เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
AWC เปิดตัว Moxy Pattaya เสริมศักยภาพโครงการแฟลกชิป “Aquatique” หนุนพัทยาสู่จุดหมายระดับโลก  
Business AWC เปิดตัว Moxy Pattaya เสริมศักยภาพโครงการแฟลกชิป “Aquatique” หนุนพัทยาสู่จุดหมายระดับโลก  
สมาพันธ์รถไฟ เรียกร้องรัฐเลิกสัญญา“ไฮสปีด 3 สนามบิน” ชี้ลงทุนสูง ไม่คุ้มค่า
Economic สมาพันธ์รถไฟ เรียกร้องรัฐเลิกสัญญา“ไฮสปีด 3 สนามบิน” ชี้ลงทุนสูง ไม่คุ้มค่า
LHFG โชว์ครึ่งแรกปี’69 กำไรสุทธิ 1,538.6 ล้าน โต 37.3% รายได้ “Trade Finance-FX” พุ่ง
Finance LHFG โชว์ครึ่งแรกปี’69 กำไรสุทธิ 1,538.6 ล้าน โต 37.3% รายได้ “Trade Finance-FX” พุ่ง
กทพ.จ่อผุดทางด่วน “เชื่อมเกาะสมุย” 7.4 หมื่นล้าน เคาะเก็บค่าผ่านทาง 1,000 บาท
Economic กทพ.จ่อผุดทางด่วน “เชื่อมเกาะสมุย” 7.4 หมื่นล้าน เคาะเก็บค่าผ่านทาง 1,000 บาท
กัลฟ์ เอดจ์ จับมือ ค็อกนิแซนท์ ประกาศร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI หนุนไทยผู้นำอาเซียน
Biz Movement กัลฟ์ เอดจ์ จับมือ ค็อกนิแซนท์ ประกาศร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI หนุนไทยผู้นำอาเซียน
SCGP รับดีมานด์บรรจุภัณฑ์ฟื้น เร่งขยายกำลังผลิตเวียดนาม-ดัน AI เพิ่มขีดแข่งขัน
Real Estate SCGP รับดีมานด์บรรจุภัณฑ์ฟื้น เร่งขยายกำลังผลิตเวียดนาม-ดัน AI เพิ่มขีดแข่งขัน
เอสซีจี ดัน “ปูนคาร์บอนต่ำ” ลุยต่างประเทศ จับมือ “จีน” รุกตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะในไทย
Real Estate เอสซีจี ดัน “ปูนคาร์บอนต่ำ” ลุยต่างประเทศ จับมือ “จีน” รุกตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะในไทย
เบนซ์ ปลื้ม CLA ดันยอด EV โต 130% ปรับกลยุทธ์เจาะคนรุ่นใหม่ผ่านเเคมเปญ​ ‘FLEX Mobility’
Automotive เบนซ์ ปลื้ม CLA ดันยอด EV โต 130% ปรับกลยุทธ์เจาะคนรุ่นใหม่ผ่านเเคมเปญ​ ‘FLEX Mobility’
บิทคับ แจงปม ก.ล.ต. ฟันบริษัทฯ – 2 อดีตกรรมการ ผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
Finance บิทคับ แจงปม ก.ล.ต. ฟันบริษัทฯ – 2 อดีตกรรมการ ผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
SCG โชว์กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 85% เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.50 บาทต่อหุ้น
Real Estate SCG โชว์กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 85% เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.50 บาทต่อหุ้น
ดูทั้งหมด

รังสิมันต์ โรม รัฐประหาร 57 ในความทรงจำ ยุบก้าวไกล ที่ยืนผู้มีอำนาจจะไม่มีเหลือ

29 พ.ค. 2565 | 11:44น.
รังสิมันต์ โรม
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ผู้เขียน : ณัฐวุฒิ กรัณยโสภณ

22 พฤษภาคม 2565 ครบรอบ 8 ปีการรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาจถูกกลบด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

แต่ “รังสิมันต์ โรม” ยังจำภาพวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในวันนั้น “ทุบโต๊ะ” ยึดอำนาจจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ไม่ลืม

“ประชาชาติธุรกิจ” สนทนากับ “รังสิมันต์ โรม” ในวาระครบรอบ 8 ปีรัฐประหาร ที่เป็นจุดกำเนิดของเขาบนเส้นทางการเมือง

อีกมุมหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า การรัฐประหารในครั้งนั้นก็เป็นจุดกำเนิดของพรรคการเมืองที่เขาสังกัด คือ “พรรคก้าวไกล” ที่ต้องการมาปฏิวัติการเมืองไทยทั้งโครงสร้าง

เขาเล่าย้อนเหตุการณ์ไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ยังเป็นเพียงนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝึกงานที่สำนักกฎหมายวุฒิสภา

เมื่อรู้ข่าวเรื่องการยึดอำนาจ เขาเดินทางกลับมายังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นคณาจารย์พยายามแสดงออกเรื่องการไม่เอารัฐประหาร และวันนั้นได้เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล

ตัดตอนรัฐประหาร

ตอนนั้นผมอายุ 21 ปี กำลังจะ 22 ปี กำลังฝึกงานที่สำนักกฎหมายของวุฒิสภา ณ เวลาที่มีการรัฐประหาร จำได้ว่ากำลังนั่งแท็กซี่ มีกลุ่มเครือข่ายคณาจารย์พยายามแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ยังจำได้ว่านั่งแท็กซี่กลับมาร่วมกิจกรรมที่ธรรมศาสตร์

เราต้องต่อต้านการรัฐประหาร ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นวัฒนธรรม และจะเกิดขึ้นตลอดเวลา มีความเชื่อว่าจะนำไปสู่การรัฐประหารครั้งสุดท้ายได้ต้องทำให้รัฐประหารนั้นล้มเหลว ถ้าสามารถทำให้คนที่ทำรัฐประหารต้องชดใช้ในสิ่งที่เขาทำ มันจะเป็นตัวอย่างที่ทำให้บรรดานายทหาร คนที่รัฐประหารในยุคหลัง ๆ ไม่กล้าทำ เพราะเขาจะได้เรียนรู้

ดังนั้น ตราบใดที่รัฐประหารนำไปสู่ความสำเร็จ และนำไปสู่ความมั่งคั่งได้ เราจะไม่มีวันออกจากระบอบรัฐประหารได้

จึงได้คุยกับเพื่อน ๆ หลายคนที่ไม่เคยผ่านการเมืองในขณะนั้น มาตัดสินใจชุมนุมต้านการรัฐประหาร แต่ไม่นึกว่าการชุมนุมต้านการรัฐประหารผ่านไปเรื่อย ๆ ที่มีนักศึกษาไปชุมนุม มีชาวบ้านมาร่วมกับเรา มีผู้เล่นการเมือง เช่น คุณจาตุรนต์ ฉายแสง กับหนูหริ่ง สมบัติ บุญงามอนงค์ เป็นตัวขับเคลื่อนการเมืองระดับใหญ่โดยตลอด

แต่พอคนเหล่านี้ถูกจับ กลายเป็นเหลือแต่เรา จากเดิมที่อาจจะอยู่แถวสอง แถวสามในทางการเมือง กลายเป็นแนวหน้าเฉยเลย ทำให้เราเป็นผู้เล่นทางการเมือง ทำให้คนรู้จักเราโดยไม่ตั้งใจ แต่ไม่ใช่ว่าผมมีความคิดเป็นนักการเมืองแบบนี้ตั้งแต่แรก แต่ตั้งใจทำอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด เรียนจบปี 4 เลิกเป็น activist แล้วจะไปเป็นทนายความ ช่วยเหลือน้อง ๆ

ตัดสินใจเป็นนักการเมืองในห้องขัง

วันที่เราเป็น activist ปีแรก ๆ เราเข้าใจนะว่าคนที่เป็นผู้เล่นการเมืองต่าง ๆ ถูกจับไปหมดแล้ว และระบอบ คสช.เริ่มนิ่ง หลาย ๆ คนออกมาได้ แต่เรากลับพบว่าคนที่เป็นผู้เล่นทางการเมืองกลับไม่ขยับมากพอเมื่อเทียบกับภาคประชาชนเอาตัวเองไปเสี่ยง

วันหนึ่งเราก็คิดว่า ไหน ๆ เราทำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และถ้ามีเลือกตั้งแล้ว  นักการเมืองต่าง ๆ ก็จะกลับมาเป็น ส.ส. ดังนั้น เรามาเรียกร้องให้คนกลุ่มนี้ น่าจะมีฐานทางการเมือง พูดแล้วช่วยให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมกับเราได้

ปรากฏว่าเราชุมนุมวันนั้นจริง ๆ ครบรอบ 4 ปีรัฐประหาร ไม่มีใครมาเลย และเรารู้สึกว่าทำไมโดดเดี่ยวขนาดนี้ ทำไมยังเหลือแค่ผม และแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง กับประชาชนอีกไม่กี่ร้อยคน ทั้งที่ภารกิจข้อเรียกร้องของเราถ้าสำเร็จ ประชาชนได้ประโยชน์ แต่คนที่ได้ประโยชน์แน่ ๆ คือนักการเมือง

หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ เราถูกจับ เวลาถูกจับอยู่ในคุก เวลาคิดเยอะ นั่งทบทวนตัวเอง แล้วทำไมเจอแบบนี้ เราเสียใจ และนั่งคิดว่า หรือว่าถ้ามีเลือกตั้งจริง ประเทศจะไม่เปลี่ยนหรือเปล่า สุดท้ายก็แค่กลับไปเป็นหนังม้วนเดิมซ้ำไปซ้ำมา เพราะที่สุดคนที่เข้าการเมืองคือคนกลุ่มเดิม

คิดได้ดังนั้น คิดถึงพรรคอนาคตใหม่ เพราะอาจารย์ปิยบุตร (แสงกนกกุล) เป็นอาจารย์ผม ขณะนั้นเขาเริ่มตั้งพรรคแล้ว และตอนนั้นก็ไม่มีใครคิดว่าได้ 80 พี่นั่ง แต่เราคิดว่าพรรคอนาคตใหม่อาจเป็นคำตอบทางการเมืองระยะยาว เหตุผลเพราะ ผมรู้จักอาจารย์ปิยบุตร และเชื่ออุดมการณ์ของอาจารย์ ขณะนั้นยังไม่รู้จักคุณธนาธร (จึงรุ่งเรืองกิจ) เท่าไหร่ รู้จักแค่ว่าเป็นมหาเศรษฐีที่ร่วมชุมนุมคนเสื้อแดง และให้ความสำคัญกับการเมืองบนท้องถนนมาก

และเราก็เห็นเพื่อน ๆ กิจกรรมทางการเมืองไปเข้าร่วมกับพรรคอนาคตใหม่ ก็คิดว่าหรือพรรคอนาคตใหม่จะเป็นคำตอบจริง ๆ อย่างน้อยก็ไม่มีบาดแผล ไม่เคยคอร์รัปชั่น ไม่เคยบริหารผิดพลาดเพราะไม่เคยบริหาร

แต่พูดถึงอุดมการณ์ทางการเมือง พยายามพูดถึงเศรษฐกิจให้การเมืองคู่กัน จึงไปกับพรรคอนาคตใหม่ดีกว่า ประกอบกับอาจารย์ปิยบุตรก็ชวน จึงเข้าดู

“ถ้าวันนั้นไม่มีภาพแบบที่ผมโดนกระชากลากถู ผมอาจไม่เป็น ส.ส. เต็มที่มากที่สุดผมเป็นทนายความ ไปขึ้นศาล ช่วยเหลือคนที่กำลังต่อสู้เคลื่อนไหวทางการเมือง คงไม่ก้าวขึ้นมาเป็น ส.ส.แบบนี้”

“และไม่เคยนับว่าตัวเองโดนคดีมาแล้วกี่คดี ผมเลิกนับไปแล้วเพราะมันเยอะมาก น่าจะ 10 กว่าคดี ตอนเป็น activist น่าจะสูงสุดอยู่ที่ 9 คดี ตอนเป็น ส.ส. 3 คดี รวมแล้วน่าจะ 12 คดี”

อนาคตใหม่ เปลี่ยนการเมืองไทย

ผมว่า…การมีพรรคอนาคตใหม่ ถึงพรรคก้าวไกล เปลี่ยนการเมืองอย่างสิ้นเชิง แค่ในสภาการอภิปรายต่าง ๆ เปลี่ยนไปเยอะ อนาคตใหม่เริ่มต้นจากการโฟกัสคนรุ่นใหม่ เชื่อว่าคนกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่มีพลัง แต่เป็นคนที่ถูกละเลยมาตลอด เราพยายามโฟกัสคนกลุ่มนี้ พยายามดึงคนเหล่านี้เข้ามาสู่ในพรรคให้มากขึ้น

หลังจากคนรุ่นใหม่เข้ามาในพรรคมากขึ้น พยายามปูฐานไปสู่คนรุ่นต่าง ๆ ด้วย ซึ่งเป็นข้อต่อสำคัญที่ทำให้เราสามารถคุยได้กับคนทุกรุ่น ซึ่งคนรุ่นใหม่ new voter ตั้งแต่ 18-35 ปี เริ่มเป็นกำลังหลักที่หารายได้เข้าครอบครัว ทำให้เราสามารถสื่อสารผ่านคนเหล่านี้ไปยังคนกลุ่มอื่น ๆ ในครอบครัวได้

ต้องยอมรับว่าคนรุ่นนี้กลายเป็นคนที่สนใจการเมืองอย่างมาก  เริ่มเห็นการชุมนุมทางการเมืองที่มีคนอายุน้อย ๆ เข้าร่วม ก่อนหน้านี้คนรุ่นเดียวกันวันนั้นแทบไม่สนใจการเมือง แต่พอเจอกันอีกทีเขาก็สนใจการเมือง นี่คือการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากความพยายามที่เราสื่อสารกับพวกเขา เพราะเราเชื่อว่าพวกเขามีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้

“การเมืองวันนี้เปลี่ยนไปแล้ว การเมืองภาคประชาชนเปลี่ยนไปแล้ว คนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงทางการเมืองไปแล้ว แม้การเปลี่ยนแปลงมีหลายระดับ หลาย​ level แต่วันนี้ความคิดของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง แต่มีอย่างเดียวที่ยังไม่เปลี่ยน คือ โครงสร้างทางการเมือง”

อนาคตใหม่ถูกยุบ…แต่คุ้ม

พอบอกว่าถูกหรือผิด มันขึ้นอยู่กับการวัดอะไร ถ้าเราบอกว่า เราเปลี่ยนความคิดของคนได้ ทำให้คนตาสว่างมากขึ้น ทำให้คนเห็นปัญหาของประเทศนี้ และทำให้คนอยากจะเลือกหนทางที่ควรจะเป็นของประเทศนี้จริง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราถือว่าคุ้ม

แน่นอนเราโดนยุบพรรค มีนักการเมืองคนสำคัญที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองหลายคน เราไม่อยากให้เกิดแบบนั้น แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปเราจะทำเหมือนเดิมไหม…เราก็ทำเหมือนเดิม

เพราะถึงที่สุด benefit ที่เกิดขึ้น ปลุกพลังที่ก่อนหน้านี้เขาหลับใหลให้ตื่นขึ้นมา ผมว่ามันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม แน่นอน เราอาจโดนยุบพรรคอีก ถูกดำเนินคดีก็ได้ แต่ทุกครั้งที่เขาทำแบบนั้น ในสภาวะที่สังคมไทยตื่นตัวทางการเมืองแบบนี้

“อย่าคิดว่าราคาที่ต้องจ่ายมีแค่เรานะ ราคาที่ต้องจ่ายอาจเป็นผู้มีอำนาจก็ได้ และยิ่งทำแบบนี้บ่อยเท่าไหร่ ราคาผู้ที่มีอำนาจต้องจ่ายก็จะแพงขึ้นเท่านั้น และเมื่อถึงวันหนึ่งประเทศนี้ก็จะยิ่งกลับไปอยู่ในจุดที่ผู้มีอำนาจไม่สามารถคอนโทรลมากยิ่งขึ้น ซึ่งวันนั้นคนที่ตัดสินอนาคตของประเทศนี้เป็นอย่างไร อาจจะเป็นคนรุ่นใหม่ก็ได้ เราไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น”

ถ้าพรรคก้าวไกลถูกยุบพรรคอีก ประชาชนอาจจะบอกว่าขอประชาชนยุบพวกคุณบ้าง ผมพูดจริง ๆ นะ ไม่ต้องรอถึงยุบพรรคก้าวไกลอีกรอบหรอก เอาแค่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับหน้า ถ้าประชาชนได้ดีไซน์รัฐธรรมนูญกันเองจริง ๆ จะมีศาลรัฐธรรมนูญหรือเปล่า มี ส.ว.ไหม

ก่อนหน้านี้มีพรรคพลังประชาชน พรรคไทยรักไทย เขาก็มีแฟนคลับของเขา คุณทำลายความหวังประชาชน จนประชาชนทนไม่ได้แล้ว ดังนั้น ถ้าประชาชนได้มีอำนาจอย่างแท้จริง ผมคิดว่าผู้มีอำนาจอาจมีที่อยู่ที่ยืนได้น้อยลง และอย่างแย่ที่สุดต้องใช้เวลานาน

“สิ่งที่ไม่ควรลืมผู้มีอำนาจส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ขอให้รู้ว่าที่ยืนความคิดแบบนี้ในสังคมจะน้อยลงในสังคม และถึงวันหนึ่งจะไม่สามารถหยุดยั้งความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนเรียกหาได้อีกต่อไป”

อีกไม่นานเห็นแสงสว่าง

พรรคอนาคตใหม่ นิยามว่าเป็นการเดินทาง จนถึงพรรคก้าวไกล การเดินทางยังเพิ่งเริ่มต้น หรือไปถึงจุดไหนกันแน่ “รังสิมันต์ โรม” (นิ่งคิด) ก่อนตอบว่า…

ผมคิดว่ายังคงพูดยากนะ ว่าเราไปถึงจุดไหน แต่เราไม่ได้อยู่ถึงจุดเริ่มต้นแล้วแหละ เราเดินทางกันมาไกลพอสมควร เพียงแต่เราไม่รู้ชัด ๆ ว่ามันต้องเดินไกลแค่ไหน แต่เราถอยหลังกลับไปไม่ได้แล้ว เราไม่ได้อยู่ที่จุดเริ่มต้นแล้ว และเรามาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับไป และในบางความรู้สึก เราเริ่มเห็นแสงสว่างของจุดหมายที่เราอยากจะเห็น

เวลาบอกว่าแสงสว่างคืออะไร เราอยากจะเห็นประเทศนี้เป็นของประชาชน ที่มาซ้อนผ่านการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรม ไม่อยากเห็นทุนผูกขาด เราอยากเห็นระบบราชการที่เป็นของประชาชนจริง ๆ รับใช้ประชาชน ไม่ใช่ระบบราชการที่แข็งตัว ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน

อยากเห็นการกระจายอำนาจท้องถิ่นที่แข็งแรง กองทัพทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น ไม่ใช่คิดแต่เรื่องการรัฐประหาร นายพลไปนั่งบอร์ดธุรกิจต่าง ๆ เต็มไปหมด เราอยากเห็นกฎหมายที่เป็นกฎหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากกว่าทำลายสิทธิเสรีภาพของประชาชน อยากเห็นทุกองค์กรยึดโยงกับประชาชน

“เริ่มเห็นความเป็นไปได้ แน่นอนเรายอมรับว่ามีอุปสรรคเยอะ ถนนไม่ราบเรียบ ยังต้องใช้เวลาในการเดินทาง แต่เราเริ่มเห็นว่ากำลังจะไปถึงจุดนั้นได้ เพราะเป็นเพื่อนร่วมทางที่คิดแบบเดียวกัน ถ้าเปรียบเทียบเหมือนเราขับรถอยู่คันเดียว แต่ตอนนี้มีรถตามหลังเต็มไปหมด บางคันเป็นรถนำขบวนให้เราแล้ว ผมเชื่อว่า เส้นชัยคงอีกไม่ไกล”

การเมืองในฝันของ “รังสิมันต์ โรม”

ผมรู้นะเวลาเราพูดถึงการเมืองก็จะมีปัญหาตลอดเวลา ต่อให้ประเทศที่เจริญแล้ว แต่มันหยุดเดินไม่ได้ ต้องพัฒนากันต่อไป แต่การคาดหวังผมต่ำที่สุด แค่อยากเห็นเราสามารถคุยปัญหาของประเทศนี้โดยไม่ต้องกลัวได้ไหม

เรามีปัญหาเศรษฐกิจ เยาวชนหลายคนไม่อยากเกณฑ์ทหาร มีปัญหาเรื่องการตั้งคำถามในสถาบันต่าง ๆ ของสังคมที่คิดว่าคุ้มค่าหรือเปล่า

ประชาชนมีสิทธิรู้และตั้งคำถามได้โดยไม่หวาดกลัว และถ้าเราสามารถแสดงความคิดเห็นกันได้โดยไม่หวาดกลัว แลกเปลี่ยนกันได้ จะทำให้ประชาชนกับรัฐใกล้กันมากขึ้น สิ่งที่ประชาชนพูด ประชาชนรู้สึก ผ่านทวิตเตอร์ แล้วรัฐตอบสนองต่อเขาทันที ไม่มีใครอยากจะไปในการชุมนุมทางการเมือง และจะนำไปสู่การแก้ปัญหาในสิ่งที่ประชาชนประสบจริง ๆ

มันจะยังใช้เวลา เราอาจไม่ได้เป็นประเทศพัฒนาแล้วในการมีเสรีภาพในการแสดงออกอย่างเต็มที่ แต่เราจะค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ วันหนึ่งเราอาจมีรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพ เขาไม่เข้าใจว่าโลกไปทางไหน แต่ถ้าประชาชนบอกว่าเขาไม่เอารัฐบาลนี้ รัฐบาลนี้ก็กลับ แล้วเราก็จะมีคนที่มีความสามารถเข้าไปอยู่ในรัฐบาล หลังจากนั้นก็นำไปสู่การพัฒนา นี่คือสิ่งที่อยากเห็น

“ไม่อยากเห็นประชาชนตั้งคำถามแล้วถูกจับ อยู่ในประเทศนี้อย่างหวาดกลัว และรัฐบาลมีหน้าที่ตอบสนองของเขาเอง”

นักการเมือง Old School เหลือน้อย

ถาม “รังสิมันต์ โรม” ว่า มองไปที่พรรคการเมืองในสภา เห็นความหวังที่การเมืองจะเป็นแบบในฝันได้หรือไม่ เขาตอบว่า

“ผมคิดว่านักการเมืองแบบนั้นเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ บางส่วนปรับตัว พรรคการเมืองที่เข้ามาก่อนเราก็เริ่มเห็นบางอย่างที่เขาเริ่มปรับตัวแล้ว แล้วนักการเมืองที่เป็นแบบ old school จำนวนมากสอบตก และแทนที่ด้วยนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่เขาเฟรช มีความคิดใหม่ ๆ ที่ประชาชนรู้สึก เข้าไปในสภาได้มากขึ้น”

อย่างต่ำๆ ในสภามี 500 คน old school วันหนึ่งมีพรรคอนาคตใหม่เข้าไปแทนที่ 80 เสียง ก็เหลือ 420 คน สุดท้ายบางส่วนอาจจะถูกกลืน แต่ก็ยัง hold กันได้อีก 50 และในวันข้างหน้าเราอาจจะได้ 100 อัพ พวก old school ทั้งหลายก็จะหายไป

“และมีบางพรรคที่เขาเริ่มปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ก็จะเข้ามาอีก สุดท้ายนักการเมืองรุ่นเก่า ๆ ที่ไม่เข้าใจว่าโลกไปทางไหนก็จะเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ แต่แน่นอนอาจผ่านไป 10 ปี ยังมีพื้นที่ให้กับ old school แต่มันจะไม่มากเหมือนเดิม”

ตั๋วช้าง ค้ามนุษย์ ป่ารอยต่อ ราคาที่ต้องจ่าย

ชีวิตผมก็ไม่มีทางเหมือนเดิม เราคงไม่สามารถอยู่อย่างสนิทใจได้อย่างปลอดภัยหรอก มีคนเคยคุกคามภรรยาผมที่คอนโดมิเนียม การเดินทางไปไหนมาไหนต้องระมัดระวังตัว ยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องความปลอดภัยอยู่เหมือนกัน บางกรณีก็กลายเป็นคดี ผมก็ไม่รู้ว่ากระบวนการยุติธรรมของเราจะเอาอย่างไรกับผม

เขาจะปล่อยให้ผมทำหน้าที่แบบนี้ได้นานแค่ไหน อะไรก็เกิดขึ้นได้กับตัวผมเหมือนกัน มันเป็นราคาที่ต้องจ่าย ความมั่นคงของชีวิตของผมมันไม่มี…

ทำไมเรื่องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายต้องให้รังสิมันต์ โรม อภิปราย เขาตอบว่า…

“นั่นนะสิ…เอ่อ…ทำไมเป็นผมเหรอ ผมคิดว่าสิ่งที่ผมเคยทำมาก่อนหน้านี้ มีพื้นฐานเป็น activist คนจำนวนมากรู้สึกว่าผมไม่กลัวรัฐบาลนี้อยู่แล้ว อาจรู้สึกว่าผมโดนคดีก็ไม่กลัว ข้าราชการน้ำดีจำนวนมากคงอยากคุยกับผมกระมัง จึงทำให้ผมมีข้อมูลจำนวนมากในการอภิปราย”

พอเราทำป่ารอยต่อเสร็จ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมานอกจากเรื่องโดนคดี คุณยิ่งได้รับความไว้ใจจากประชาชนมากขึ้น กล้าอภิปรายป่ารอยต่อ กล้าชนกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (รองนายกรัฐมนตรี) ไม่กลัวอำนาจมืด คนที่เฝ้ามองอยู่ก็จะรู้สึกว่า ถ้าเขามีข้อมูลอะไรก็อยากจะเอาข้อมูลนี้มาให้ผม

“ประกอบกับเวลาที่เราต้องเผชิญหน้ากับรัฐบาลในการทำหน้าที่ทั่ว ๆ ไป ผมก็ไม่เคยมีประวัติไปเกี้ยะเซียะหรือยอมใคร ก็ซัดอย่างตรงไปตรงมาทุกเรื่อง เราก็ยิ่งได้รับความไว้วางใจมากขึ้น คนก็เอาข้อมูลมาให้ผมมากขึ้น นี่คือเครดิตที่ผมพยายามสร้างขึ้น จึงได้รับความไว้วางใจให้อภิปรายในเรื่องแหลมคมมากขึ้น”

“การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ความเสี่ยงไม่ใช่ต่อเรา แต่ความเสี่ยงสำคัญคือต่อแหล่งข่าวของเรา การอภิปรายแต่ละครั้งมันไม่ใช่แค่ชีวิตเราเท่านั้น แต่ต่อคนอื่นด้วย  ถ้าเราทำไม่ดี ทำอะไรพลาด บางทีด้วยอำนาจมืดของประเทศนี้อาจถูกใช้เพื่อทำลายชีวิตคนอื่นและครอบครัวของคนอื่น จึงต้องมีคนไว้วางใจจากพรรคช่วยกันดู ช่วยกันมอง ไม่ให้มันเกิดขึ้นต่อชีวิตเรา ชีวิตคนอื่น”

ความฝันที่อยากเป็นอาจารย์ -รมต.ยุติธรรม

จริง ๆ ผมยังคิดเรื่องการสอนในมหาวิทยาลัย แต่ถามว่าเริ่มคิดไหมเรื่องการเป็นรัฐมนตรี…ก็เริ่มคิดถ้าภารกิจเรายังไม่จบ บางทีเราอาจต้องไปทำแทน แต่ยังมีความรู้สึกว่ายังอยากทำงานในมหาวิทยาลัยมากกว่า ส่วนการเป็นรัฐมนตรี…ไม่รู้ คงต้องดูกันต่อไป ผมอายุ 30 ยังเป็นอะไรไม่ได้ ไม่ต้องไปวิ่งอะไรกับใครเลย เพราะอายุไม่ถึง…

แต่กระทรวงยุติธรรมก็น่าสนใจ ผมคิดว่าต่ำ ๆ เลยนะ อยากทำให้เรือนจำกลายเป็นที่ที่ถูกใช้เพื่อดูแลผู้คนให้กลับมาพร้อมอยู่ในสังคมจริง ๆ ต้องยอมรับได้แล้วว่าการทำให้เรือนจำมีสภาพไม่ต่างจากนรกคนที่เข้าไปอยู่ในนั้นเขาไม่สามารถปรับปรุงตัวเองให้เหมาะที่จะกลับเข้าสู่สังคมได้ เราควรจะปรับปรุงให้มีมาตรฐาน ให้คนรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่พร้อมที่จะอยู่ในสังคม

โอเค…อาจจะไม่ทั้งหมด แต่ผมเชื่อว่านักโทษส่วนใหญ่ที่ก่อความผิด มีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้อง ปัจจัยเศรษฐกิจ สังคม ลองนึกถึงเด็กบางคนเกิดมาในครอบครัวที่ค้ายาเสพติด ถูกใช้เป็นเด็กเดินยา โตขึ้นเขาจะเป็นคนที่สังคมคาดหวังเหรอ…เป็นไปไม่ได้ เพราะเขาอยู่ในพื้นฐานแบบนั้น เมื่อถูกจับแล้วเจอสภาพเรือนจำไม่ต่างจากนรก ก็จะอยู่ในวังวนแบบนี้ต่อไป จึงคิดว่าอยากเห็นเรือนจำสามารถปรับปรุงเหมือนในหลายประเทศ

แม้กระทั่งกองทุนที่ช่วยเหลือเรื่องการประกันตัว จะทำอย่างไรให้เกิดการเข้าถึงตรงนี้ได้มากขึ้น พอศาลวาง แทบไม่เห็นการประกันตัวโดยไม่วางหลักทรัพย์ ศาลคิดจากจำนวนอัตราโทษ สุดท้ายคนหนึ่งได้ประกันตัว กับอีกคนไม่ได้ประกันตัว เพราะคนหนึ่งมีเงิน คนหนึ่งไม่มีเงิน แบบนี้ไม่ควรจะเกิด จึงอยากเห็นกระทรวงเข้ามาดูแลในการต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม