เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
Automotive HONGQI E-HS9 SUV EV ขับเฟิร์ม ทรงดี
เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
Economic เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
Economic อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
News อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจไทยขนหัวลุก 3 ปี สงครามเงินเฟ้อจุดวิกฤตรอบใหม่

28 พ.ค. 2565 | 11:21น.
กอบศักดิ์

เศรษฐกิจไทยขนหัวลุกเดินเข้าสู่มรสุมลูกใหม่ “กอบศักดิ์ ภูตระกูล” เปิด 7 ประเด็นป่วนโลก กดดันเศรษฐกิจไทยลากไปอีก 2-3 ปี เผยสงครามรัสเซียกระทบการค้าโลกชะลอตัว เครื่องยนต์ “ส่งออก” ลดกำลังลง ไทยต้องหาเครื่องยนต์ใหม่แทน “เฟด” ทำสงครามเงินเฟ้อ จุดชนวนวิกฤตรอบใหม่ ตลาดเงินโลกปั่นป่วน สหรัฐเสี่ยงเข้าสู่เศรษฐกิจถดถอย ประธานบอร์ด “แบงก์ชาติ” จี้แก้ไขฐานะการคลังตุนกระสุนรับวิกฤตรอบใหม่ กลุ่มธุรกิจโรงแรม-การบินกัดฟันวิ่งสู้ฟัดอีก 2-3 ปี

เดินเข้าสู่วิกฤตใหม่

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการธนาคารกรุงเทพ กล่าวในงานสัมมนา “ประชาชาติธุรกิจ” ก้าวสู่ปีที่ 46 “New Chapter เศรษฐกิจไทย” ว่า เศรษฐกิจไทยตอนนี้หลังจากกระเสือกกระสนอยู่ในอุโมงค์จากผลกระทบโควิด-19 มากว่า 2 ปี และกำลังจะออกจากอุโมงค์ ดัชนีวัดต่าง ๆ สะท้อนว่ากำลังจะผ่านพ้นปัญหาไปได้ แต่ก็กำลังเข้าสู่เฟสใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายในการประคองให้อยู่รอด

“เรากำลังไปสู่ความท้าทายชุดใหม่ที่แตกต่างจากช่วง 2 ปีก่อน หรือหมายถึงเราออกจากวิกฤตหนึ่งและเข้าสู่วิกฤตหนึ่ง โดยในช่วงเปลี่ยนผ่านจะมีความผันผวน ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนในระบบการค้าและการเงินโลก เทคโนโลยีดิสรัปชั่น

รวมถึงการแข่งขันและโอกาสที่เปิดในยุคศตวรรษของเอเชีย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นช่วงลำบากใจ เป็นข่าวร้ายที่รออยู่ข้างหน้า แต่หากเราสามารถฟันฝ่าได้ จะนำไปสู่ Next Chapter ได้”

 

7 ประเด็น “เขย่าขวัญ” เศรษฐกิจไทย

ดร.กอบศักดิ์กล่าวว่า ความท้าทายเฟสใหม่มี 7 เรื่องด้วยกัน โดย 3 เรื่องแรกเป็นปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและสหรัฐ ได้แก่ 1.วิกฤตความขัดแย้งระหว่างประเทศที่รุนแรงและลุกลามออกไปเรื่อย ๆ 2.วิกฤตพลังงานที่ราคาจะสูงเป็นพิเศษต่อไป 3.วิกฤตอาหารโลก จากปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครนส่งผลต่อไปยังต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ และทำให้การผลิตลดลง ทำให้หลายประเทศตัดสินใจไม่ส่งออกอาหาร

4.ความปั่นป่วนในตลาดการเงินโลก 5.เสี่ยงเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ และประเทศต่าง ๆ 6.โอกาสเกิดวิกฤตในประเทศตลาดเกิดใหม่ อย่างเช่นที่เกิดขึ้นในศรีลังกา และเนปาล จากการดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวของธนาคารกลางสหรัฐ และ 7.ปัญหาเศรษฐกิจจีนซึ่งอาจลุกลามได้

แม้ว่าสงครามรัสเซีย-ยูเครนจะจบ แต่การคว่ำบาตรจะยังไม่จบ เป็นสาเหตุทำให้ราคาพลังงานที่คาดว่าจะปรับลดลงหลังสงครามยุติจะค้างเติ่งอยู่ระดับสูงไปอีก 1-2 ปี ทำให้การปรับตัวไม่ใช่เรื่องง่าย และภาครัฐจะใช้นโยบายการอุดหนุนพลังงานได้ยากขึ้น

เฟดทำสงคราม “เงินเฟ้อ”

ดร.กอบศักดิ์กล่าวว่า จากปัญหาราคาพลังงานนำมาสู่ปัญหาเงินเฟ้อที่จะเพิ่มขึ้นทุกประเทศ จาก supply shock และจะลุกลามไปสู่เงินเฟ้อพื้นฐาน จนเกิดการปรับขึ้นต้นทุนทั้งวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และอื่น ๆ นำไปสู่การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย จากที่เคยอยู่นิ่ง ๆ ต่ำ ๆ ก็ปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งระดับดอกเบี้ยที่เห็นอยู่ปัจจุบันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

“เงินเฟ้อสหรัฐขึ้นไปที่ระดับ 8.3% สูงที่สุดในรอบ 40 ปี ซึ่งมีโอกาสที่จะค้างอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่าสงครามของเฟดกับเงินเฟ้อครั้งนี้จะต้องใช้เครื่องมืออุปกรณ์สำคัญหลายอย่าง โดยดอกเบี้ยเฟดบอกจะขึ้นไป 2-3% แต่ถ้าดูข้อมูลในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เฟดสู้เงินเฟ้อมา 3 รอบ รอบแรกดอกเบี้ยจบที่ 2.5% เพราะเงินเฟ้อไม่สูง

ส่วนรอบ 2 เงินเฟ้ออยู่ที่ 3-4% ดอกเบี้ยขึ้นไปกว่า 5% และรอบ 3 เงินเฟ้ออยู่ที่ 3% ดอกเบี้ยขึ้นไป 6.5% ถามว่าจบปีนี้เฟดจะต้องขึ้นดอกเบี้ยไปเท่าไหร่ เพื่อเอาเงินเฟ้อที่ค้างอยู่สูงลงมา เอาเงินเฟ้อพื้นฐานที่ขึ้นไปลงมาให้ได้”

กอบศักดิ์ ภูตระกูล
กอบศักดิ์ ภูตระกูล

ทั้งหมดนี้คือจุดเริ่มต้นของปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า เพราะเฟดกำลังทำสงครามกับเงินเฟ้ออย่างไม่มีเมตตา เพราะเฟดมีหน้าที่จัดการคู่ต่อสู้ให้ได้ ส่วนคนที่เหลือในตลาดทุน ตลาดเกิดใหม่ ก็มีหน้าที่ปรับตัวกันไป หรือแม้แต่รัฐบาลสหรัฐก็ยังต้องปรับตัว เพราะเฟดบอกว่าจะสู้กับเงินเฟ้อให้ชนะ

รับมือตลาดเงินโลกปั่นป่วน

ดร.กอบศักดิ์กล่าวอีกว่า การประกาศทำสงครามกับเงินเฟ้อของเฟด ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความปั่นป่วนของตลาดการเงินโลก นอกจากเรื่องดอกเบี้ย ยังมีเรื่องของการดูดสภาพคล่องกลับ ทั้งหมดนี้เกิดจากความผิดพลาดของการประเมินสถานการณ์โควิด-19 ที่คิดว่าโควิดจะรุนแรงเป็นพิเศษ ทำให้เฟดลดดอกเบี้ยลงมาต่ำเป็นพิเศษ และอัดฉีดสภาพคล่องมากเป็นพิเศษ แต่สุดท้ายแล้วปัญหาโควิดไม่ได้หนักอย่างที่คิด

“ปัญหาคืออัดฉีดสภาพคล่องไปแล้ว และค้างอยู่อย่างนั้น กำลังจะเป็นต้นตอของฟองสบู่ และต้นตอของปัญหาเศรษฐกิจที่เฟดจะต้องมาเก็บกวาด ดังนั้นความผิดพลาดใน 2 ปีที่แล้ว จึงหมายถึงความรุนแรงของการแก้ปัญหาในวันนี้ โดยเฟดได้มาส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ยไปเรื่อย ๆ จนกว่าเงินเฟ้อจะลง ซึ่งดอกเบี้ยอาจจะเป็น 5-6% หรือมากกว่า แล้วตลาดการเงินจะเป็นอย่างไร”

ผวาปีหน้าเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย

สิ่งที่น่าสนใจคือ สินทรัพย์ทุกอย่างที่ผ่านมามีการเติบโตสูงสุดในเดือน พ.ย. 2564 เช่น ตลาดหุ้นดาวโจนส์อยู่ที่ 36,000 จุด จากนั้นภายใน 6 เดือน เหลือ 32,000 จุด เกือบจะไปจุดเริ่มต้นก่อนเกิดโควิด เช่นเดียวกับตลาดหุ้นแนสแดคจาก 16,000 จุด เหลือ 11,000 จุด และบิตคอยน์ที่ขึ้นไปกว่า 60,000 ดอลลาร์ วันนี้ลงมาเหลือ 29,000 ดอลลาร์

และพันธบัตรสหรัฐ อายุ 10 ปี ตอนนี้ก็หายไปเกือบ 20% หรือแม้แต่เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ทำให้เงินเยนอ่อนค่าหนัก เงินบาทก็อ่อนค่ามาระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนเงินหยวนก็ยอมปรับให้อ่อนค่าลงมา ทั้งหมดนี้ผลพวงของการประกาศสงครามครั้งนี้ทำให้ฟองสบู่ที่เคยท่วมปรับลงมา

“นี่คืออาการของตลาดที่ปั่นป่วนเป็นพิเศษ เป็นช่วงท้าทายที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา”

จับตาหนี้ท่วมตลาดเกิดใหม่

ดร.กอบศักดิ์กล่าวอีกว่า อีกปัญหาที่ต้องติดตาม กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกมาเตือนปัญหาวิกฤตหนี้ในประเทศเกิดใหม่ ซึ่งเริ่มเห็นตัวอย่างในศรีลังกา และเนปาล ปากีสถาน ซึ่งสะท้อนว่าประเทศเล็ก ๆ กำลังอ่อนแอและเจอปัญหาก่อน ซึ่งตอนนี้เฟดขึ้นดอกเบี้ยมา 2 ครั้ง ยังกระทบขนาดนี้ แล้วหากเฟดต้องสู้ไปเรื่อย ๆ ประเทศที่กู้เงินมามากระหว่างช่วงโควิดจะเป็นอย่างไร

ขณะที่เศรษฐกิจจีนก็ยังน่าห่วง ปัญหาอสังหาริมทรัพย์ในจีนยังน่ากังวล เพราะตัวเลขดัชนีต่าง ๆ ออกมาไม่ค่อยดี แถมยังมีการปิดเมืองซ้ำเติมเข้าไปอีก ซึ่งเป็นฟองสบู่ที่ไม่เคยแตกเป็นเวลาหลายสิบปี แต่สะสมกำลังไว้

“ทั้งหมดนี้จะบอกว่า 2-3 ปีข้างหน้าไม่ง่าย ต้องเตรียมการรับมือมรสุมลูกใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้น โดยโอกาสก็มีมากมาย แต่ความท้าทายก็มีเยอะ”

หาเครื่องยนต์ใหม่แทนส่งออก

ดร.กอบศักดิ์กล่าวว่า การจะไปสู่ Next Chapter เศรษฐกิจไทย จะต้องตอบคำถาม 2 ข้อให้ได้ 1.จะเตรียมรับมือความผันผวนในระยะ 2-3 ปีข้างหน้าอย่างไร และ 2.ไทยจะสำเร็จในช่วง Next Chapter ได้อย่างไร ทุกคนต้องเตรียมการ ประเทศก็ต้องเตรียมการ ปีที่แล้วเศรษฐกิจอาจไปได้ดีเพราะส่งออก แต่ปีนี้เครื่องยนต์ส่งออกจะลดลงเหลือครึ่งเดียว เพราะเศรษฐกิจโลกจะแผ่วลง ปัญหาต่าง ๆ ทำให้การค้าโลกลดลง

“เราต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ เช่น โครงสร้างพื้นฐานในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) มีการอนุมัติหลายโครงการ ถึงเวลาต้องลงทุนแล้ว รวมถึงการดึงการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพราะขณะนี้ทุกคนกำลังหนีตายจากประเทศจีน รัสเซีย ยุโรป ทำให้อาเซียนดูดีที่สุด ซึ่งเป็นโอกาสของไทย

และปัจจัยที่ดีที่สุด คือ การท่องเที่ยวกำลังจะฟื้น และจะกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ เพราะมีสัดส่วนถึง 10% ของจีดีพี หากไทยสามารถพลิกฟื้นได้ราวครึ่งหนึ่ง ประมาณ 5-6% ของจีดีพี ก็จะทำให้มีโมเมนตัมเข้าสู่มรสุมลูกใหม่”

Next Chapter เศรษฐกิจไทย

“เรามีเวลาประมาณ 2 ปีกว่า หากเตรียมการได้ดี เราจะผ่านไปได้ ประเทศไทยจะมีอะไรเป็น New Chapter ที่เป็นพระเอกคนใหม่ เพราะบุญเก่าเราจะหมดแล้ว ต้องคิดว่าจะทำยังไงเป็นศูนย์กลาง regional company, R&D, logistic, new S-curve, startup ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นโอกาส หากเราสามารถตอบคำถาม 2 ข้อได้ ทุกอย่างจะผ่านไปได้”

แก้ฐานะการคลัง-รับมือดอกเบี้ยขาขึ้น

ดร.ปรเมธี วิมลศิริ
ดร.ปรเมธี วิมลศิริ

ขณะที่ ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยขณะนี้ฟื้นตัวบนความไม่แน่นอน โดยการขยายตัวของเศรษฐกิจออกมาต่ำกว่าคาด เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ปรับประมาณการทั้งปีลงเหลือ 3% ใกล้เคียงกับของ ธปท.ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.2%

ส่วนอัตราเงินเฟ้อ สศช.คาดว่า ปีนี้ 4.9% สูงกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 1-3% ทั้งนี้ หลังวิกฤตโควิด โจทย์แรกที่ต้องกลับมาแก้ไขคือ ฐานะการคลัง ประเทศไทยยังมีเสถียรภาพ แต่ความสามารถในการใช้เครื่องมือทางการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเหลือน้อยลง

เพราะหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 58% ต่อจีดีพี และจากที่ต้องจัดงบประมาณขาดดุลทุกปี หนี้สาธารณะก็จะเพิ่มขึ้นไปที่ 67% หรือมากกว่านั้นในปี 2569

“เราอยู่ในโลกที่มีความผันผวน ไม่แน่นอน อาจจะเจอวิกฤตที่ไม่คาดคิดได้เสมอ ฉะนั้นเมื่อพ้นโควิดไปแล้วก็ควรจะจัดการให้หนี้สาธารณะกลับเข้ามาอยู่ในกรอบ 60% ต่อจีดีพี เพื่อให้มีความสามารถ และกระสุนให้ใช้นโยบายการคลังได้ หากเจอวิกฤตที่ไม่คาดคิดอีก

โจทย์หารายได้รัฐ และการบริหารงบประมาณที่มีจำกัด จะเป็นโจทย์สำคัญของรัฐบาลชุดต่อไป ส่วนนโยบายการเงินที่ผ่านมามีการลดดอกเบี้ยลงจนเหลือระดับ 0.5% แนวโน้มระยะต่อไปก็ต้องปรับขึ้น ซึ่งต้องรอดูจังหวะที่เหมาะสมต่อไป” ดร.ปรเมธีกล่าว

โรงแรม-การบินลากยาว 2-3 ปี

นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท อิตัลไทย จำกัด และผู้บริหารกลุ่มบริษัท ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป จำกัด ภายใต้แบรนด์อมารี, โอโซ, ซามา, ซามา ฮับ และผู้ถือหุ้นโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ กล่าวว่า แม้ว่าประเทศไทยผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศแล้ว แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ายังมีจำนวนไม่เพียงพอกับซัพพลายที่มีอยู่ในปัจจุบัน

โดยโรงแรมที่เปิดให้บริการ อัตราการเข้าพักเฉลี่ยยังไม่มากนัก และปัญหาสำคัญคือยังไม่สามารถปรับราคาให้ไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นได้ โรงแรมส่วนใหญ่ยังทำราคาขายได้เพียงแค่ 50% ของราคาที่เคยขายในปี 2562 ก่อนโควิด

“โรงแรมที่เปิดให้บริการได้ในขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นเซ็กเมนต์ระดับบนเป็นหลัก วอลุ่มที่เข้ามายังลงไม่ถึงโรงแรมระดับต่ำกว่า 4 ดาว ถ้าพูดตามตรง ผมว่าธุรกิจโรงแรมยังต้องวิ่งสู้ฟัดกันต่อไปอีกไม่ต่ำกว่า 2-3 ปี เพื่อที่จะทำให้กลับมาแข็งแรง” นายยุทธชัยกล่าว

เช่นเดียวกับ นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) หรือ ทอท. กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ธุรกิจการบินและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยและทั่วโลกยังคาดการณ์ยาก เพราะทุกส่วนที่เกี่ยวข้องและผู้ใช้บริการของ ทอท. ยังไม่มีความชัดเจนทั้งในฝั่งของซัพพลายและฝั่งของดีมานด์

โดยในส่วนของซัพพลายนั้น ไม่สามารถประเมินได้ว่าหลังโควิดคลี่คลายจะเหลือกี่สายการบินให้บริการ และแต่ละสายการบินจะฟื้นกลับมาอย่างไร ใช้เครื่องบินกี่ลำ ต้องจอดต่ออีกกี่ลำ คาดว่ากรณีที่สถานการณ์ดีที่สุด สายการบินปรับตัวได้เร็ว เที่ยวบินและผู้โดยสารฟื้นตัวได้เร็ว คาดว่าปริมาณการจราจรทางอากาศจะกลับมาอยู่ในระดับปกติเช่นเดียวกับก่อนโควิด ในช่วงต้นปีงบประมาณ 2567 หรือในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

………………