Skip to content

เหตุใดปูตินไล่บี้ชาติยุโรปซื้อก๊าซเป็น “เงินรูเบิล”

01 เม.ย. 2565 | 13:12น.
เหตุใดปูตินไล่บี้ชาติยุโรปซื้อก๊าซเป็น “เงินรูเบิล”

เปิดกลยุทธ์ปูติน คาดเดินเกมเล็งขายสินค้ารัสเซียทุกชนิดเป็นรูเบิล ประเดิมบีบยุโรปจ่ายค่าก๊าซเป็นรูเบิลมีผลวันนี้

วันที่ 1 เมษายน 2565 ความมั่นคงทางพลังงานกลายเป็นการเผชิญหน้าล่าสุดระหว่างรัสเซียกับชาติยุโรป จากการที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียแสดงท่าทีหลายครั้งหลายคราว่า ให้บรรดาชาติที่ไม่เป็นมิตรที่ต้องซื้อพลังงานจากรัสเซีย จ่ายค่าน้ำมันและก๊าซเป็นเงินสกุลรูเบิล

ล่าสุด ผู้นำรัสเซียได้กล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐบาลที่มีการถ่ายทอดทางทีวีว่า ได้ลงนามในกฤษฎีกาที่วางกรอบกระบวนการชำระเงินนี้แล้ว ซึ่งระบุถึง “ประเทศที่ไม่เป็นมิตร” จะต้องเปิดบัญชีสกุลเงินรูเบิลในธนาคารของรัสเซีย และชำระเงินผ่านบัญชีเหล่านี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ตามกฤษฎีกาที่ปูตินลงนาม การชำระเงินทั้งหมดในเรื่องนี้จะดูแลดำเนินการโดยธนาคาร “ก๊าซพรอมแบงก์” ซึ่งเป็นกิจการธนาคารในเครือก๊าซพรอมบริษัทพลังงานรายใหญ่ของรัสเซีย นับเป็นการสวนกลับบรรดาชาติยุโรปที่พากันคว่ำบาตรธนาคารรัสเซียจากระบบสวิฟต์

วลาดิเมียร์ ปูติน
Klimentyev/Kremlin via REUTERS

ท่าทีดังกล่าวของปูติน สะเทือนทันทีต่อบรรดาชาติยุโรปที่ต้องพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียเป็นหลักโดยเฉพาะเยอรมนี ซึ่งนำเข้าพลังงานรัสเซียมากถึง 40% ของการใช้พลังงานในประเทศ ทำให้รัฐบาลเบอร์ลินเตรียมใช้แผนฉุกเฉินเพื่อสำรองความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งรวมไปถึงการขอความร่วมมือให้ครัวเรือนและภาคเอกชนอุตสาหกรรมหาแนวทางประหยัดพลังงาน

ปูตินยังกล่าวอีกว่านับตั้งแต่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไป ผู้ซื้อก๊าซของรัสเซียจะต้องเปิดบัญชีรูเบิลในธนาคารของรัสเซีย เพื่อเป็นช่องทางสำหรับการจัดส่งก๊าซในครั้งต่อไป “หากไม่มีการชำระเงินดังกล่าว เราจะถือว่านี่เป็นการผิดนัดของผู้ซื้อด้วยผลที่ตามมาทั้งหมด เราไม่ขายอะไรให้ใครฟรี ๆ รัสเซียไม่ได้ทำการกุศล หากไม่จ่ายสัญญาซื้อขายทั้งหมดจะยุติ”

ซื้อก๊าซด้วยเงินรูเบิล ต่างแค่ไหนจากวิธีเดิม ?

จากข้อมูลของ voxeu.org เว็บไซต์ด้านการวิจัยและนโยบายสาธารณะสำหรับนักเศรษฐศาสตร์อธิบายว่า ตามระบบปกติ เอกชนหรือชาติยุโรปที่ซื้อก๊าซรัสเซียจะชำระค่าก๊าซเป็นเงินสกุลยูโร หรือเงินดอลลาร์ ผ่านระบบชำระเงินระหว่างประเทศ หรือ SWIFT ผ่านไปยังบัญชีธนาคารที่บริษัทพลังงานรัสเซียเปิดในธนาคารยุโรป

โดยบริษัทก๊าซพรอม (Gazprom) ถือเป็นบริษัทพลังงานรายใหญ่ของรัสเซียที่ชาติยุโรปมักซื้อก๊าซจากรัสเซีย เมื่อชาติยุโรปชำระค่าพลังงานเข้ามายังบัญชีของก๊าซพรอมที่เปิดไว้ในธนาคารยุโรป จากนั้นบริษัทจะทำการแปลงเป็นเงินสกุลรูเบิลเพื่อโอนเข้ามายังบัญชีธนาคารในรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม หากว่าชาติยุโรปต้องการซื้อก๊าซรัสเซียด้วยเงินรูเบิล วิธีการชำระค่าพลังงานอาจไม่แตกต่างจากรูปแบบปกติมากนัก โดยชาติยุโรปจำต้องเปิดบัญชีธนาคาร 2 บัญชี ในธนาคารที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรหรือถูกตัดออกจากระบบสวิฟต์ โดยบัญชีหนึ่งเปิดเป็นเงินรูเบิล ส่วนอีกบัญชีเป็นเงินยูโร

ในกรณีนี้หากชาติยุโรปจะซื้อพลังงานรัสเซีย จะต้องโอนเงินยูโรเข้ามาในบัญชีเงินยูโร จากนั้นโอนเงินจากบัญชีดังกล่าวเข้ามาในบัญชีรูเบิล ในธนาคารที่ไม่ได้ถูกคว่ำบาตรจากยุโรป ซึ่งจะทำหน้าที่แปลงจากยูโรเป็นรูเบิลเพื่อจ่ายให้กับบริษัทก๊าซพรอม

เหตุใดปูตินต้องให้จ่ายค่าก๊าซเป็นรูเบิล

เดอะการ์เดี้ยนวิเคราะห์ว่า ช่วงที่รัสเซียบุกยูเครนจากนั้นตามมาด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียอย่างรุนแรง ส่งผลให้เงินรูเบิลอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง การที่ปูตินงัดวิธีชำระค่าก๊าซเป็นรูเบิล อาจกระตุ้นความต้องการเงินรูเบิลในตลาดฟอเรกซ์ระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เงินรูเบิลกลายเป็นอีกสกุลที่ “บางชาติ” ทั้งจะช่วยพยุงราคาค่าเงินรูเบิลที่เคยดิ่งลงในช่วงก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกันยังเป็นเรื่องของความภาคภูมิใจที่เครมลินสามารถแก้เกมคว่ำบาตรของชาติตะวันตกได้ ด้วยการนำเรื่องพลังงานมาเป็นตัวต่อรอง ซึ่งจะยิ่งทำให้มอสโกสามารถท้าทายความครองงำของเงินดอลลาร์ในตลาดเงินโลกได้ หากว่าจีนให้การสนับสนุนธุรกรรมดังกล่าวของรัสเซีย

หากรัสเซียเดินเกมใช้รูเบิลชำระค่าพลังงานได้สำเร็จ ยังมีแนวโน้มอีกว่าเครมลินอาจใช้วิธีการนี้ขยายไปยังสินค้าชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะสินค้าโภคภัณฑ์ ที่บังคับให้ต่างชาติต้องแปลงสกุลเงินซื้อขายเป็นรูเบิล ซึ่งขณะนี้เครมลินกำลังพิจารณาแผนการส่งออกสินค้าทั้งหมดของรัสเซียเป็นเงินรูเบิล โดยใช้ประโยชน์จากการผูกขาดในวัตถุดิบที่จำเป็นในกระบวนการผลิต

ทั้งสามารถขยายแผนให้ครอบคลุมไปยังสินค้าชนิดอื่น ทั้งปุ๋ย ถ่านหิน โลหะ และสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น แร่แพลเลเดียม ซึ่งเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญของการผลิตรถยนต์นั้น จากข้อมูลของ S&P Global Ratings ชี้ว่า 40% ของอุปทานโลหะทั้งหมดของโลกมาจากรัสเซีย และโลหะที่รัสเซียส่งออกส่วนใหญ่เกือบ 80% ไปอยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์

กรณีนี้ ผู้ผลิตรถยนต์อาจถูกบังคับให้เลือกระหว่างการซื้อแพลเลเดียมในสกุลรูเบิล หรือมองหาซัพพลายจากแหล่งอื่น ซึ่งในมุมทางการเมืองรัฐบาลของประเทศนั้นอาจบีบให้เอกชนต้องเสาะหาซัพพลายจากแหล่งอื่น ๆ แต่ก็จะแลกมาด้วยต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น สินค้าที่ราคาแพงขึ้นเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน