไม่มี และขณะนี้ผลตรวจเลือดหรือต่าง ๆ ยังไม่ออก