เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

กาแฟขี้ชะมด “บลูโกลด์” ผลิตผลสร้างเถ้าแก่จาก “BUSEM”

20 ธ.ค. 2560 | 11:30น.

เป็นเพราะ “สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์” ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เคยเรียนที่ “Babson College” สถาบันเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ทางด้านการเป็นเจ้าของกิจการ (enterpreneurship) จากประเทศสหรัฐอเมริกา

ทั้งยังเห็นว่าในระบบการเรียนการศึกษานอกจากสาขา และหลักสูตรต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับความคิดสร้างสรรค์ทั้งระบบ ยังจะต้องมีหลักสูตรที่เกี่ยวกับการเป็นเจ้าของกิจการด้วย

ผ่านมาสาขานี้อาจแฝงตัวอยู่ในคณะบริหารธุรกิจ แต่เมื่อโลกแห่งการแข่งขันทางธุรกิจเติบโต จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกระดับจากสาขาขึ้นเป็นคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ และการบริหารกิจการ (Bangkok University School of Enterpreneurship-BUSEM) โดยมีสถาบัน “Babson College” ยังคงให้ความร่วมมือตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบัน

“ดร.ศศิรินทร์ สายะสนธิ” หัวหน้าภาควิชาความเป็นผู้ประกอบการ (หลักสูตรภาษาไทย) คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ และการบริหารกิจการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกว่า ต้องยอมรับว่านักศึกษาในปัจจุบันมีความสนใจธุรกิจสตาร์ตอัพค่อนข้างเยอะ และทุกคนอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

“อาจเป็นเพราะเทรนด์ของโลกที่กำลังมาแรงด้วย จึงทำให้นักศึกษาหันมาสนใจคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจ และการบริหารกิจการ ซึ่งจริง ๆ แล้วในส่วนนี้เคยเป็นสาขามาก่อน แต่อยู่ในคณะบริหารธุรกิจ และเมื่อก่อนเราเป็นพันธมิตรกับ Babson College สถาบันที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของกิจการ จนเดี๋ยวนี้เราก็ยังมีความร่วมมือกันอยู่”

“ด้วยการผนึกองค์ความรู้จากซีกโลกตะวันตก และโลกตะวันออกเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นหลักสูตรของมหา”ลัยที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งเรียกว่า BUSEM Way ด้วยการให้นักศึกษาฝึกสร้างไอเดีย ทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และการทำแผนธุรกิจ ก่อนที่จะลงมือทำจริง เพื่อให้พวกเขานำมาต่อยอดจนเกิดธุรกิจใหม่ ๆ หรือนำมาสานต่อจากธุรกิจเดิมของแต่ละครอบครัว”

“ดังนั้น นักศึกษาของเราในระดับปริญญาตรีส่วนใหญ่จึงมีธุรกิจครอบครัวของตัวเองอยู่แล้ว และคณาจารย์ที่สอนในคณะนี้ส่วนหนึ่งมีธุรกิจของตัวเองอยู่ด้วย เราจึงนำมุมมองการทำธุรกิจจากประสบการณ์ตรงมาสอนพวกเขา เพื่อให้พวกเขาเข้าใจการทำธุรกิจจริง ๆ ซึ่งอาจมีอุปสรรค ปัญหาอะไรมากมายกว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จ”

“ดร.ศศิรินทร์” กล่าวต่อว่า เมื่อนักศึกษาเรียนถึงปี 3 เราจะให้พวกเขารวมกลุ่มเพื่อทำธุรกิจกันจริง ๆ โดยให้พวกเขาไปคิดมาว่าจะผลิตสินค้าอะไรออกจำหน่าย ภายใต้การกำกับดูแล และให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดจากคณาจารย์ ที่สำคัญ หากนักศึกษากลุ่มใดขาดแคลนทุนทรัพย์ มหา”ลัยจะให้ทุนตั้งต้นในการทำธุรกิจกลุ่มละ 1 แสนบาท เพื่อให้พวกเขาลองผิด ลองถูกกับการทำธุรกิจครั้งแรก แต่ทั้งนั้นเมื่อมีกำไรจะต้องนำเงินมาคืนด้วย เพราะเราจะได้นำเงินจำนวนนี้ไปให้นักศึกษากลุ่มอื่น ๆ ต่อไป

“ผ่านมาธุรกิจที่กลุ่มนักศึกษาทำค่อนข้างประสบความสำเร็จ และเป็นไปในทิศทางค่อนข้างดี แต่มีอยู่คนหนึ่งค่อนข้างโดดเด่นอย่างมาก คือ เฟลม-เกียรติศักดิ์ คำวงษา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ปัจจุบันเป็นเจ้าของไร่กาแฟขี้ชะมดบลูโกลด์ (Blue Gold) อันโด่งดัง ใน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ทั้งยังมาเปิดร้านกาแฟบลูโกลด์แถวซอยประดิษฐ์มนูธรรม 15 แขวงลาดพร้าว ในกรุงเทพฯด้วย”

“สำคัญไปกว่านั้น เขายังต่อยอดธุรกิจจากผลผลิตกาแฟขี้ชะมดไปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกจำนวนมาก จนทำให้เขาไม่เพียงเป็นนักศึกษาที่ประสบความสำเร็จในคณะนี้ เขายังเป็นต้นแบบ และแรงบันดาลใจให้กับน้อง ๆ รุ่นต่อไป จนอยากที่จะเป็นผู้ประกอบการเหมือนกับเฟลมด้วย เพราะสนนราคาค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร 4 ปี อยู่ประมาณ 454,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มมาก ๆ”

ถึงตรงนี้ “เฟลม” เกียรติศักดิ์ คำวงษา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผมมีความคิดอยากเป็นผู้ประกอบการตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะครอบครัวประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แต่ที่เป็นแรงผลักดันจริง ๆ จนทำให้ผมสนใจเรียนคณะนี้ เพราะก่อนหน้าคุณพ่อเสีย และครอบครัวเป็นหนี้อยู่ 50 ล้านบาท

“ผมเป็นลูกคนโต จึงเข้ามาช่วยคุณแม่ปลดหนี้ ด้วยการรับจ้างคุมงานก่อสร้าง โดยมีนายทุนเป็นคนลงทุน ผมช่วยแม่อยู่ระยะหนึ่ง ที่สุดก็สามารถปลดหนี้ได้ ต่อจากนั้นก่อนที่ผมจะมาเรียนคณะนี้ ผมเคยเลี้ยงชะมดมาก่อน และเคยเอาไปลองปล่อยที่ไร่กาแฟของเพื่อนคุณแม่ที่จังหวัดเลย เพราะผมทราบจากข้อมูลอินเทอร์เน็ตที่ผมชอบสืบค้นว่า กาแฟขี้ชะมดราคาแพงมาก แถมยังมีไม่กี่ประเทศที่ปลูกกาแฟชนิดนี้”

“ตอนหลัง ผมจึงนำมาทดลองที่ไร่ของคุณตาที่ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ด้วยการปลูกกาแฟขี้ชะมด ปรากฏว่าผลตอบรับดีมาก เพราะผมเลี้ยงระบบเปิด ปล่อยให้ชะมดหากินตามธรรมชาติ จนเราเริ่มจะเข้าใจ และมองเห็นแล้วว่า กาแฟขี้ชะมดสามารถทำเป็นธุรกิจได้ กอปรกับตอนที่เรียนคณะนี้ ทำให้เราเห็นมุมมองทางธุรกิจกว้างขึ้น และที่สุดพอขึ้นปี 3 ผมจึงเสนอโปรเจ็กต์การทำไร่กาแฟขี้ชะมด”

“ที่ไม่เพียงตอนนี้จะมีอาณาบริเวณมากกว่า 400 ไร่ โดยเริ่มต้นจากเพียงไม่กี่ไร่ก่อนที่เป็นที่ดินเดิมของคุณตา ต่อจากนั้น ผมก็ซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราคิดในเชิงธุรกิจว่า พระเอกของไร่ คือ กาแฟขี้ชะมด เราจึงต้องมีพื้นที่ปลูกกาแฟให้มากที่สุด ต่อจากนั้น เราก็คิดในเชิงต่อยอดธุรกิจว่า จะต้องมีร้านกาแฟ, สวนสัตว์, สนามเด็กเล่น, สวนดอกไม้ และลานกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วทำได้หลายกิจกรรม”

โดยเฉพาะการต่อยอดผลผลิตจากกาแฟขี้ชะมด “เฟลม” บอกว่า เมื่อเราบริหารกิจการในจุดจุดหนึ่ง เราจะรู้ว่ากาแฟขี้ชะมดรายได้ดีมาก กิโลกรัมหนึ่งตกประมาณ 50,000-100,000 บาท ปีหนึ่ง ๆ ชะมดหนึ่งตัวจะให้ผลผลิตประมาณ 1.5 กิโลกรัม/ปี

“ตอนนี้เรามีพื้นที่ปลูกกาแฟในระดับหนึ่ง พร้อมกับมีชะมดที่เกิดจากธรรมชาติ ปีหนึ่ง ๆ ตกประมาณ 50 ตัว ดังนั้นทางเดียวที่จะทำให้มีรายได้เพิ่ม เราจึงต้องขยายพื้นที่ปลูกกาแฟให้มากขึ้น กับอีกทางหนึ่ง เราจะต้องแปรรูปผลิตภัณฑ์ไปในรูปแบบต่าง ๆ เหมือนอย่างตอนนี้ที่ผมส่งกาแฟขี้ชะมดในระดับเดอลุกซ์, พรีเมี่ยม ให้กับหลายบริษัทในลักษณะของกล่องของขวัญ ขณะเดียวกัน เราก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ไปเป็นกาแฟขี้ชะมดดริปบรรจุกล่อง, กาแฟขี้ชะมดขวด สบู่ขี้ชะมด, และอื่น ๆ อีกมากมายที่จะตามมา”

ซึ่งล้วนทำให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์กาแฟขี้ชะมดทุกชนิด

“เฟลม” บอกว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ได้จากการเรียนที่ BUSEM ทั้งสิ้น และผมก็เชื่อว่าการเรียนในหลักสูตรนี้ไม่เพียงทำให้เรามีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจกับคณาจารย์ หากยังได้สายสัมพันธ์ทางธุรกิจกับเพื่อน ๆ ในคลาสด้วย เพราะแต่ละคนล้วนเป็นไม้ต่อทางธุรกิจทั้งสิ้น ดังนั้นพอเราติดขัดปัญหาอะไร นอกจากคณาจารย์จะเข้ามาเป็นที่ปรึกษา หากเพื่อน ๆ เหล่านี้ก็สามารถช่วยเหลือเราได้เช่นกัน

“จนผมประสบความสำเร็จระดับหนึ่งในวันนี้”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การศึกษา